ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านอยากได้รัฐบาลแบบไหน?
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
บทความใน นสพ.แนวหน้า เรื่อง "ลุงตู่ดวงแตก!" วันที่ 7 ม.ค.61 พิมพ์ อีเมล
บทความ - บทความพิเศษ
เขียนโดย สิริอัญญา   
วันศุกร์ที่ ๐๕ มกราคม ๒๕๖๑ เวลา ๑๑:๓๕ น.

     พักนี้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น วัน ๆ จึงมีแต่ข่าวคราวการทำนายทายทักของหมอดู และทำนายทายทักกันเป็นเรื่องราวใหญ่โตว่านายกตู่ดวงแตก จะต้องมีอันประสบชะตากรรมต่าง ๆ กัน ตั้งแต่ตกจากเก้าอี้ หรือหนีไปต่างประเทศ หรือมีอันเป็นไปด้วยประการต่าง ๆ 

     แล้วคนบางพวกก็นำไปเผยแพร่กันเป็นกิจกรรมใหญ่เป็นกิจกรรมหลัก ซึ่งก็พอเข้าใจได้ว่าเพื่อให้สาแก่ใจ หรือสะใจ จากความไม่ค่อยพอใจหรือไม่ชอบใจหรือความเกลียดชัง ซึ่งมีมาด้วยประการต่างๆ อันเป็นเรื่องที่ต้องใคร่ครวญหาสาเหตุความเป็นมาให้จงดี 

     เพราะการผสมโรงทั้งตัวตั้งในการทำนายทายทักและตัวขยายผลในการเผยแพร่และกระทำการแพร่หลายซึ่งคำทำนายทายทักทำนองนั้น จึงทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์และการกล่าวขวัญกันขึ้นในแทบทุกวงการ จนกระทั่งกลบกระแสหวยกันไปแล้ว และบ้าถึงขนาดพนันกันว่านายกตู่จะอยู่จะไปถึงวันไหน 

     ความจริงก็เป็นไปตามธรรมชาติและอัชฌาสัยของคนไทยเรา ที่เป็นไปตามคำพังเพยที่ว่ามาแต่โบราณว่า “เจ๊กตื่นไฟ ไทยตื่นข่าว ลาวตื่นยศ” และยิ่งเป็นข่าวแบบนี้ก็ยิ่งตื่นข่าวกันใหญ่ ซึ่งเรื่องทำนองนี้เมื่อครั้งสมัยพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ก็เคยมีขึ้นครั้งหนึ่งหรือสองครั้ง จนเป็นเหตุให้ทรงมีพระราชโองการและประกาศในราชกิจจานุเบกษาห้ามเชื่อถือการปล่อยข่าวโคมลอยมาแล้ว 

     ดังนั้นจึงจำเป็นต้องพูดถึงเรื่องนี้สักครั้งหนึ่ง 

     ก็ต้องบอกว่าเหตุผลทางโหราศาสตร์หรือพยากรณ์ศาสตร์ที่โหรานุโหรทั้งหลายนำมาใช้อ้างอิงนั้น ก็เป็นเรื่องของการโคจรของดวงดาวไม่กี่ดวง คือดาวมฤตยูที่จรอยู่ในราศีเมษ ดาวพฤหัสซึ่งจรอยู่ในราศีตุลย์ ดาวพระเสาร์ซึ่งจรอยู่ในราศีธนู และพระราหูซึ่งจรอยู่ในราศีกรกฎ ดวงดาวเหล่านี้แหละที่ใช้เป็นหลักเป็นฐานในการพยากรณ์ 

     เว้นแต่บางพวกไม่ได้อาศัยหลักวิชาพยากรณ์ แต่กลับอ้างการทรงเจ้าเข้าผี ซึ่งมีอยู่แพร่หลายในบ้านเมืองของเราแม้ในยุค 4.0 นี้ 

     ก็ต้องบอกให้รู้โดยทั่วกันว่าการทำนายทายทักส่วนใหญ่ดังกล่าวนั้นห่างไกลออกไปจากหลักวิชามาก และบางรายก็ออกอาการมั่วจนเละตุ้มเป๊ ซึ่งจักพรรณนาให้เห็นความมั่วและเละตุ้มเป๊ะไปโดยลำดับ

     ที่อ้างว่านายกตู่ดวงแตกเพราะดาวบาปเคราะห์จร โดยเฉพาะคือดาวพระราหูจรมาเล็งลัคนากำเนิดของนายกตู่นั้น ประการนี้ต้องกล่าวว่าเป็นเรื่องเหลวไหลและไร้หลักวิชา เพราะเรื่องของดวงแตกไม่ใช่เรื่องที่จะพูดจาส่งเดชได้ 

     การที่จะเรียกว่าดวงแตกนั้นจะต้องเป็นเรื่องของพื้นดวงเดิมเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องของดวงจร คือเรื่องที่ดวงดาวโคจรมาในปัจจุบัน และแม้ในพื้นดวงกำเนิดก็มีกฎเกณฑ์เฉพาะที่แน่นอน มิใช่เอะอะว่าบาปเคราะห์เล็งลัคนาแล้วจะต้องเป็นดวงแตกเสมอไป 

