ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านอยากได้รัฐบาลแบบไหน?
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
บทความใน นสพ.แนวหน้า เรื่อง "ต้องเลิกยัดเยียดสารพิษในการรักษาโรค" วันที่ 10 ก.พ.61 พิมพ์ อีเมล
บทความ - บทความพิเศษ
เขียนโดย สิริอัญญา   
วันศุกร์ที่ ๐๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ เวลา ๑๑:๓๒ น.

     โลกเราทุกวันนี้กำลังตื่นตัวอย่างกว้างขวางในเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพ ตลอดจนวิธีการรักษาพยาบาล และเกิดกระแสเรียกร้องต้องการให้ฟื้นฟูการแพทย์ทางเลือก หรือนัยหนึ่งก็คือการนำแบบแผนยาและวิธีการรักษาโรคแบบโบราณมาใช้มากขึ้น 

     เกิดการเผชิญหน้ากันในหลายปริมณฑลของโลกเกี่ยวกับพิษและเภทภัยของการรักษาพยาบาลแผนปัจจุบัน ตลอดจนยารักษาโรคจำนวนมาก 

     มีหลักฐานจำนวนมากที่พิสูจน์ชัดเจนแล้วว่ายารักษาโรคจำนวนมากแท้จริงคือยาพิษหรือสารพิษที่เป็นพิษเป็นภัยร้ายแรงแก่ชีวิตและสุขภาพของมนุษย์ และต้องยกเลิกเพิกถอนตำรับยาและแบบแผนวิธีการรักษาที่เป็นเภทภัยเหล่านั้นไปแล้วเป็นจำนวนมาก 

     ดังตัวอย่างเช่นการยกเลิกการใช้ยาหลายชนิด ซึ่งในระยะ 30-40 ปีมานี้ได้มีการยอมรับและนำขึ้นเป็นตำรับยา ผ่านการพิจารณาของหน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องอาหารและยา จากนั้นก็มีการโฆษณาถึงสรรพคุณและนำไปใช้ในการรักษาคนป่วยคนเจ็บเป็นจำนวนมาก 

     ครั้นต่อมาผลการวิจัยและผลการพิสูจน์ชัดเจนแล้วว่ายาเหล่านั้นเป็นยาพิษ เป็นสารพิษ และก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงแก่มนุษย์ ถึงขนาดที่ล้มตายลงไปแล้วเป็นจำนวนมาก และต้องรับผลกระทบจากพิษของยานั้นกันเป็นจำนวนมาก 

     แต่ก็หามีใครหน้าไหนรับผิดชอบต่อชีวิตและสุขภาพของประชาชาติทั้งหลายที่ถูกยัดเยียดให้ใช้ยาพิษและต้องเจ็บต้องตายหรือได้รับผลกระทบที่ทรมานเป็นจำนวนมาก 

     ในบ้านเมืองของเราก็ได้รับผลอย่างเดียวกับประชาชาติต่างๆในโลก แต่ก็ไม่มีใครรับผิดชอบ แม้แต่คำขอโทษสักคำหนึ่งก็ไม่มี 

     ในขณะนี้กำลังเกิดกระแสเกี่ยวกับโรคบางชนิดที่เกิดขึ้นเป็นชุดเป็นขบวนและเกิดแล้วก็ต้องรักษากันจนตาย นั่นก็คือโรคเกี่ยวกับความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไต โรคตับ โรคเส้นเลือดตีบ แตก ตัน ซึ่งเป็นโรคที่ไม่มีเชื้อแต่เกี่ยวเนื่องกันทั้งสิ้น และยารักษาโรคเหล่านี้ล้วนเป็นพิษเป็นภัยและก่อให้เกิดโรคเทือกเถาเหล่ากอนี้จนมีผู้ป่วยเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก และกำลังเป็นภยันตรายคุกคามประชาชนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันในขณะนี้ 

     มีการพบว่ายารักษาความดันแท้จริงก็คือสารเคมีที่เป็นพิษ จำพวกหนึ่งกระตุ้นหัวใจเพื่อให้สูบฉีดโลหิตผิดปกติ และในที่สุดก็จะเกิดโรคหัวใจติดตามมาและต้องรักษาโรคหัวใจต่อไปอีก อีกจำพวกหนึ่งก็กระตุ้นการขับถ่ายปัสสาวะเพื่อขับสารที่ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง ทำให้การทำงานของไตผิดปกติ ทำให้การทำงานของตับอ่อนผิดปกติ จนเกิดเป็นโรคไตและโรคเบาหวานตามมา 

     ที่สำคัญคือขนาดของการใช้ยาที่การผลิตยานั้นจะถือเอาโครงสร้างสรีระของฝรั่งเป็นหลัก ซึ่งเป็นพวกตัวใหญ่ โครงสร้างใหญ่ ต่างกับคนไทยซึ่งโครงสร้างเล็กกว่า ตัวเล็กกว่า ดังนั้นเมื่อมารับยาขนาดเดียวกันจึงเป็นผลให้รับยาเกินขนาด นั่นก็คือการเร่งการเป็นโรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคตับ โรคไตให้เร็วขึ้นนั่นเอง 

