ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ชี้ช่องพันธมิตรฯเชือดปปช. พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย ไทยโพสต์ออนไลน์   
วันพุธที่ ๐๙ สิงหาคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๙:๓๐ น.
เลขาธิการ คสช.เตรียมเชิญหน่วยงานความมั่นคงถกมาตรการป้องกันความไม่สงบในช่วงวันพิพากษาคดีจำนำข้าว เผยสถานการณ์ไม่น่าห่วงมากนัก "ป้อม" บอกไม่ต้องมาให้กำลังใจยิ่งลักษณ์ ขณะที่ "มีชัย" ชี้ช่องพันธมิตรฯ ร้องผู้ตรวจฯ หาก "ป.ป.ช." เมินยื่นอุทธรณ์คดี 7 ตุลา

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการประชุม คสช. โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุม เมื่อช่วงเช้าวันอังคารที่ทำเนียบรัฐบาลว่า เป็นการประชุมกรอบการปฏิบัติงานในภาพรวมปกติ ไม่ได้มีเรื่องใดที่สำคัญ ส่วนการดูแลสถานการณ์ความสงบเรียบร้อยช่วงเดือนสิงหาคมนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ได้กำชับเรื่องอะไรเป็นพิเศษ เพราะตอนนี้อยู่ในช่วงการประเมินสถานการณ์ที่จะมีมวลชนเดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 25 สิงหาคม ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดฟังคำตัดสินในคดีโครงการรับจำนำข้าว

"ในช่วงสัปดาห์หน้าผมจะเชิญทุกส่วนที่เกี่ยวข้องที่ดูแลด้านความปลอดภัยเข้าประชุมเพื่อกำหนดแนวทาง คิดว่าจะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลเป็นหลักเหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา มองว่าไม่น่าห่วงใยอะไรมากนัก" พล.อ.เฉลิมชัยกล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการนำมวลชนขึ้นรถตู้มา พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ปัจจุบันทางเจ้าหน้าที่ก็มีการตรวจสอบ สิ่งใดที่เป็นเรื่องผิดกฎหมายก็ต้องตรวจสอบและติดตามเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย เราบอกแล้วว่าถ้ามาโดยที่มีเจตนาบริสุทธิ์ใจเพื่อให้กำลังใจด้วยตนเองก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้ามีกระบวนการยุยงปลุกปั่นเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ และไม่สมควร อย่างไรก็ตามในเรื่องของงานด้านการข่าวก็มีเจ้าหน้าที่ทำงานอยู่ตลอดเวลาเพื่อประเมินสถานการณ์ แต่ตนคิดว่าไม่มีอะไรมาก หากคนมามากแล้วเรียบร้อย ดีกว่าคนมาน้อยแต่วุ่นวาย เจ้าหน้าที่ก็มีหน้าที่จัดระเบียบ

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีศาลปกครองให้กรมบังคับคดีส่งความเห็นประกอบการพิจารณาคำร้องขอทุเลาคำสั่งปกครองให้ยึดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่ากรมบังคับคดีไม่ได้รายงานเรื่องนี้มา แต่คงมีการชี้แจงศาลปกครองไป เพราะคิดว่าศาลปกครองคงต้องการข้อมูลว่า กรมบังคับคดีมีหลักการทำงานอย่างไร ซึ่งการดำเนินการกรณีนี้ของกรมบังคับคดี ได้ทำตามหลักเกณฑ์เหมือนกับคดีอื่น นโยบายของกระทรวงยุติธรรมเรายึดหลักกฎหมาย ถูกเป็นถูก ผิดเป็นผิด

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงมาตรการเพิ่มเติมในการรับมือมวลชนที่จะเดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในวันที่ 25 ส.ค.ว่า "ไม่มีมาตรการอื่นเพิ่มเติม ผมได้บอกไปแล้วว่า ไม่ต้องมา จะมาทำไม"

รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมกล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ระบุ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ยังมีคดีร่ำรวยผิดปกติอยู่ในชั้นสำนวน ป.ป.ช.ว่า ตนไม่ทราบรายละเอียด คงเป็นเรื่องเก่านานมาแล้ว และที่ถูกจับตามองเรื่องน้องชายนั้น ไม่เกี่ยวอะไรกับตน เพราะน้องชายตอนนี้ก็อายุ 60 กว่าปีแล้ว ขณะที่ตนก็ 70 ปี จะไปห่วงอะไรอีก

