ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านอยากได้รัฐบาลแบบไหน?
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
บทความใน นสพ.แนวหน้า เรื่อง "ปราบแมลงวัน!" วันที่ 18 มี.ค.61 พิมพ์ อีเมล
บทความ - บทความพิเศษ
เขียนโดย สิริอัญญา   
วันศุกร์ที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๑ เวลา ๑๐:๓๔ น.

     หลังจากการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์จีนสมัยที่ 18 สถาปนาอำนาจการนำของสีจิ้นผิงขึ้นในแผ่นดินจีนแล้ว สีจิ้นผิงได้แสดงสุนทรพจน์สำคัญเตือนสมาชิกทั่วทั้งพรรคว่า ในระยะต่อไปนี้ให้สหายทุกคนระมัดระวังกระสุนน้ำตาล 

     คอลัมน์นี้ได้นำสุนทรพจน์ดังกล่าวมาขยายความให้ได้ทราบกันโดยทั่วไปว่า คำเตือนเรื่องกระสุนน้ำตาลนั้นไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก และผู้ที่เริ่มพูดเรื่องนี้คนแรกคือประธานเหมาเจ๋อตุง อดีตผู้นำของจีน 

     ในครั้งนั้นเมื่อกองทัพแดงได้รับชัยชนะในยุทธการเหลียวเสิ่น ยุทธการหวายไห่ และยุทธการเป่ยผิงเทียนสินแล้ว กองทัพแดงก็ได้เคลื่อนเข้าปักกิ่ง จากนั้นก็มีการประกาศสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน 

     ก่อนเคลื่อนทัพเข้าปักกิ่งได้มีการประชุมผู้นำพรรค ผู้นำกองทัพ ครั้งใหญ่ ในที่ประชุมนั้นประธานเหมาเจ๋อตุงได้แสดงสุนทรพจน์สำคัญเป็นเนื้อความว่า 

     “นับแต่บัดนี้ไป สิ่งที่พวกเรามีความชำนาญและมีประสบการณ์อย่างโชกโชน (ซึ่งหมายถึงการทำสงคราม) จะไม่ได้ใช้แล้ว แต่สิ่งที่พวกเราไม่มีประสบการณ์ ไม่มีความชำนาญ (หมายถึงการบริหารประเทศ) จะเผชิญหน้าเรา สิ่งที่เผชิญหน้าเรานั้นมีอันตรายร้ายแรงไม่ต่างกับสงคราม ในสงครามที่พวกเรามีประสบการณ์ใช้กระสุนเหล็ก แต่ในสงครามครั้งใหม่จะใช้กระสุนน้ำตาล ซึ่งโหดเหี้ยมอำมหิตยิ่งกว่า สหายทั้งหลายจึงต้องระมัดระวังกระสุนน้ำตาล” 

     หลังจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้อำนาจรัฐก็ต้องเผชิญหน้ากับกระสุนน้ำตาลจริง ๆ นั่นคือลัทธิบริโภคนิยม การเสพสุข และการคอร์รัปชั่น กระสุนน้ำตาลนี้ได้ทำลายผู้นำและสมาชิกพรรค ตลอดจนผู้ปฏิบัติงานของรัฐจำนวนมาก 

     พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างต่อเนื่อง แม้กระนั้นก็ยังมีการคอร์รัปชั่นที่หลุดรอดสายตาไปเป็นจำนวนมาก 

     ดังนั้นเมื่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนสถาปนาอำนาจการนำของสีจิ้นผิงขึ้นแล้ว เรื่องสำคัญที่สีจิ้นผิงเร่งรีบดำเนินการคือ การคืนชีวิตใหม่ให้กับพรรคคอมมิวนิสต์จีน นำสมาชิกพรรคเข้าสู่ความเป็นหนุ่มเป็นสาวอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งภารกิจนี้สำคัญอย่างยิ่งยวด เพราะพรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็นศูนย์กลางการนำประเทศจีน ประชาชนจีน และกองทัพปลดแอกประชาชนจีนด้วย 

     คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนชุดที่ 18 ภายใต้การนำของสีจิ้นผิง จึงได้ทำการปรับปรุงพรรคครั้งใหญ่ นำคนหนุ่มสาวเข้าสู่อำนาจ กำราบปราบปรามการทุจริตฉ้อฉลอย่างไม่ไว้หน้า 

