ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
บทความใน นสพ.แนวหน้า เรื่อง "การชงโครงการเน่า...ต้นตอการโกงชาติ!" วันที่ 20 มิ.ย. 60 พิมพ์ อีเมล
บทความ - บทความพิเศษ
เขียนโดย สิริอัญญา   
วันจันทร์ที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๓:๔๗ น.

     รัฐบาล คสช. เข้าบริหารราชการแผ่นดินสามปีเศษแล้ว ภารกิจอันหนักหน่วงเรื่องหนึ่งก็คือการชำระสะสางการโกงบ้านกินเมือง ที่รัฐบาลพรรคการเมืองได้ก่อขึ้นและซุกหมกไว้มิได้หยุดมิได้หย่อน ซึ่งเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติหลายล้านล้านบาท และเป็นเครื่องถ่วงรั้งประเทศชาติให้ล้าหลังชาติอื่น แม้กระทั่งกำลังล้าหลังกว่าประเทศลาว 

     เป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนที่ต้องทนจ่ายค่าภาษีไปให้ขบวนการโกงชาติโกงแล้วโกงเล่า โกงกันไม่รู้จักเลิก ทำให้ประชาชนยากจนลง และถูกเบียดเบียนมากขึ้น 

     
ขบวนการโกงชาติเปลี่ยนหน้ากันเข้ามาดุจดังฝูงเหลือบ ที่ฝูงหนึ่งออกไปฝูงใหม่ก็เข้ามา และบ้างก็ถูกจำคุก บ้างก็หนีไปอยู่ต่างประเทศ บ้างก็ยังเป็นจำเลยอยู่ในศาล บ้างก็รอการตรวจสอบไต่สวน คงเหลือแต่ขบวนการชงโครงการโกงชาติที่อยู่ยั้งยืนยงคงทนสถาพรอยู่ทุกยุคทุกสมัย และจะชงโครงการโกงชาติกันต่อไปตราบเท่านิรันดร หรือจนกว่าจะถูกจับได้ไล่ทัน 

     ที่ผ่านมาประชาชนสนใจแต่ขบวนการโกงชาติ แต่มองข้ามขบวนการชงโครงการโกงชาติไป และส่งผลให้ขบวนการโกงชาติอยู่ยงคงกระพัน สามารถชงโครงการโกงชาติต่อมาโดยไม่ขาดสาย ดังนั้นจึงต้องมาประมวลผลงานของขบวนการชงโกงชาติกันสักครั้งหนึ่ง เพื่อให้พี่น้องประชาชน รัฐบาล และ คสช. ได้รู้จักและเข้าใจถึงรากฐานประการสำคัญของการโกงชาติว่าแท้จริงแล้วก็ต้องอาศัยขบวนการชงโครงการโกงชาติทั้งสิ้น จึงเป็นส่วนสำคัญของการโกงชาติที่ควรถูกกำจัดกวาดล้างด้วย จึงจะสามารถบรรลุนโยบายปราบโกงได้ 

     ประมวลผลงานสังเขปของขบวนการชงโครงการโกงชาติที่สำคัญได้ดังนี้ 

     โครงการที่หนึ่ง คือโครงการสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย ซึ่งโกงกันสะบั้นหั่นแหลก และสูญเสียเงินงบประมาณไปแล้วร่วม 30,000 ล้านบาท โดยที่ไม่มีสิ่งก่อสร้างใด ๆ ใช้สอยได้เลย จนถูกเรียกว่าเป็นโครงการน้ำเน่า 

     โครงการที่สอง คือโครงการก่อสร้างสนามบินโคราช มูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท ซึ่งสร้างเสร็จแล้วก็ไม่มีการใช้สอยจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ ปล่อยให้รกร้าง ให้ชาวบ้านเข้ามาเลี้ยงควาย และตากมันสำปะหลังในบางฤดูกาล จนถูกเรียกว่าเป็นสนามบินเน่า 