     มิหนำซ้ำ ยังมีการกำหนดมาตรฐานการถือว่าเป็นโรคความดันจากที่เคยถือเอาที่ระดับ 150, 140 มาวันนี้ก็ถือเอาที่ระดับ 130 จึงเป็นผลให้คนวัยกลางคนซึ่งปกติก็มีความดัน 130-140 กลายเป็นคนเป็นโรคความดัน และเข้าสู่ระบบการรักษาแบบมีพิษเภทภัยดังกล่าว สร้างความร่ำรวยมหาศาลให้กับกิจการยาของต่างชาติ 

     ชะตากรรมของคนไทยในเรื่องนี้ถึงวันนี้ก็ไม่มีใครรับผิดชอบหรือคิดอ่านแก้ไข จึงเป็นเรื่องที่คนไทยทุกคนจะต้องไปตายเอาดาบหน้า ดิ้นรนรักษาตัวกันเอาเอง หรือไม่ก็ยอมเข้าขบวนการเป็นโรคเรื้อรังที่เป็นเทือกเป็นเถาหรือกลุ่มโรคไปจนตาย และในที่สุดก็ต้องตายด้วยโรคเหล่านั้น 

     อีกโรคหนึ่งซึ่งกำลังเกิดกระแสกลัวภัยอย่างกว้างขวางคือโรคมะเร็ง เพราะอาหารที่เป็นพิษที่ส่งเสริมช่วยเหลือเอื้อเฟื้อกันนักหนา ได้ทำให้เกิดความเป็นพิษขึ้นในร่างกายมนุษย์และทำให้คนไทยป่วยเป็นโรคมะเร็งมากขึ้น และเป็นกันกระทั่งเด็กหนุ่มเด็กสาวไปจนถึงคนแก่ และก็สร้างความเชื่อว่าเป็นมะเร็งแล้วรักษายาก ส่วนใหญ่จะต้องตาย 

     โดยมีแบบแผนการรักษาเป็นชุดคือ ผ่าตัด ฉีดคีโม สลับกันไป และในที่สุดก็ตายคาที่ หรือมิฉะนั้นก็ตายเร็วกว่าปกติ เพราะเกิดโลหิตติดเชื้อที่เกิดขึ้นเฉพาะในโรงพยาบาล หรือที่เรียกว่าโรค Hospital Disease แล้วตายไปอย่างฉับไว 

     เพื่อดิ้นรนให้มนุษย์หลุดพ้นจากอันตรายจากโรคมะเร็ง จึงมีการค้นคว้าหายามารักษากันทั่วโลก ที่สำคัญคือคณะแพทย์ไทยได้ค้นพบว่าสารสกัดจากกัญชาสามารถรักษาโรคมะเร็งได้อย่างเฉียบขาด ทั้งยังพบตำรับยาโบราณคือยาสุนทรนิทรา ซึ่งเป็นยาช่วยในการนอนให้หลับลึก หลับสนิท และยาสว่างอารมณ์ ซึ่งเป็นยาช่วยในการสร้างความเบิกบานในอารมณ์ ไม่งุน ไม่งง ไม่ง่วง ไม่อ่อนเปลี้ยเพลียแรง  

     ซึ่งตำรับยาเหล่านี้เคยมีมาแต่โบราณ แต่ถูกยกเลิกเพิกถอนเพราะอ้างว่ากัญชาเป็นพืชเสพติด ดังนั้นจึงต้องใช้ยาพิษสารพิษในการรักษาแทน แล้วก็เกิดเหตุเภทภัยดังที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ 

     ป่วยการที่จะไปร้องขอความเห็นใจหรือเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจแก้ไข เพราะกี่ยุคกี่สมัยก็ไม่มีใครกล้าแตะต้อง เนื่องจากต้องค้อมหัวให้กับผู้ผลิตยารายใหญ่ในต่างประเทศ ซึ่งมีอำนาจเหนือรัฐหลายประเทศ รวมทั้งบ้านเมืองของเราด้วย 

     ทว่าเมื่อภยันตรายคุกคามขยายตัวจนไม่มีทางออกอย่างอื่นแล้ว ประชาชนก็ต้องยืนบนขาของตัวเอง ใช้พลังอำนาจของประชาชนเองในการกำหนดชะตากรรมของตนในอนาคต ด้วยการร่วมกันรณรงค์เรียกร้องให้นักการเมืองและพรรคการเมืองต้องทำการปลดล็อคกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด เพื่อใช้เป็นเวชภัณฑ์ในการรักษาโรคมะเร็งและโรคร้ายอีกหลายชนิดให้สำเร็จจงได้ 

     ถือเป็นวาระที่จะต้องต่อสู้กันในทางการเมือง พรรคการเมืองไหน นักการเมืองใดไม่ให้สัญญาเรื่องนี้ก็อย่าไปเลือกมัน เพราะใครไหนก็ตามหากไม่อนาทรด้วยทุกข์ยากของราษฎรแล้วเลือกไปก็เสียเปล่า เมื่อใดที่ประชาชนยืนหยัดร่วมกันเช่นนี้แล้วก็จะไม่มีอำนาจใดมาต้านทานได้ และเมื่อนั้นทางออกเรื่องสุขภาพของประชาชนก็จะบังเกิดขึ้น.

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License