     ที่วางเกณฑ์เป็นดวงแตกจะต้องประกอบด้วยหลักข้อแรกคือ ลัคนากำเนิดอยู่ในราศีทวาร คือราศีเมษ ราศีกรกฎ ราศีตุลย์ และราศีมังกร ซึ่งเป็นราศีต้นธาตุ และดาวพระเคราะห์ที่จะเล็คลัคน์นั้นจะต้องเป็นบาปเคราะห์แท้ ไม่ใช่ดาวพระเคราะห์ที่เป็นเลขคี่แล้วจะเป็นบาปเคราะห์เสมอไป สรุปก็คือพระอาทิตย์ พระอังคาร พระพฤหัส ซึ่งมีสัญลักษณ์เลข 1, 3 และ 5 แม้จะเป็นเลขคี่ก็ไม่ถือเป็นบาปเคราะห์ จึงคงเหลือเพียงสองดวงเท่านั้น ดวงหนึ่งคือพระเสาร์ และอีกดวงหนึ่งแม้เป็นสัญลักษณ์เป็นเลขคู่คือเลข 8 ก็ถือเป็นบาปเคราะห์ 

     ดังนั้นแม้ดาวพระราหูจะจรมาเล็งลัคนานายกตู่ ซึ่งว่ากันว่าอยู่ราศีมังกร จึงไม่เป็นดวงแตก และการที่พระราหูเล็งลัคน์ก็มิได้ร้ายเสมอไป บางทีก็ให้คุณอนันต์ ดังบทพยากรณ์ที่ว่า 

     “เมื่อมิตรก็ชอบชื่น บ่มีโทษแถลงทัณฑ์ 
     ปางเป็นศัตรูสรร-         พอุบาทว์อุบัติเข็ญ” 

     ก็แลพระราหูนั้นเป็นมิตรกับพระเสาร์เจ้าเรือนลัคนาลุงตู่ แล้วจะเป็นดวงแตกดวงตกได้อย่างไร นี่ว่าไปตามหลักพยากรณ์ที่อ้างอิงได้จากคัมภีร์จักรทีปนีจรของพระอุตตมะรามเถร 

     ส่วนดาวพระเสาร์ซึ่งโคจรเข้าราศีธนูนั้น เป็นเรือนสุภะของดวงเมือง เป็นปูมแห่งพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีพระบารมีแผ่ไพศาล ดาวพระเสาร์นั้นจะร้ายกับใครอื่นก็ร้ายไป แต่จะไม่ร้ายกับดาวพฤหัสหรือในเรือนพฤหัส เพราะพระเสาร์นั้นคือสัญลักษณ์ของอาณาประชาราษฎร เมื่อจรมาในราศีพระมหากษัตริย์ คำพยากรณ์มีได้อย่างเดียวเท่านั้นคือทวยราษฎร์สมานฉันท์ เป็นนิกรชนสโมสร สามัคคีกันถวายความจงรักภักดี อันสอดคล้องกับคำพยากรณ์ในการวางหลักเมืองที่ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคศิวิไลซ์ 

     ส่วนดาวพฤหัสนั้นโคจรได้องค์เกณฑ์อันเป็นคุณอย่างยิ่งแก่ดวงเมือง ดาวพฤหัสนี้เป็นดาวประจำพระองค์พระมหากษัตริย์ เทียบได้กับดาวดวงที่สองของดาวส่วนหัวของดาวจระเข้ ซึ่งปรากฏอยู่ในฟากฟ้านภากาศ เรื่องราวที่ดีงามและพระเกียรติคุณตลอดจนพระบารมีของพระมหากษัตริย์จะปรากฏเจิดจ้ายิ่งกว่าดวงตะวัน 

     แม้ในภายหน้าเมื่อดาวพฤหัสโคจรเข้าราศีพิจิก ที่ว่ากันว่าเป็นมรณะแก่ดวงเมืองนั้น ก็คงลืมบทยกเว้นคำพยากรณ์ที่ตั้งไว้แต่บทแรกของคัมภีร์พยากรณ์ที่ว่า “พักเสริดและมนต์มี วิสมห้าประการก” ดาวพฤหัส ณ ตำแหน่งนี้ จรอยู่ในกีตะราศี เป็นข้อยกเว้นในทางตรงกันข้าม ดังนั้นบรมครูโหรแต่ครั้งวางดวงเมืองจึงปกป้องคุ้มครองดาวพฤหัสไว้ไม่ให้มีวันเสียหาย จึงวางเรือนมรณะดวงเมืองไว้ในกีตะราศี เผื่อว่าพระเคราะห์ใดจะให้โทษก็จะเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติในทางตรงกันข้ามเป็นให้คุณดังนี้ 

     ดังนั้นจึงควรที่ชนทั้งหลายได้พึงตั้งสติทำความเข้าใจ ทำความรู้ ให้บังเกิดแก่ตนตามควรแก่สติปัญญาและวุฒิของตน ๆ เถิด เกิดมาทั้งทีอย่าให้ใครมาหลอกมาลวงหรือมาชักนำไปในทางที่ผิด ดังที่พระพุทธองค์ทรงตรัสสอนไว้ในกาลามสูตรนั่นเอง.

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License