ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
บทความใน นสพ.แนวหน้า เรื่อง "ต้องปลดแอกระบบสาธารณสุขไทย" วันที่ 14 พ.ย.60 พิมพ์ อีเมล
บทความ - บทความพิเศษ
เขียนโดย สิริอัญญา   
วันจันทร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๑:๑๙ น.

     ในบรรดากระทรวง ทบวง กรมทั้งหลายนั้น ต้องถือว่ากระทรวงสาธารณสุขเป็นกระทรวงระดับหนึ่งที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณมากที่สุด และได้รับจัดสรรงบประมาณมากที่สุดต่อเนื่องมายาวนานมากที่สุดด้วย 

     เพราะไม่ว่ารัฐบาลพรรคไหน ไม่ว่ารัฐบาลทหารหรือพลเรือน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลที่ดีหรือชั่วช้าเลวทรามขนาดไหน แต่ก็จะมีความคิดตรงกันอย่างหนึ่งก็คือต้องสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน 

     คนทั้งหลายมีความเห็นตรงกันว่า ในปัญหาสุขภาพความเป็นอยู่ของประชาชนนั้นเป็นเรื่องไม่มีชั้นวรรณะ ไม่มีเพศ ไม่มีวัย ไม่มีผิว ไม่มีสี และไม่มีวัฒนธรรมประเพณีเป็นข้อแบ่งแยกขีดคั่น ทุกคนล้วนเป็นเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายที่ไม่มีวันหลีกเลี่ยงความเจ็บและความตายไปได้ 

     ดังนั้นการสาธารณสุขจึงเป็นประโยชน์ร่วมกันของคนทั้งหลาย และเป็นผลให้ทุกยุคทุกสมัยทุกรัฐบาลต่างสนับสนุนทุ่มเทงบประมาณให้แก่กิจการสาธารณสุขจนมีจำนวนงบประมาณเพิ่มขึ้นทุกปี มีบุคลากรและหน่วยงานเพิ่มขึ้นทุกปี จนกระทั่งเป็นหน่วยงานขนาดใหญ่และได้รับงบประมาณมากที่สุดกระทรวงหนึ่งของรัฐบาลมาช้านานแล้ว 

     และด้วยการทุ่มเทขนาดนี้จึงควรเกิดผลสำเร็จในทางที่จะทำให้การดูแลรักษาพยาบาลและสุขภาพอนามัยของประชาชนทั่วประเทศได้มาตรฐาน มีความสะดวก และมีประสิทธิผลสูงในการดูแลรักษาพยาบาล 

     แต่กระนั้นถึงวันนี้ความจริงที่ดำรงอยู่ในประเทศไทยก็คือ ประเทศไทยและคนไทยมีระดับมาตรฐานด้านสุขภาพต่ำต้อย มีระดับมาตรฐานในการให้บริการประชาชนต่ำต้อย และโดยเนื้อแท้จริงประชาชนก็ได้รับความเดือดร้อนทุกข์เข็ญจากปัญหาสุขภาพอนามัยและการรักษาพยาบาลอย่างแสนสาหัส ยกเว้นแต่บรรดาระดับเจ้าสัวทั้งหลายที่มีความสะดวกสบาย 

     เพราะในเมื่อทุกอย่างซื้อหาได้ด้วยเงินแล้ว ใครมีเงินก็ย่อมมีอภิสิทธิ์ กระทั่งเป็นอภิมหาอภิสิทธิ์ที่เหนือกว่าเพื่อนร่วมชาติทั้งหลาย 

     สถานการณ์ด้านสาธารณสุขในวันนี้ที่ดำรงอยู่ในความเป็นจริงของประเทศคือ 

     ประการแรก ขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ทุกสาขา ไม่ว่าแพทย์ พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล และผู้อนุบาล จนมีการแย่งชิงบุคลากรกัน และเป็นเหตุให้ต้นทุนบุคลากรสูงลิ่ว ทั้งกระจุกตัวอยู่ในแหล่งที่มีรายได้สูง ในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไม่มีโอกาสได้รับบริการจากบุคลากรที่เป็นมืออาชีพและมีประสิทธิภาพสูง 

     ประการที่สอง สถานพยาบาลขาดแคลน ห้องพักผู้ป่วยขาดแคลน เตียงผู้ป่วยขาดแคลน จึงเป็นผลให้ต้องวิ่งเต้นในการเข้าดูแลรักษาพยาบาล จนกิจกรรมวิ่งเต้นหาเตียงคนไข้ หาโรงพยาบาลเพื่อรับคนไข้เป็นกิจกรรมที่วุ่นวายที่สุดของประเทศ ใครมีอำนาจวาสนาก็จะถูกร้องขอให้ช่วยเหลือติดต่อหาเตียงผู้ป่วยเพื่อให้ญาติมิตรได้เข้ารักษาพยาบาล และมีเป็นจำนวนมากที่น่าอเนจอนาถที่ผู้ป่วยต้องนอนอยู่ตามข้างทางเดิน หรือแม้ญาติผู้ป่วยก็ต้องกางเต็นท์นอนกันในสนามหน้าโรงพยาบาลเป็นต้น 

