ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ติดหล่มการเมืองเก่า มาร์คฉะรัฐบาล/ป้อมฉุน'ไอ้ห่า'ซักลาออก พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย ไทยโพสต์ออนไลน์   
วันพุธที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ เวลา ๐๙:๐๙ น.

"บิ๊กป้อม" ขึ้น "ไอ้ห่า" หลังถูกถามถึงปัญหาสุขภาพ ซึ่งอาจมีผลกับการปรับ ครม. ด่าเลอะเทอะ ปัดข่าวโยก "จักรทิพย์" นั่งรัฐมนตรี ขณะที่ "ฉัตรชัย" ครวญ รมว.เกษตรฯ โดนแบบนี้ทุกครั้ง "ไก่อู" เผยนายกฯ บอกในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัปดาห์ที่แล้วว่าจะปรับ ครม. "ออมสิน" ปฏิเสธเก็บของ แค่เก็บเอกสารตามนโยบาย 5 ส. "มาร์ค" เหน็บ รมว.เกษตรฯยังชอบคนเชียร์ จี้เลิกได้แล้ว

 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถึงกระแสข่าวการแต่งตั้งโยกย้าย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มาเป็นรัฐมนตรี และให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เป็น ผบ.ตร.แทน ว่าคุณอยากย้ายก็ย้ายเลย คุณจะได้เอา พล.ต.อ.ศรีวราห์ขึ้น คุณจะย้ายไหม เรื่องนี้ไม่ต้องให้ตนยืนยัน ก็ดูไป

 

เมื่อถามว่า ให้ดูไปหมายความว่ามีโอกาสใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มี ซักอีกว่าทำไม พล.ต.อ.จักรทิพย์โดนเลื่อยขาเก้าอี้ตลอด พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า บอกไม่ได้ เพราะตนไม่ได้เป็นคนเลื่อย

 

ถามย้ำว่า แสดงว่ามีการเลื่อยขาเก้าอี้จริงใช่หรือไม่ รองนายกฯ ตอบกลับว่า "ถามอะไรไม่รู้ ไม่ได้เรื่องเลย โอ๊ย ยิ่งแก่ยิ่งถามเก่ง ถามเลอะเทอะ"

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ท่านรองนายกฯ พูดกำกวม ก็ต้องถามให้ชัดเจน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า อะไรกำกวม ไม่มีอะไรอ้ำอึ้ง กำกวม การที่บอกให้รอดูแล้วมันเป็นอย่างไร บอกให้รอดูก็รอดูไป เมื่อถามว่าส่วนตัวมองว่าคุณสมบัติของ พล.ต.อ.จักรทิพย์นั้น สามารถที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรแจงว่า ไม่ดู เพราะไม่ใช่หน้าที่ที่เกี่ยวกับตน เป็นหน้าที่ของนายกฯ ในการพิจารณา ซึ่งตอนนี้ไม่รู้ว่านายกฯ ตัดสินใจอย่างไร

 

“ตัวผมเองยังไม่รู้เลยว่าจะอยู่หรือเปล่า แล้วนายกฯ จะมาปรึกษาอย่างไร ผมจะอยู่หรือไปยังไม่รู้เลย”

 

เมื่อถามว่า นายกฯ กลับจากภารกิจต่างประเทศ จะมีเซอร์ไพรส์เลยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็แล้วแต่นายกฯ เพราะเป็นหัวหน้ารัฐบาล แล้วจะยังไง นายกฯ ไม่ได้คุยกับตน และไม่มีใครรู้ทั้งนั้น นายกฯ ทำคนเดียว ซึ่งบรรยากาศในการคุยคณะรัฐมนตรีวันนี้ รัฐมนตรีแต่ละคนก็หน้าตาแจ่มใส

 

ส่วนที่มีกระแสข่าวลือที่มีรัฐมนตรีบางท่านเตรียมเก็บของแล้วนั้น รองนายกฯ กล่าวว่า สื่อเขียนกันไปเอง เก็บข้าวเก็บของ

 

ถามอย่างนี้ไอ้ห่า

 

ซักว่ายังไหวหรือไม่กับตำแหน่งรองนายกฯ ที่ต้องดูงานด้านความมั่นคง พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่รู้ ตนยังไม่รู้ตัวเลย เมื่อถามย้ำว่าหมายถึงสุขภาพร่างกายยังสู้ไหวหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวย้ำอีกว่า ก็ไม่รู้ยังไง ดูไม่ออกเหรอ สื่อดูออกไหม

 

“ถามอย่างนี้ ไอ้ห่า สุขภาพผมยังไม่เป็นอะไร" รองนายกฯ ตอบคำถามที่ว่าจะลาออกเองหรือไม่

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ พล.อ.ประวิตรนั่งในรถประจำตำแหน่งเตรียมออกจากทำเนียบรัฐบาล ได้ลดกระจกรถลง พร้อมกล่าวกับสื่อว่า ถามอะไรไร้สาระ

