ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านอยากได้รัฐบาลแบบไหน?
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
กลยุทธ์ “ล้อมแต่ไม่ตี” ทำนาโต้อกแตก ไส้ไหล พิมพ์ อีเมล
ข่าว - วิพากษ์การเมือง เศรษฐกิจ สังคม
วันศุกร์ที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๘ เวลา ๑๑:๓๔ น.

     ฝ่ายนาโต้พยายามยั่วยุทางการทหารต่อฝ่ายพันธมิตรรัสเซีย (องค์การความร่วมมือแห่งเซี่ยงไฮ้) เพื่อยั่วให้รัสเซียโจมตีตุรกี และจะได้ใช้เป็นเหตุเปิดศึกชิงอิรักและซีเรีย

     แต่พันธมิตรรัสเซียไม่หลงกล ไม่ตอบโต้ทางทหาร แต่ตอบโต้ทางเศรษฐกิจ ทางการทูต-การเมืองระหว่างประเทศ และทางแนวรบสื่อ ประสานเข้ากับการดำเนินกลยุทธ์ “ล้อมแต่ไม่ตี” 

     วางกำลังทั้งทางอากาศ ทางเรือ และภาคพื้นดิน ก่อเป็นแนวล้อมตุรกีทั้งสี่ด้าน ตั้งแต่ทะเลดำทางด้านเหนือ, แนวเขตจอร์เจีย อาร์เมเนีย อิหร่าน ทางด้านตะวันออก, แนวเขตอิรัก ซีเรีย ทางด้านใต้ และทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางด้านตะวันตก และรัฐบาลอิรักได้ยื่นคำขาดให้ตุรกีและอเมริกาถอนกำลังจากดินแดนของตนโดยเร็วที่สุด จากนั้นรัสเซียได้เคลื่อนย้ายรถถังจำนวนมากผ่านอ่าวโอมานเข้าอ่าวเปอร์เซียไปขึ้นที่ท่าเรืออิรักติดกับคูเวต ซึ่งคาดว่ารถถังเหล่านี้จะส่งไปยังพื้นที่ที่ใกล้ที่สุดกับเมืองโมซุลทางด้านเหนือของอิรัก เมื่อประกอบเข้ากับการติดตั้งขีปนาวุธหลายพิสัยแล้ว ได้ก่อแนวล้อมและแนวต้านที่มีความเหนือกว่าฝ่ายนาโต้อย่างเด็ดขาด 

     สภาพเช่นนี้กดดันและคุกคามอย่างหนักหน่วง ทั้งทางการทหาร การเมืองระหว่างประเทศและเศรษฐกิจ อเมริกาจึงตัดสินใจส่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปเจรจากับประธานาธิบดีปูตินอย่างเร่งด่วน และขณะนี้ผลการเจรจาที่ปรากฏก็คือ 

     1.  นาโต้ได้กดดันให้ตุรกีถอนกำลังรถถังส่วนใหญ่ออกจากดินแดนอิรักก่อนที่ประธานาธิบดีปูตินจะยอมพบกับรัฐมนตรีต่างประเทศของอเมริกา 

     2.  อเมริกายอมรับเงื่อนไขที่ต้องถอนทหารออกจากอิรักและถอนกำลังทางอากาศ คือ เครื่องบินเอฟ 15 จำนวน 12 ลำ ที่เอาไปประจำการไว้ในตุรกีออกไปให้พ้นจากรัศมีคุกคามต่อปฏิบัติการของพันธมิตรรัสเซียในซีเรียและอิรัก และได้ถอนเครื่องบินดังกล่าวออกไปแล้ว 

