ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
แช่แข็งย้าย ตร.‘วิทยา’จี้นายกฯ ใช้ ม.44 รอ 10 เดือนปฏิรูปเสร็จ พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย แนวหน้าออนไลน์   
วันเสาร์ที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๘:๐๗ น.
แช่แข็งย้าย ตร.‘วิทยา’จี้นายกฯ ใช้ ม.44 รอ 10 เดือนปฏิรูปเสร็จ เย้ยคงไม่ถึงลงแดงตายปปช. ฟันเจ้าหน้าที่ปปง. เรียกรับเงินล้มคดี20ล้าน
แช่แข็งย้าย ตร.‘วิทยา’จี้นายกฯ ใช้ ม.44 รอ 10 เดือนปฏิรูปเสร็จ เย้ยคงไม่ถึงลงแดงตายปปช. ฟันเจ้าหน้าที่ปปง. เรียกรับเงินล้มคดี20ล้าน 

“วิทยา” จี้นายกฯใช้มาตรา 44 ยุติโยกย้ายตำรวจจนกว่าปฏิรูปเสร็จใน 10 เดือน หยันคงไม่ลงแดงตายก่อน ร้องหานายกฯช่วยประกันถ้าถูกหมายจับ โยนถามข้อมูล“ผบ.ตร.”หลังบ้าน“บิ๊กตร.”เรียกรับเงินแลกเก้าอี้ ด้านป.ป.ช.ชี้มูลเจ้าหน้าที่ ปปง.เรียกเงิน 20 ล้านจากบิ๊ก“สกสค.”กรณีถูกอายัดทรัพย์แลก“ล้มคดี”

นายวิทยา แก้วภราดัย อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) และอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ยังคงเกาะติดการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังออกมาเปิดเผยข้อมูลมีการซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจประจำปี 2559 แม้พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จะออกมาปฎิเสธและสั่งทีมกฎหมายพิจารณาฟ้องหมิ่นประมาท ฐานทำให้องค์กรเสียหาย

จับมือ“สังศิต-พะจุณณ์”ดันปฎิรูปตร.

เมื่อวันที่ 16มิถุนายน นายวิทยาเปิดเผยว่า ได้เข้าพบพล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ และพ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)แจ้งความทุกครั้งที่พูดถึงการซื้อขายตำแหน่งตำรวจ เพื่อขอประสบการณ์จากทุกคน และได้ข้อสรุปตรงกันว่า สตช.ใช้นิสัยตำรวจข่มขู่ ซึ่งเมื่อดูสำนวนคดีก็ไม่มีอะไร แต่สร้างภาพจะแจ้งความจับกุม

ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือ ไม่ต้องพูดในสิ่งที่เขาขู่ แต่จะให้กำลังใจรัฐบาลเดินหน้าปฏิรูปตำรวจ เพราะนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พูดว่าการวิ่งเต้นโยกย้ายเป็นปัญหาหนึ่งของสตช. ทำให้ต้องปฏิรูป เวลาที่เหลือ 10 เดือนต้องปฏิรูปให้เสร็จ โดยพวกตนจะเข้าไปช่วยดูเรื่องนี้ด้วย เรื่องที่เกิดขึ้นต้องจบด้วยการปฎิรูปตำวจ

จี้ใช้ม.44แช่แข็งแต่งตั้งโยกย้าย

นายวิทยากล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาเคยระบุถึงการโยกย้ายว่ามีเมียลับๆของตำรวจชั้นผู้ใหญ่เรียกรับเงิน วันรุ่งขึ้นก็มีการโยกย้ายพล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (ผบช.ภ.8) ซึ่งตำรวจจะมาสอบถามตนว่ามีข้อมูลหรือไม่ ขอฝากบอกว่าเย็นนี้เจอกัน แต่ต้องไปเอาข้อมูลจากผบ.ตร.เพราะตนไม่เคยระบุว่าเกิดขึ้นที่ไหน ใครจ่าย ส่วนที่ระบุว่าพล.ต.ต.ใหญ่กว่าพล.ต.อ.ให้ไปถามกันเองว่าเป็นใคร

“ขอเรียกร้องไปยังนายกฯและนายวิษณุว่าก่อนปฏิรูปตำรวจเสร็จภายในอีก 10 เดือนข้างหน้า ขอร้องให้ใช้มาตรา 44 ยุติการแต่งตั้งโยกย้ายไว้ก่อนจนกว่าจะปฏิรูปเสร็จ ดูสิว่าจะอดตายกันหรือไม่ ช่วงเดือนสิงหา ตุลา และเมษาปี 2561 รอการปฏิรูปก่อน ยังไม่ต้องโยกย้าย คิดว่าคงไม่ลงแดงตายกันไปก่อน แต่จะมีคนสาธุ” นายวิทยากล่าว