 

ด้าน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวตอบคำถามว่า ได้มีการพูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่องการปรับ ครม.แล้วหรือยังว่า ตั้งแต่การประชุม ครม.ครั้งที่แล้วจนถึงวันนี้ยังไม่เจอนายกฯ เลย เพราะนายกฯ เดินทางไปต่างประเทศ

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหนื่อยใจหรือไม่ เพราะโดนหนักเลยในช่วงนี้ พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ก็โดนแบบนี้ทุกครั้ง

 

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.ว่าพล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้แจ้งรัฐมนตรีที่จะถูกปรับออกเป็นรายบุคคล แต่ที่ประชุม ครม.เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ได้แจ้งให้ทราบว่าจะมีการปรับ พร้อมระบุว่าการทำงานของเรานั้นยึดประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง ไม่มีโควตารัฐมนตรีทหารหรือพลเรือน ใครที่ยังอยู่ในตำแหน่งขอให้ทำงานต่อไป ส่วนใครถูกปรับออกขออย่าโกรธเคือง น้อยใจ เพราะนายกฯ ทำด้วยความจำเป็นเพื่อประโยชน์ชาติ ดังนั้น ไม่มีรัฐมนตรีคนใดทราบว่าตัวเองจะถูกปรับเปลี่ยนตำแหน่งหรือไม่

 

พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า พล.อ.ประวิตรได้สั่งการในที่ประชุม ครม. ว่าปัจจุบันพบว่ามีสถานการณ์เข้าสู่การเมืองปกติ เราจะเห็นได้จากปรากฏการณ์หลายเรื่อง มีการใส่ร้าย บิดเบือน การปล่อยข้อมูลข่าวสารเพื่อเป็นเท็จ หรือการพยายามลดความน่าเชื่อถือของตัวบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในรูปแบบต่างๆ ต้องยอมรับความจริงว่า บางเรื่องก็มีมูล บางเรื่องก็ไม่มีมูล เพราะฉะนั้น พล.อ.ประวิตรจึงสั่งการให้รัฐมนตรีทุกคนทำงานเชิงรุก

 

"ออมสิน" เปล่าขนของ

 

ด้าน พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อสั่งการ พล.อ.ประวิตร ในที่ประชุม ครม. คือขอให้หน่วยงานรัฐประชาสัมพันธ์เข้มข้นขึ้น เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดให้หันมาทำงานเชิงรุกมากขึ้นนั้น เป็นเรื่องที่ขณะนี้พบว่ามีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารเป็นจำนวนมาก จนสร้างความเข้าใจผิด

 

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวมีการเก็บของที่ห้องทำงานแล้ว หลังจากนายกรัฐมนตรีจะมีการปรับ ครม. ว่า ไม่มีอะไร เห็นข่าวที่ออกมาก็งงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น อาจเป็นเพราะว่าวันนี้ไม่ค่อยจะมีข่าวอะไรหรือไม่ ความจริงเรื่องเก็บของนั้นยืนยันไม่มี ที่ตนเก็บของเป็นเรื่องของการเก็บตามนโยบาย 5 ส. ประกอบด้วย สะสาง สะดวก สะอาด สุขลักษณะ และสร้างนิสัย ไม่ได้เป็นการเก็บเตรียมตัวออกแต่อย่างใด

 

“เป็นการเอาเอกสารที่หาไม่เจอในห้องเก็บของไปเรียงไว้ในลัง ไม่มีอะไรเลย และไม่ได้เพิ่งมาทำเร็วๆ นี้ ทำมา 2-3 อาทิตย์แล้ว ไม่ได้ทำอะไรที่เป็นเรื่องผิดปกติเลย ยืนยันว่าไม่มีสัญญาณใดๆ ทั้งสิ้น ผมยังแปลกใจมาเป็นข่าวจนเป็นเรื่องเป็นราวได้ยังไง”นายออมสินกล่าว

 

มีรายงานว่า ภายหลังการประชุม ครม.ช่วงที่เดินลงบันไดลงมาจากห้องประชุมที่ตึกบัญชาการ นายออมสินได้ยืนพูดคุยกับรัฐมนตรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถึงกระแสข่าวว่าได้เริ่มเก็บของแล้วว่า "ดูสิ สื่อไปเขียนข่าว ไปพาดหัวไม้ตัวเบ้อเร่อว่าผมเก็บของ ที่จริงเอกสาร หนังสือที่เขาแจกมามันเยอะแยะ ซึ่งเก็บเป็นประจำทุกวัน มาวันนั้นก็เก็บไปไว้ที่บ้านบางส่วน เพราะในห้องทำงานทำเนียบฯ เต็มไปหมด แต่มาหาว่าเก็บของ ซึ่งมันไม่ใช่" จากนั้นต่างพากันหัวเราะ

 

พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวเก็บของที่ห้องทำงานแล้ว หลังจะมีการปรับ ครม.ว่า ขณะนี้นายกฯ ยังไม่ได้มีการหารือกับตนเรื่องการปรับ ครม.แต่อย่างใด และไม่เคยพูดว่าจะเป็นการปรับ ครม.ใหญ่หรือเล็ก

 

ขณะที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับ ครม. ว่าไม่ทราบเรื่องการปรับครม.จริงๆ

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะกลับมาทำงานที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาลอีกหรือไม่ พล.ต.อ.อดุลย์ยิ้ม แต่ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว เมื่อถามต่อว่าพร้อมที่จะทำงานตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาใช่หรือไม่ พล.ต.อ.อดุลย์ ตอบว่า "ผมเป็นคนมีวินัยอยู่แล้ว" เขากล่าวพร้อมยิ้มและทำท่าตะเบ๊ะ ก่อนเดินขึ้นห้องประชุม ครม.

 

ขณะที่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ไม่มี และไม่ทราบเรื่องการปรับครม.

 

"มาร์ค" เหน็บ "ฉัตรชัย"

 

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรีว่า หวังว่าจะยึดเรื่องงานเป็นตัวหลัก แต่เป็นห่วงที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ประกาศว่าจะไม่มีการเปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจ หากปรับ ครม.แล้วแนวคิดทางเศรษฐกิจยังเป็นอย่างนี้ คือไม่ดูผลกระทบในเชิงกระจายรายได้ ต้องกลับไปทบทวน

 

"การปรับ ครม.จึงไม่ใช่แค่เรื่องบุคคล แต่เป็นเรื่องทิศทางการบริหารเศรษฐกิจที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนด้วย"

 

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ผลสำรวจของหลายสำนักสะท้อนขณะนี้ประชาชนรู้สึกเคว้งคว้าง อยากเห็นพรรคการเมืองใหม่ ซึ่งตนสนับสนุนมาโดยตลอดว่า ระบอบประชาธิปไตยต้องมีคนใหม่ จึงจะเกิดการแข่งขันและเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ขณะเดียวกันก็ต้องการทีมเศรษฐกิจใหม่ และการปรับปรุงการทำงานเรื่องเศรษฐกิจและสวัสดิการ รวมทั้งมีความกังวลเรื่องการเมืองด้วย

 

เขายังแสดงความหนักใจต่อท่าทีของภาครัฐที่มีการรวบตัวแกนนำเกษตรกรสวนยาง แต่กลับต้อนรับเกษตรกรที่ไปให้กำลังใจ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ โดยเห็นว่ารัฐบาลพยายามจะสร้างการเมืองใหม่ ปฏิรูปการเมือง แต่กลับไม่ได้แก้ปัญหาพื้นฐานเดิมที่เคยต่อว่ารัฐบาลในอดีตว่า ไม่ใส่ใจผู้ที่เดือดร้อน แต่ใครที่เชียร์ก็ให้การต้อนรับและนำมาใช้ประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นการเมืองที่ควรจะเลิกได้แล้ว จึงอยากให้รัฐบาลทบทวนพฤติกรรมและทำตัวให้เป็นแบบอย่าง รวมทั้งต้องมีคำตอบว่าจะแก้ปัญหายางพาราอย่างไร

 

นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเชิญแกนนำชาวสวนยางเข้าปรับทัศนคติในค่ายทหาร ว่าถือเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง เป็นเรื่องของการเมือง แต่ในเมื่อเชิญไปพูดคุยกันแล้วก็ขอให้พูดคุยดีๆ รับฟังด้วยเหตุผล รับฟังด้วยความสุภาพ ในฐานะที่เราเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นผู้มีอำนาจ

 

"ผมอยากจะบอกว่าสามารถนำวิธีแก้ปัญหาที่นักการเมืองเคยบอกไว้หรือเคยทำไว้เอาไปทำได้ ไม่มีใครทวงบุญคุณ เพราะเป็นเรื่องบ้านเมือง มีปัญหา เรื่องปากท้อง ไม่มีใครเก่งกว่าใคร อยู่ที่ว่าใครตั้งใจดี แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นตัวชี้วัด" นายถาวรกล่าว

 

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์จะทำอะไรก็รีบทำ เพราะอำนาจทั้งหลายย่อมมีวันเสื่อมคลาย งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา เวลาของความจนของประชาชนไม่เคยคอยใคร เรื่องสำคัญมากที่สุดก็คือกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการใช้เงินอย่างเดียว ควรจะพักใช้เงินที่ไม่จำเป็น เพราะในช่วงหลังนี้ใช้เงินเก่งมากกว่าหา จนสุดท้ายก็จะกลายเป็นภาระหนี้สินให้กับคนไทยทั้งประเทศไปอีกนาน.

 

ที่มา ไทยโพสต์ออนไลน์ 

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License