ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ปปช.รับลูกสอบบิ๊กตำรวจ ซื้อ-ขายเก้าอี้ ผบ.ตร.ยัน‘บช.น.’โปร่งใส พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย แนวหน้าออนไลน์   
วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๐:๐๘ น.

 

 ผบ.ตร.แจงย้าย ผบช.ภ.8 เหตุมีเรื่องร้องเรียน ยืนกรานไม่มีซื้อขายเก้าอี้ในนครบาล ย้ำ“โจ๊ก หวานเจี๊ยบ”ไม่เกี่ยวจัดโผโยกย้าย อ้างแค่ส่งไปทำงานลับสอบประวัติตำรวจรายบุคคล โวย “วิทยา” อย่าคะนองพูดเอามัน ฮึ่มฟ้องหมิ่นทำสีกากีเสียหาย “ศานิตย์” ผสมโรงขู่ยื่นฟ้องแหลก ด้าน “วิทยา” เย้ยอย่าด่วนสรุปปิดปาก กำลังรวบรวมหลักฐานแฉอีกรอบ ขณะที่ ป.ป.ช.รับลูกพร้อมตรวจสอบ แบะท่าตั้งอนุไต่สวนข้อเท็จจริง

วันที่ 14 มิถุนายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมพล.ต.ท.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี (ผบช.กมค.) แถลงข่าวชี้แจงกรณี นายวิทยา แก้วภราดัย อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และอดีตแกนนำ กปปส. ออกมาแฉการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจตั้งแต่ระดับสารวัตร (สว.) ถึงรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) วาระประจำปี 2559 โดยเฉพาะพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค (บช.ภ.) 8 และกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ที่ราคาซื้อขายตำแหน่งสูงกว่ากองบัญชาการอื่นเป็น 2 เท่า

แจงย้ายผบช.ภ.8สอบข้อร้องเรียน

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า หลัง นายวิทยา ออกมากล่าวหา ก็ได้ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ก็เคยมีหนังสือร้องเรียนในพื้นที่ บช.ภ.8 จึงออกคำสั่งให้ พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 ให้พ้นจากตำแหน่ง มาช่วยงานที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) และมอบให้ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน 15 วัน ถ้ามีมูลความจริงก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงคงจะเชิญ นายวิทยา นำหลักฐานมาตรวจสอบ เพื่อหาคนผิด โดยจับให้มั่นคั้นให้ตาย ซึ่งตนไม่เอาไว้อยู่แล้ว

การันตีนครบาลไม่มีวิ่งเต้น

อย่างไรก็ตาม กรณี พล.ต.ท.เทศา ขณะนี้ถือว่ายังไม่มีความผิด ตนเพียงสั่งให้ตรวจสอบ จึงให้ออกนอกพื้นที่ เพราะถือเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของพื้นที่นั้น และคงไม่ต้องสั่งให้ ผบช.น. หรือ ผบช.หน่วยอื่น มาช่วยราชการอีกตามที่ นายวิทยา กล่าวหาเพิ่มเติม เพราะเป็นเพียงการกล่าวหา

“กรณีของ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ที่ถูก นายวิทยา พาดพิงการซื้อขายตำแหน่งใน บช.น. นั้น ผมสอบถามแล้ว ได้รับการยืนยันว่า ไม่มีการวิ่งเต้น ซึ่งผมเชื่อในผู้ใต้บังคับบัญชา และก่อนหน้านี้ก็ไม่พบการร้องเรียน ต่างจาก บช.ภ.8 ที่มีข่าวมาตลอดหลายยุค ถ้าให้ต้องย้ายทุกคน”

ปัดเด้งผบช.ภ.8เพื่อเอาคืน“สุเทพ”

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตการย้าย พล.ต.ท.เทศา ซึ่งสนิทสนมกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. เพราะเป็นการเอาคืนหรือไม่นั้น ผบ.ตร.ย้อนถามว่า เอาคืนเรื่องอะไร เอาเงินคืนหรือ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกันเลย ใครก็ตามที่ถูกพาดพิง ไม่เฉพาะเรื่องนี้ ตนก็สั่งมาช่วยราชการแบบนี้ ถ้าปล่อยไว้ไม่เอาออกมาก็มาต่อว่า มีคำถามอีกว่าทำไมปล่อยไว้ เรื่องนี้ตนไม่มีความขัดแย้ง แต่เมื่อมีการกล่าวหาก็ต้องตรวจสอบไปตามกระบวนการ และสื่อมวลชนที่เสนอข่าวและตั้งคำถามก็ต้องเป็นกลางด้วย