     3.  ก่อนหน้านั้น ฝรั่งเศสได้ถอนเรือบรรทุกเครื่องบินจากอ่าวเปอร์เซียและเคลื่อนไปอยู่ที่ด้านอ่าวโอมานในพื้นที่ไกลออกไปมากอีกด้านหนึ่ง แหล่งข่าวระบุว่าแท้จริงแล้วเรือบรรทุกเครื่องบินของฝรั่งเศสและกองเรือฝรั่งเศสถูกล็อคเป้า โดยสัญญาณที่ไม่ปรากฏแหล่ง ซึ่งคุกคามอย่างร้ายแรงต่อเรือบรรทุกเครื่องบิน ทำนองเดียวกับการล็อคเป้าเครื่องบิน จึงต้องถอยเรือหนีออกไปให้พ้นจากการล็อคเป้า แต่ปรากฏว่ารัศมีการล็อคเป้ายังติดตามเรือบรรทุกเครื่องบินและกองเรือฝรั่งเศส จนต้องเคลื่อนย้ายลงไปทางด้านใต้สุด ไปอยู่ที่อ่าวโอมาน พ้นจากรัศมีคุกคามต่อปฏิบัติการในซีเรียและอิรักอย่างสิ้นเชิง ซึ่งกระแสข่าวดังกล่าวได้กดดันให้เยอรมันประกาศไม่ส่งกำลังทหารเข้าไปเพิ่มเติมในตุรกีอีกแล้ว และยังถอนเครื่องบินกลับประเทศ ส่วนอังกฤษก็ประกาศไม่ส่งกำลังภาคพื้นดินและได้ถอนเครื่องบินที่ประจำการอยู่ที่ไซปรัสกลับไปแล้ว ซึ่งต้องสังเกตด้วยว่าข่าวคราวการเคลื่อนเรือบรรทุกเครื่องบินและกองเรือพิฆาตของอเมริกาเมื่อร่วมเดือนที่ผ่านมาโดยระยะแรกระบุว่าจะเดินทางถึงทะเลเมดิเตอร์เรเนียนใน 6 สัปดาห์ข้างหน้า ปรากฏว่าข่าวคราวหายเงียบไปแล้ว และไม่รู้ว่ากองเรือนี้ไปไหนแล้ว อาจจะสัมพันธ์กับการปรากฏตัวของเรือดำน้ำล่องหนของรัสเซียที่ยิงขีปนาวุธจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนถล่มพื้นที่ยึดครองของไอซิสติดกับชายแดนตุรกีอย่างแม่นยำก็ได้ เพราะการปรากฏตัวของเรือดำน้ำนี้บวกเข้ากับขีปนาวุธสมัยใหม่ล่าสุดที่ติดตั้ง สามารถกดข่มขีปนาวุธและระบบป้องกันของเรือบรรทุกเครื่องบิน รวมทั้งเครื่องบินที่นำมาทั้งหมดได้อย่างเบ็ดเสร็จ 

     สภาพดังกล่าวทำให้การปิดล้อมทางการทหารต่ออิรักซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองโมซุลและก่อสภาพปิดล้อมตุรกีได้ก่อให้เกิดพลังคุกคามอย่างหนักหน่วง จนเกิดผลดังที่ได้กล่าวมานั้น 

     4.  แรงกดดันดังกล่าวทำให้เกิดความแตกแยกอย่างรุนแรงขึ้นในตุรกี 

     4.1  พวกกบฏชาวเคิร์ดได้เปิดปฏิบัติการรุกรบต่อพื้นที่ทางใต้ของตุรกีอย่างคึกคัก สร้างความเสียหายจำนวนมากให้แก่รัฐบาลตุรกี 

     4.2  ประธานาธิบดีตุรกีมีภาพต้องหาเป็นผู้สนับสนุนการก่อการร้ายและเป็นผู้จุดชนวนสงครามกับรัสเซีย รวมทั้งรู้เห็นให้ครอบครัวค้าน้ำมันเถื่อนกับผู้ก่อการร้าย จึงต้องดิ้นรนจนเกิดผลกระทบต่อตนเองอย่างร้ายแรง เช่น การกล่าวหากองทัพอากาศตุรกีว่าเป็นผู้สั่งยิงเครื่องบินรบของรัสเซีย เป็นเหตุให้ขัดแย้งกับกองทัพ จนล่าสุดกองทัพตุรกีได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาของประธานาธิบดี และยืนยันว่าประธานาธิบดีเป็นผู้สั่งการให้ยิงเครื่องบินรัสเซีย ในขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีก็สั่งจับกุมทั้ง ส.ส. และสื่อมวลชน รวมทั้งประชาชนหลายร้อยคนที่แฉโพยว่าค้ำมันเถื่อนกับผู้ก่อการร้าย จนมีการเดินขบวนขับไล่กันอย่างต่อเนื่อง ส่อเค้าว่าอาจมีการปฏิวัติในตุรกี 