วิ่งหานายกฯประกันถ้าถูกหมายจับ

และว่า ตำรวจจะมาสอบตนในฐานะพยาน แต่หากจะออกหมายเรียกหรือหมายจับจะไม่ขอประกันตัว แต่จะให้นายกฯไปประกัน เพราะขอบคุณตนที่ให้ข้อมูล ดังนั้น ถ้ามีอะไรตนจะวิ่งหานายกฯ จึงขอให้ผบ.ตร.คิดให้ดีแล้วกัน

ด้านพล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีนายวิทยากล่าวหามีการซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจปี 2559 ว่า พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.)ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงดำเนินการอยู่ ยังคงเป็นประเด็นการกล่าวหากรณีซื้อขายตำแหน่งในบช.ภ.8เท่านั้น เนื่องจากมีหนังสือร้องเรียนปัญหาการแต่งตั้งในพื้นที่เข้ามา รวมถึงกรณีกล่าวหามีนายตำรวจยศพล.ต.ต.อ้างถึงพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการตำรวจสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ(191) เข้ามาเกี่ยวข้อง ก็เป็นเพียงการพูดกล่าวหาไม่ได้มีการร้องเรียนเข้ามา อีกทั้ง ผบ.ตร.ยืนยันผ่านสื่อมวลชนไปแล้วว่า พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ไม่เกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้าย แต่มอบให้ไปตรวจสอบข้อมูลบ้างเท่านั้นในขั้นนี้จึงยังไม่ตั้งกรรมการสอบที่พาดพิงพล.ต.ต.สุรเชษฐ์แต่อย่างใด

ฟันจนท.ปปง.เรียกรับเงินล้มคดี

อีกด้านหนึ่ง นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)แถลงว่า คณะกรรมการป.ป.ช. มีมติชี้มูลทางวินัยและอาญา นายอภิชาติ ถนอมทรัพย์ ผู้อำนวยการกองคดี 2 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) และนายอเนก ใจพยุงตน กรณีร่วมกันเรียกเงิน 20 ล้านบาทจากนายเกษม กลั่นยิ่งและนายสุรเดช พรหมโชติ ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ที่ถูกตรวจสอบทรัพย์สินตามกฎหมายปปง. และถูกคณะกรรมการธุรกรรมอายัดทรัพย์สินนั้น เพื่อเป็นการตอบแทนในการช่วยเหลือทางคดีเกี่ยวกับการถอนอายัดทรัพย์สิน จากการตรวจสอบพบมีการส่งเงินให้นายอภิชาติและนายอเนก 3 ครั้งๆละ 2 ล้านบาทรวม 6 ล้านบาท

“กรรมการป.ป.ช.มีมติว่า นายอภิชาติมีมูลความผิดทางวินัยร้ายแรงและมีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 157 รวมทั้งในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐรับทรัพย์สินหรือประโยชน์จากบุคคลนอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมายพ.ร.บ.ปปช.มาตรา 103 วรรคหนึ่ง และมีมูลเป็นความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และมาตรา 164 รวมทั้งมีความผิดตามกฎหมาย ปปง.มาตรา 66 ส่วนนายอเนกซึ่งเป็นประชาชน มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดดังกล่าว”นายสรรเสริญกล่าว

ชี้มูลน.อ.งาบน้ำมันเรือสิมิลัน4.3ล.

และเปิดเผยอีกว่า กรรมการ ปปช.มีมติชี้มูลความผิดน.อ.อัชฌบูรณ์ เซ็นพานิช เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้บังคับการเรือหลวงสิมิลันกับพวก กรณีเบียดบังน้ำมันเชื้อเพลิงของเรือหลวงสิมิลันไปเป็นประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น หรือยอมให้ผู้อื่นเอาน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวไป คิดเป็นเงิน 4.3ล้านบาท จากการไต่สวนข้อเท็จจริงพบว่าน.อ.อัชฌบูรณ์ สั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชา จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากถังระวางบรรทุกหลายกรณี ได้แก่ จ่ายไปยังแผนกอื่น จ่ายเป็นสวัสดิการแก่กำลังพลประจำเรือ, จ่ายให้การสนับสนุนเรืออื่น จ่ายให้หน่วยงานอื่นในสังกัดกองทัพเรือ หรือหน่วยงานอื่นนอกสังกัด และจ่ายสนับสนุนนักกีฬาในการฝึกซ้อมโดยไม่มีอำนาจ และรายงานสถานภาพน้ำมันเชื้อเพลิงคงคลังในถังระวางบรรทุกเป็นเท็จ

นายสรรเสริญกล่าวต่อว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติว่าน.อ.อัชฌบูรณ์ มีมูลความผิด ทางวินัยอย่างร้ายแรง และมีมูลเป็นความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์เป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มาตรา 157 อย่างไรก็ตาม การชี้มูลความผิดทางอาญาของคณะกรรมการป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

 ที่มา แนวหน้าออนไลน์
แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๘:๓๐ น.
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License