ป้อง“โจ๊ก หวานเจี๊ยบ”ช่วยงานลับ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการระบุถึง โจ๊ก หวานเจี๊ยบ ว่า เข้ามามีอิทธิพลในการทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย ผบ.ตร.กล่าวว่า โจ๊ก หวานเจี๊ยบ ก็คือ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ.(191) ลูกน้องของตน ไม่มีอะไร ยอมรับว่าบางครั้งตนก็ใช้งานให้ไปตรวจสอบข้อมูลบุคคลในทางลับ จึงอาจถูกเข้าใจผิด ไม่ได้เกี่ยวข้องในการทำบัญชี เพราะเป็นหน้าที่ตน หน้าที่ของ ผบก.191 คือ ไปช่วยงานสนับสนุนโรงพัก ไปช่วยจับเด็กแว้น ปราบโจรออนไลน์ จับละเมิดสิทธิบัตร ไม่มีหน้าที่เกี่ยวกับการแต่งตั้ง

ถามต่อว่า เพราะโจ๊ก หวานเจี๊ยบ สนิทกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม ใช่หรือไม่ จึงถูกพาดพิง ผบ.ตร.กล่าวว่า ไม่เกี่ยว ใครๆก็สนิท ตนก็สนิท ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้อง

ลั่นไม่มีใครใหญ่กว่าผบ.ตร.

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ยังยืนยันว่า การแต่งตั้งโยกย้าย ตนทำคนเดียวตามขั้นตอนกฎหมาย ตามคำสั่ง คสช.กรณีที่กล่าวหาว่ามีนายตำรวจยศพล.ต.ต.ใหญ่กว่า พล.ต.อ.นั้นยืนยันว่าไม่มี ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติตนใหญ่ที่สุด มีเพียงนายกฯและพล.อ.ประวิตรเท่านั้นที่ใหญ่กว่าตน และที่กล่าวหาว่าคนนั้นคนนี้อยู่เบื้องหลังการแต่งตั้งโยกย้ายยืนยันไม่มีอยู่แล้ว

ขู่ฟ้อง“วิทยา”พูดเอามัน

“การที่ นายวิทยา ออกมาเปิดเผยข้อมูลเรื่องนี้ ผมไม่รู้ว่ามีเหตุผลอะไร หรือพูดเอามันคะนองปาก คงต้องให้บช.น.และฝ่ายกฎหมายไปพิจารณาว่าเข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือไม่ ถ้าหมิ่นองค์กรหรือบุคคลใด ทำให้เสียหายก็ต้องดำเนินคดี อย่างกรณีบช.น.ไปว่าแบบนั้น ผมมองว่าเสียหาย ก็ต้องบอกให้บช.น.ไปดำเนินการ”ผบ.ตร.กล่าว

ผบช.ภ.8เปิดใจยันบริสุทธิ์

วันเดียวกัน ที่ศูนย์ปฎิบัติการกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.8แถลงข่าวกรณีมีคำสั่ง ตร.วันที่ 12 มิถุนายนให้ไปปฏิบัติราชการที่ศกป.ตร.หลังถูกร้องเรียนมีการซื้อขายตำแหน่งในการโยกย้ายนายตำรวจ ปี 2559ว่า เพิ่งกลับจากราชการที่ต่างประเทศ หลังรับทราบคำสั่ง วันนี้ช่วงบ่ายจะเดินทางเข้าไปรายงานตัว ยืนยันว่าในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 8 ตั้งแต่ตนมาปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้บัญชาการมา 2 ปีแล้ว ไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้นในการแต่งตั้งโยกย้าย และพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ ตนยังยืนยันในความบริสุทธิ์และความถูกต้องของตน ขอเวลาให้จเรตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริง ผลเป็นประการใดคงจะแจ้งทางสื่อให้รับทราบต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.เทศาใช้เวลาแถลงข่าวไม่ถึง 2 นาที และขอปิดการแถลงโดยไม่ให้สื่อมวลชนซักถาม ทั้งนี้ บรรยายกาศภายในบช.ภ.8เริ่มเงียบเหงา โดยพล.ต.ท.เทศาให้เจ้าหน้าที่เก็บสิ่งของออกจากที่ทำงานไปไว้ที่บ้านพักส่วนตัวแล้ว

“ศานิตย์”ขู่ฟ้องกล่าวหาเอี่ยวซื้อเก้าอี้

ด้านพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.กล่าวในเรื่องที่นายวิทยาพาดพิงบช.น.มีการซื้อขายตำแหน่งในราคาสูงกว่าปกติ 2 เท่าว่า ตนไม่อยากพูด เดี๋ยวจะหาว่าเอาดีเข้าตัว โยนชั่วให้คนอื่น แต่ขอยืนยันการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจนครบาลไม่มีวิ่งเต้น ยุคนี้รองผู้กำกับการจะขึ้นผู้กำกับการยังไม่รู้ตัวมาก่อน ตนยึดคติแต่งตั้งคนดีไปทำงานให้ประชาชน ทองแท้ต้องไม่แพ้ไฟ คนดีไปอยู่ตำแหน่งไหนก็ทำงานได้ ขอยืนยันในความถูกต้อง บริสุทธิ์ และยุติธรรม ตนยอมรับอยากเป็นผบช.น.ที่ดีที่สุดคนหนึ่ง และถ้าใครมาพูดพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร เกี่ยวข้องผลประโยชน์เรื่องแต่งตั้งโยกย้าย ตนก็จะฟ้องร้องให้ดู