     โครงการที่สาม คือโครงการจัดซื้อเครื่องบิน 10 ลำ สำหรับเปิดเส้นทางใหม่บินไปอเมริกาเป็นเงินกว่า 30,000 ล้านบาท ปรากฏว่ายิ่งบินยิ่งขาดทุน เพราะถ้าบินระยะทางใกล้ รายได้ก็ไม่พอ บินระยะทางไกลก็บินไม่ได้ ยิ่งขาดทุน จึงต้องนำมาจอดทิ้งไว้ชายป่า เพราะการจอดของเครื่องบินนั้นมีค่าใช้จ่ายที่สูง จึงต้องลดค่าใช้จ่ายการจอดลง ไปจอดซุกไว้ที่ชายป่า จนเจ๊งแล้วเจ๊งอีก และถูกเรียกว่าเครื่องบินเน่าจนถึงทุกวันนี้ 

     โครงการที่สี่ คือโครงการรถไฟแอร์พอร์ตลิ้งค์ที่โกงกันสะบั้นหั่นแหลก ทำได้แค่ครึ่งเดียว คือเป็นแค่มักกะสันลิ้งค์ คือเชื่อมต่อระหว่างมักกะสันกับสนามบินสุวรรณภูมิ แต่ใช้เงินสูงกว่าทั้งโครงการ ทำแล้วก็เดินรถเองไม่เป็น ต้องไปจ้างมาเลเซียมาบริหารการเดินรถ และเพราะเป็นโครงการรถไฟเน่าจึงเจ๊งไม่เป็นท่าจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ กำลังอยู่ในกระบวนการที่ตัดออกจากบัญชีเพื่อให้ไปเน่าอยู่บอกบัญชี ด้วยวิธีการสุดแสนฉลาด โครงการนี้เจ๊งไปแล้วประมาณ 100,000 ล้านบาท 

     โครงการที่ห้า คือโครงการเครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิด หรือ CTX เน่า ซึ่งได้ใช้จ่ายเงินไปแล้วกว่า 10,000 ล้านบาท และไม่ได้ใช้การแล้วจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ จนต้องขนไปเก็บเป็นเศษเหล็กที่ไหนก็ไม่รู้ 

     
โครงการที่หก ที่กำลังจะเกิดขึ้นคือโครงการรถไฟเน่าสายกรุงเทพฯ-โคราช ที่เป็นรถไฟรางกว้าง 1 เมตร ระยะทาง 200 กว่ากิโลเมตร จะต้องลงทุน 170,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีคนโดยสารน้อย และจะสู้มอเตอร์เวย์ไม่ได้ ก็จะเสียหายอย่างน้อย 170,000 ล้านบาท และจะเสียโอกาสของประเทศชาติที่ไม่ได้ทำรถไฟทางคู่ระบบรางมาตรฐานไปอีก 100 ปี หมดโอกาสที่จะเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟสายหลักของโลกและเส้นทางสายไหม 

     โครงการที่เจ็ด ที่กำลังจะเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน คือโครงการรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ที่จะลงทุนประมาณ 500,000 ล้านบาท สายตะวันออก ตะวันตกที่จะลงทุนประมาณ 200,000 ล้านบาท และรถไฟแอร์พอร์ตลิ้งค์เชื่อมสนามบินสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง-อู่ตะเภา และจะเชื่อมต่อไปยังจังหวัดอยุธยา ซึ่งไม่รู้ว่าจะต้องลงทุนเท่าใด 

     โครงการเหล่านี้จะไม่สามารถเชื่อมกับรถไฟสายหลักของโลกได้ สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และสายตะวันออก ตะวันตก จะมีผลขาดทุนจำนวนมหาศาล เพราะผู้คนโดยสารมีจำนวนน้อย และลงทุนสูง ทั้งจะสู้กับสายการบินโลว์คอร์สและรถบัสโดยสารไม่ได้ 

     โครงการเน่า ๆ คงจะเกิดขึ้นต่อไปตราบเท่าที่ขบวนการชงโครงการยังอยู่ในอำนาจ ด้วยเหตุนี้ จึงต้องตระหนักถึงสัจธรรมที่ว่า ในการบริหารบ้านเมืองนั้น ต้องส่งเสริมให้คนดีมีอำนาจ และต้องกำจัดขัดขวางคนไม่ดีอย่าให้มีอำนาจ 

     คนไม่ดีก็คือคนเน่า คนเน่าก็ย่อมทำสิ่งเน่า ๆ และประเทศชาติก็จะต้องแบกรับของเน่าต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด.

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License