ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ศาลยกคำร้อง ‘ปู’โทษ‘ป.ป.ช.’ ตามไล่บี้พยาน พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย ไทยโพสต์ออนไลน์   
วันเสาร์ที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๘:๑๓ น.
“ยิ่งลักษณ์” ดิ้นร้องศาลฎีกาฯ อ้างไม่ได้รับความเป็นธรรมจาก “ป.ป.ช.-อัยการ” เพราะพยานที่พามาถูกตามบี้คดีทุจริต ต่อไปคงไม่มีกล้ามาช่วย! องค์คณะยันไม่มีอำนาจสั่งห้ามองค์กรอื่น พร้อมให้ “เจ๊สด” แค่แจงผ่านเอกสาร
“ยิ่งลักษณ์” ดิ้นร้องศาลฎีกาฯ อ้างไม่ได้รับความเป็นธรรมจาก “ป.ป.ช.-อัยการ” เพราะพยานที่พามาถูกตามบี้คดีทุจริต ต่อไปคงไม่มีกล้ามาช่วย! องค์คณะยันไม่มีอำนาจสั่งห้ามองค์กรอื่น พร้อมให้ “เจ๊สด” แค่แจงผ่านเอกสาร
 
เมื่อวันศุกร์ เวลา 09.30 น. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายชีพ จุลมนต์ รองประธานศาลฎีกา เจ้าของสำนวนคดีจำนำข้าว คดีหมายเลขดำ อม.22/2558 พร้อมองค์คณะรวม 9 คน ได้ไต่สวนพยานจำเลยนัดที่ 12 ที่อัยการสูงสุด (อสส.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 กรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท

โดยก่อนไต่สวน น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ขออนุญาตศาลแถลงด้วยวาจา หลังยื่นเอกสารร้องขอความเป็นธรรมต่อศาลกรณีพยานจำนำข้าว ทั้งที่เป็นนักการเมืองและข้าราชการบางรายถูกอนุกรรมการไต่สวนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตั้งข้อกล่าวหา ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์แถลงว่า ที่ผ่านมาไม่ได้รับความเป็นธรรมจาก ป.ป.ช.และอัยการโจทก์ โดยภายหลังพยานฝ่ายจำเลยที่นำมาไต่สวนอย่างนายยรรยง พวงราช อดีต รมช.พาณิชย์, นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกฯ และอดีต รมว.การคลัง รวมทั้งนายอดุลย์ ยุววิทยาพานิชย์ ที่ปรึกษารองประธานกรรมการองค์การคลังสินค้าด้านกฎหมาย เมื่อเสร็จสิ้นการให้การแล้ว ถูก ป.ป.ช.ตั้งอนุกรรมการไต่สวนคดีทุจริต และพยานอีกคนที่จำเลยเตรียมนำมาไต่สวนก็เช่นกัน

“กรรมการ ป.ป.ช.ที่อยู่ในอนุกรรมการไต่สวนคือ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ ที่เป็นพยานของฝ่ายอัยการ ซึ่งลักษณะคล้ายการข่มขู่พยาน ดังนั้นจึงขอความเป็นธรรมต่อศาลว่า หากเกิดกรณีเช่นนี้ จะทำให้ไม่มีใครกล้ามาเป็นพยานให้ และเกิดความกังวลว่าหลังจากนี้จะถูกรื้อคดีเพื่อมาเร่งรัดเอาผิด” น.ส.ยิ่งลักษณ์แถลง

นายชีพชี้แจงกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า องค์คณะได้หารือตรวจดูข้อกฎหมายแล้ว ไม่ปรากฏว่ามีข้อกฎหมายให้ศาลมีอำนาจสั่งการดำเนินการขององค์กรอื่น ซึ่งการตรากฎหมายก็เป็นเรื่องที่นักการเมืองและสังคมดำเนินการมาโดยการจัดตั้งศาลฎีกาฯ ก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แต่ศาลจะได้มีคำสั่งเรื่องนี้ในรายงานกระบวนพิจารณาอีกครั้ง

ต่อมาทนายความได้นำนายยุคล ลิ้มแหลมทอง อดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์ ขึ้นเป็นพยานให้ศาลไต่สวน โดยยื่นเป็นเอกสารประกอบ 28 หน้า ทั้งนี้ อัยการได้ถามถึงการจับกุมเกี่ยวกับเรื่องการสวมสิทธิ์แสดงว่าต้องยอมรับว่ามีการทุจริตใช่หรือไม่ นายยุคลตอบว่า โครงการนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ มีคนเกี่ยวข้องเป็นล้านคน ย่อมมีโอกาสผิดพลาดได้ เเต่ส่วนที่ผิดพลาดเกี่ยวกับเกษตรกรนั้น ไม่มีบันทึกว่าเป็นความผิด เเต่บันทึกว่าพบสิ่งผิดปกติเท่านั้น ซึ่งการดำเนินคดีเรื่องการสวมสิทธิ์เป็นเรื่องนอกเหนือจากกระทรวงเกษตรฯ ดูเเล เเต่ถ้าเรื่องนี้ตรวจสอบแล้วพบว่ามีความผิด ทางรัฐก็มีการดำเนินคดีทุกราย และระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่ก็ไม่เคยเห็นมีรายงานเรื่องการสวมสิทธิ์เข้ามา

“ที่มีข่าวว่ามีการดำเนินคดีเกี่ยวกับการสวมสิทธิ์ข้าวนั้น เเม้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้สั่งการโดยตรง เเต่ก็มีสั่งการในที่ประชุม ครม. ซึ่งทุกคนก็จะได้รับทราบ เเละมีการตรวจสอบทั้งระบบไว้อยู่เเล้ว” นายยุคลระบุ

ภายหลังนายยุคลเบิกความเสร็จสิ้น ศาลกำหนดนัดไต่สวนพยานจำเลยปากต่อไปในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ เวลา 09.30 น. ส่วนที่ทนายความจะนำนางสดศรี สัตยธรรม อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้าไต่สวนเกี่ยวกับโครงการจำนำข้าวว่าเป็นนโยบายพรรคการเมืองที่ได้แถลงต่อรัฐสภาย่อมมีผลผูกพันในการดำเนินโครงการตามนโยบายนั้น ศาลเห็นว่าเป็นเพียงความเห็นในข้อกฎหมาย จึงให้ทนายความทำความเห็นส่งเป็นเอกสารยื่นต่อองค์คณะ พิจารณาภายในวันที่ 7 ก.ค.นี้ ส่วนกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ร้องขอความเป็นธรรมต่อศาลเรื่องพยานนั้น องค์คณะ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ศาลไม่มีอำนาจดำเนินการกรณี ป.ป.ช.ตั้งอนุกรรมการไต่สวนบุคคลกรณีทุจริตหรือไม่ เพราะเป็นอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 จึงให้ยกคำร้อง.
 
ที่มา ไทยโพสต์ออนไลน์ 
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License