     4.3  เมื่อพันธมิตรอื่นของนาโต้ถอนทหารและแจ้งให้ตุรกีถอนทหารออกจากอิรัก จึงทำให้ตุรกีโดดเดี่ยวอย่างยิ่ง เป็นความโดดเดี่ยวในท่ามกลางกลยุทธ์ “ล้อมแต่ไม่ตี” 

     สภาพเช่นนี้เรียกว่าสภาพอกแตก ไส้ไหล ถ้าเป็นหนังกำลังภายในก็เรียกได้ว่าถูกพลังภายในของอีกฝ่ายกดดันจนลมปราณแตกซ่าน อาเจียนเป็นโลหิต เลือดพุ่งพล่านทั่วร่างกาย จนน่าวิตกว่าจะฟุบลง ณ เวลาใดเท่านั้น 

     5.  ทางอเมริกาซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ของนาโต้ หลังจากหน้าแตกจากการส่งรัฐมนตรีต่างประเทศไปรัสเซียแล้ว กำลังถูกจีนตบหน้าอย่างรุนแรงเพราะเหตุที่อเมริกาจะขายอาวุธให้กับไต้หวัน ซึ่งจีนคัดค้าน กล่าวหาว่าเป็นการสร้างความแตกแยกภายในของประเทศจีน มุ่งให้กระทบต่อความมั่นคงของประเทศจีน แต่คราวนี้จีนประกาศจะแซงค์ชั่นทุกบริษัทของอเมริกาที่เกี่ยวข้องกับการขายอาวุธดังกล่าว ด้วยปฏิบัติการ 3 ไม่ คือ ไม่คบ ไม่ค้า และไม่ต้อนรับบริษัทเหล่านั้น ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่อเมริกาถูกชาติอื่นแซงค์ชั่นอย่างแข็งกร้าว ทั้ง ๆ ที่เมื่อพิจารณาจากสภาพอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ขายให้กับไต้หวันแล้ว ยังห่างชั้นกับกองทัพปลดแอกประชาชนจีนมากมายนัก แต่ที่ยังไม่อาจวินิจฉัยได้ก็คือเป็นลูกไม้ล่อให้ขายอาวุธยุทโธปกรณ์แก่ไต้หวัน แล้วในที่สุดก็จะตกไปถึงจีน เหมือนกับการที่ไต้หวันรับผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ทางการทหารให้กับอเมริกา แล้วไปจ้างช่วงให้มีการผลิตในประเทศจีน ซึ่งเท่ากับไปแก้ผ้าให้จีนดูนั่นเอง 

     โดยสรุป พันธมิตรรัสเซียยึดอิรักเบ็ดเสร็จโดยพื้นฐาน ยึดอิรักกลับคืนได้เป็นส่วนใหญ่ เหลือพื้นที่ศูนย์กลางที่เมืองโมซุลที่รอวันเวลาปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่เท่านั้น ที่ต้องจับตาดูก็คือพลังกดดันของกลยุทธ์ “ล้อมแต่ไม่ตี” จะส่งพลังกดดันต่อไปที่ไหนมากกว่ากันระหว่างตุรกีกับซาอุดิอาระเบีย ซึ่งต้องรอดูความคลี่คลายของสถานการณ์อีกหน่อยหนึ่ง แต่ชั้นนี้วินิจฉัยได้ว่าจะไม่กดดันไปที่เลบานอนและอิสราเอล เพราะจะทำให้ไก่ตื่นเสียเปล่า ๆ เนื่องจากคติในการกินปลานั้นเขาจะกินตาปลาหลังเพื่อน. 
 

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License