     ประการที่สาม ยารักษาโรคแพง หรือถ้าไม่แพงก็ไร้คุณภาพ เพราะเอาของไม่มีคุณภาพมายัดเยียดให้ผู้ป่วย ไม่รวมถึงการผลิตและขายยาไร้คุณภาพ ที่ยัดเยียดให้กับประชาชนทั่วไปตามคลินิกต่างๆ หรือแม้กระทั่งผู้ป่วยประกันสังคมที่กลายเป็นประชากรชั้นสองของประเทศ ทั้ง ๆ ที่ได้จ่ายเงินตามกฎเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างไปแล้ว โดยเฉพาะการให้บริการจะถูกจำแนกเป็นอีกประเภทหนึ่ง ยกเว้นบางโรงพยาบาลเท่านั้นที่ทุ่มเทเอาใจใส่ผู้ป่วยประกันสังคมอย่างจริงจัง 

     ประการที่สี่ มีการตั้งกลุ่มเหลือบในทางการแพทย์ให้มีฐานะเป็นผู้วิเศษ ที่สามารถเอาเงินภาษีของประชาชนกันเอาไปเป็นกองทุนสำหรับคณะผู้วิเศษจับจ่ายใช้สอยปีละหลายพันล้านบาท โดยตรวจสอบอะไรกันไม่ได้ และยังมีกระบวนการตั้งก๊วนทำมาหากินในการผูกขาดค้ายาให้กับทางราชการ โดยทำลายตำรับยาแผนไทยและแบบแผนทางเลือกจนหมดสิ้น 

     ประการที่ห้า เกิดกระบวนการผูกขาดแบบแผนการรักษาพยาบาลให้เป็นแบบฝรั่ง และกีดกันขวางกั้นแบบแผนการรักษาตามภูมิปัญญาไทยหรือการแพทย์แผนเลือก ตั้งแต่เรื่องตำรับยา การจดทะเบียนยา และการค้ายา ที่มีขบวนการจ้องทำลายไม่ให้เกิดคู่แข่งกับการค้ายาของต่างชาติ ด้วยเหตุนี้ภูมิปัญญาไทยแต่โบราณในเรื่องแพทย์ทางเลือกทุกชนิด ทุกตำรับ จึงถูกทำลายและถูกขัดขวางอย่างน่าสมเพชที่สุด ในขณะที่บางเรื่องเป็นทรัพย์สมบัติของชาติที่ถ้าหากนำมาทำแล้วก็สามารถสร้างรายได้ให้แก่ประเทศมหาศาล และเป็นผลดีแก่คนเจ็บคนป่วยที่จะมีโอกาสหายจากโรคภัย โดยไม่ต้องเสี่ยงตายอย่างเดียวตามแบบแผนที่ถูกฝรั่งกำหนดให้ 

     ประการที่หก เกิดความเสียหายขึ้นในระบบการรักษาพยาบาล ทำให้โรงพยาบาลรัฐจำนวนมากขาดทุน โรงพยาบาลเอกชนจำนวนหนึ่งก็ล้มละลาย เพราะมีระบบวิปริตเกิดขึ้นในระบบสาธารณสุขของประเทศ 

     เอากันแค่หกประการนี้ก็จะเห็นถึงสภาพการณ์อันย่ำแย่ของระบบสาธารณสุขของประเทศ ที่กำลังเป็นภัยอันตรายอย่างใหญ่หลวงต่อคนไทยทั้งประเทศ 

     จนกระทั่งเกิดปรากฏการณ์ตูน บอดี้สแลม ซึ่งทำให้เกิดการตื่นตัวขึ้นทั่วประเทศ เป็นการตื่นตัวให้คำนึงถึงปัญหาใหญ่หลวงที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเราและเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพชีวิตอนามัยของประชาชนทุกคนอย่างร้ายแรงที่สุด 

     ดังนั้นต้องทำให้ปรากฏการณ์นี้สามารถกระตุ้นเตือนให้เกิดการลุกฮือขึ้นในจิตใจของคนไทยทั้งประเทศเพื่อการปฏิรูประบบสาธารณสุขทั้งระบบอย่างจริงจัง ด้วยความกล้าหาญและหวังเอาความสำเร็จเป็นที่ตั้งประการเดียวเท่านั้น 

     เพราะประเทศไทยและคนไทยไม่สามารถอยู่ภายใต้ระบบสาธารณสุขแบบที่เป็นอยู่นี้ได้อีกต่อไปแล้ว!













 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License