     เป็นครั้งแรกที่มีการปราบปรามผู้บริหารระดับสูงสุด คือ กรรมการประจำกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลาง คือโจวหย่งคัง ซึ่งมีอำนาจสูงและยาวนานมาก มีการยึดทรัพย์ได้กว่า 500,000 ล้านหยวน มีการปราบปรามรองประธานคณะกรรมการการทหารกลาง คือ พลเอกสูไช่โห้ว และมีการยึดทรัพย์กว่า 65,000 ล้านหยวน นอกจากนั้นยังมีการกำราบปราบปรามเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ทั้งของพรรคและของรัฐอีกเป็นจำนวนมาก 

     พร้อม ๆ กันนั้นก็มีการปราบปรามผู้นำระดับสูงสุดในระดับมณฑล เมือง ตำบลและหมู่บ้าน ทั้งผู้ปฏิบัติงานของพรรค ของรัฐ และของกองทัพ นับเป็นจำนวนกว่า 1 ล้านคน 

     มีการดำเนินการอย่างเฉียบขาดเป็นขั้นตอนคือ

     ขั้นแรก ปลดออกจากตำแหน่ง ไม่เปิดโอกาสให้ใช้ตำแหน่งคุ้มครองการกระทำความผิดนั้น ในการนี้ได้มีการโยกย้ายหรือปลดผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อไม่ให้เหลือเยื่อใยในการคุ้มครองปกป้องการทุจริต

     ขั้นที่สอง ตรวจสอบทรัพย์สินและยึดทรัพย์ โดยเปิดโอกาสให้ชี้แจงภายในระยะเวลา 60 วัน ถ้าชี้แจงไม่ได้ก็ตกเป็นของแผ่นดิน

     ขั้นที่สาม การดำเนินคดีอาญาและลงโทษสูงสุดตามความผิดตั้งแต่โทษประหารชีวิตลงมา

     ด้วยกระบวนการอย่างนี้จึงทำให้การปราบปรามการทุจริตเป็นไปอย่างได้ผล และเป็นที่ยำเกรง เพียงระยะเวลา 5 ปี พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ฟื้นคืนชีวิตใหม่ที่กระปรี้กระเปร่าและสร้างความเชื่อถือศรัทธาให้แก่ประชาชนจีนทั่วประเทศ ในขณะที่การพัฒนาประเทศและการดำเนินนโยบายต่างประเทศก็ก้าวหน้าและประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง

     ประชาชนจีนทั่วประเทศจึงเรียกร้องต้องการให้สร้างความมั่นคงในทางการเมืองเพิ่มขึ้น และยกเลิกข้อจำกัดในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของจีนจากสองสมัย เป็นไม่จำกัด ซึ่งเปิดโอกาสให้สมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน และสภาประชาชนแห่งชาติ รวมทั้งสภาที่ปรึกษาการเมืองมีอำนาจที่จะแต่งตั้งให้สีจิ้นผิง ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อไปตามความจำเป็นของสถานการณ์

     ประชาชนจีนถือว่ารัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือในการสร้างชาติ ในการพัฒนาประเทศและทำนุบำรุงประชาชน จึงต้องปรับปรุงสนับสนุนให้เครื่องมือนี้อำนวยประโยชน์สูงสุดแก่ชาติและประชาชน ไม่ติดยึดอยู่กับความไร้เดียงสาบ้าบอแบบที่เป็นอยู่ในบางประเทศ

     มีผู้สื่อข่าวตะวันตกสัมภาษณ์สีจิ้นผิงว่า การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นจะมีการเลือกปฏิบัติหรือไม่ ซึ่งเป็นคำถามที่ไร้เดียงสามาก เพราะในประเทศของผู้สื่อข่าวนั้นไม่กล้าและไม่เคยปราบปรามการคอร์รัปชั่นเช่นที่สีจิ้นผิงเคยกระทำเลย ยังมีหน้าไปสัมภาษณ์ได้อย่างไร

     สีจิ้นผิงได้แต่หัวเราะ และกล่าวสั้น ๆ ว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีนจะปราบทั้งเสือและแมลงวัน

     แล้วประเทศไทยของเราเมื่อพูดว่าจะปราบการคอร์รัปชั่น ก็ต้องทำให้เห็นจริงว่าปราบทั้งเสือและแมลงวัน ไม่ใช่เสือก็ไม่กล้าปราบ และแม้แมลงวันก็ปราบไม่ได้!

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License