ปปช.พร้อมสอบ-จ่อเรียกวิทยาให้ข้อมูล

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ออกมาขานรับพร้อมตรวจสอบประเด็นซื้อขายตำแหน่งในการโยกย้ายตำรวจ โดย นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการกรรมการ ป.ป.ช.กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจมาก ซึ่งป.ป.ช.สามารถมอบให้ชุดตรวจสอบและหาข่าวไปตรวจสอบรวบรวมข้อมูลได้ เรื่องดังกล่าวควรจะตั้งคณะทำงานของป.ป.ช.ขึ้นมาตรวจสอบข้อมูลเชิงลับได้ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ตั้ง สำหรับข้อมูลที่สื่อมวลชนนำสื่อเป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบมาก และถ้าได้ข้อมูลที่สงสัยได้ว่ามีผู้ทำผิดชัดเจน ก็สามารถสรุปข้อมูลข้อเท็จจริง ข้อวินิจฉัยเบื้องต้นเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงได้ โดยอาจยกเหตุอันควรสงสัยและสามารถเชิญนายวิทยามาให้ข้อมูลเบื้องต้นได้ ถือเป็นการให้ข้อมูลประกอบการข่าว แม้ว่า นายวิทยา หรือบุคคลอื่นยังไม่ได้มายื่นเรื่องร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.ก็ตาม

อลงกรณ์จี้รบ.จัดการเด็ดขาด

มีความเห็นจากหลายฝ่ายกรณีนายวิทยาออกมาเปิดเผยข้อมูลเรียกรับเงินในการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ โดยนายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นมาหลายยุคหลายสมัย ทำลายระบบโยกย้ายที่ต้องยึดระบบคุณธรรม ก็หวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ป.ป.ช. จะเข้าไปสอบสวนเรื่องนี้ พร้อมเรียกร้องรัฐบาลจัดการผู้ที่หากินเรียกรับผลประโยชน์จากการแต่งตั้งโยกย้ายอย่างเด็ดขาด ไม่ลูบหน้าปะจมูก ขณะที่คณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปตำรวจ และคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านป้องกันและปราบปรามการทุจริตติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ไม่ให้กระทบแผนปฏิรูปตำรวจ

“วิทยา”เย้ยอย่าด่วนฟ้องคนปูดข่าว

ขณะที่ นายวิทยา แก้วภราดัย อดีตแกนนำ กปปส. และอดีต สปท.กล่าวภายหลังผบ.ตร.ออกมาแถลงข่าวเตรียมพร้อมหมิ่นประมาทกรณีออกมาเปิดเผยเรื่องการซื้อขายตำแหน่งตำรวจในนครบาลว่า ตนยังไม่เห็นสิ่งที่ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์ว่าจะฟ้อง ไม่รู้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ พูดไปถ้าไม่จริงจะผิดใจกัน แต่เรื่องนี้อย่าเพิ่งด่วนสรุปคดี เพราะกำลังรวบรวมหลักฐานอยู่

นายกฯสั่งยกเครื่องโยกย้ายขรก.

ส่วนนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีนายกฯมอบหมายให้ไปดูระเบียบปฏิรูปตำรวจ เพื่อแก้ปัญหาการซื้อ–ขายตำแหน่งว่า ต้องแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนเฉพาะหน้าที่สตช.ต้องไปพิจารณากันเอง ส่วนที่ 2 คือ คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจอยู่ระหว่างพิจารณาแต่งตั้ง นอกจากนี้ ในส่วนปฏิรูปเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการพลเรือนจะแบ่งการปฏิรูปเป็น 2 ส่วนคือ หลักเกณฑ์โยกย้าย ใครพิจารณา พิจารณาอย่างไร เตรียมการไว้แล้ว และอีกส่วนคือ เส้นทางการเติบโต ที่นายกฯตั้งคำถามว่าการตั้งปลัดกระทรวงมาจากไหน โดยทั่วไปมาจากรองปลัดกระทรวง แต่ในทางปฏิบัติบางครั้งผู้ตรวจราชการหรืออธิบดีก็ได้เป็น จึงอยากให้จัดว่าจะทำได้หรือไม่ เพราะตำแหน่งนี้สำคัญ ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) รวบรวมประวัติข้าราชการดูเส้นทางแต่ละคนเป็นอย่างไร แล้วจัดกลุ่มแก้ปัญหาเรื่องการข้ามหัว และได้ปลัดกระทรวงที่มีความรอบรู้ทุกด้านทุกกรม ซึ่งทั้งหมดจะเห็นผลในระยะกลาง

 

ที่มา - แนวหน้าออนไลน์

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License