เมื่อถามว่า มองว่าเป็นการหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาโจมตีตัวเองหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นสื่อมวลชนทั้งนั้นที่เป็นคนยกประเด็นขึ้นมา

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยพยายามเรียกร้องให้ ป.ป.ช.ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลในคดีการสลายชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2551 ว่าหากประชาชนจะตรวจสอบการทำงานของ ป.ป.ช. ก็สามารถกระทำได้ โดยทำการร้องไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในกรณีที่ ป.ป.ช.ไม่ดำเนินการยื่นอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาฯ ประชาชนจะสามารถตรวจสอบได้อย่างไรบ้าง นายมีชัยกล่าวว่า ถ้าพบว่า ป.ป.ช.ไม่ยื่นอุทธรณ์โดยไม่สุจริต ประชาชนก็สามารถได้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญด้วยการเข้าชื่อและส่งไปยังประธานรัฐสภาเพื่อเสนอเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาให้ตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระได้ แต่การร้องเรียนนั้นจะต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน ไม่ได้เป็นการกล่าวลอยๆ

ด้าน พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อดีตแกนนำพันธมิตรฯ ให้สัมภาษณ์ถึงคดีสลายการชุมนุมพันธมิตรฯ ในเหตุการณ์ 7ตุลาคม 2551 ว่าพันธมิตรฯ ที่ไปชุมนุมกันมากวันน้อยวันก็ตาม ถ้าชุมนุมครบ 4 ช่วง 393 วัน 393 คืน เราต้องไปกินไปนอนบนถนนเหมือนสุนัขจรจัด แต่ลำบากยิ่งกว่าสุนัขจรจัดอีก เพราะต้องไปเสี่ยงต่อลูกปืน เสี่ยงต่อระเบิด เสี่ยงกับแก๊สน้ำตา เราทำเพื่อบ้านเมืองโดยตรงไม่ได้ทำเพื่อตัวเองสักนิดนึง เราก็ตั้งใจกันมานานแล้วว่าเมื่อเราได้ทำอย่างนั้นไปแล้วอะไรจะเกิดขึ้นเรารับ เราพร้อมที่จะรับคำพิพากษา ไม่ว่าจะพิพากษาออกมาประการใดก็ตาม ส่วนตัวตนนั้นติดคุกมาแล้วครบ 3 คุก ทั้งคุกตำรวจ คุกทหาร คุกพลเรือน แต่เป็นการติดคุกระยะสั้นๆ เพราะฉะนั้นเมื่อศาลพิจารณาออกมาอย่างไรก็เป็นไปตามศาล เรารับฟัง รับปฏิบัติตามศาลทุกประการ

พล.ต.จำลองกล่าวถึงกรณีที่ พธม.ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ยื่นอุทธรณ์ในคดีว่า การยื่นอุทธรณ์เป็นเรื่องดีที่ต้องการให้มีการพิจารณารอบคอบขึ้น ส่วนผลจะออกมาประการใด แล้วแต่ศาล เราดำเนินการไปตามกฎหมาย มีเหตุผลอะไรต่างๆ เรียบร้อย การชุมนุมของเราไม่ว่าจะครั้งไหนก็ตาม เราชุมนุมด้วยความสงบ ตนเป็นคนหนึ่งที่บอกประชาชนตลอดเวลาว่าอย่าพกอาวุธ อย่าทำให้เกิดเรื่องเกิดราว แม้ตนเป็นทหาร ผ่านการรบทั้งที่เวียดนามที่ลาว แต่การมาใช้อาวุธในการชุมนุมไม่เหมาะสม เราห้ามพกอาวุธ ห้ามไปยิงไปฟันอะไรทั้งสิ้น บางคดีศาลก็บอกว่าที่เกิดเรื่องเป็นเพราะฝ่ายตรงข้าม อันนี้เห็นชัด

เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก็เรียกร้องให้ ป.ป.ช.มีการสั่งฟ้องในคดีสลายการชุมนุมของฝ่าย นปช.ด้วย อดีตแกนนำพันธมิตรฯ กล่าวว่า แล้วแต่ใครจะทำอะไรก็ทำ แต่สำหรับเรายืนยันว่าเราพร้อมจะรับฟังและปฏิบัติตามคำพิพากษาทุกประการ ไม่ว่าจะออกมาหนักหรือเบาแค่ไหนก็ตาม เราพร้อม เป็นเรื่องที่ดี ถ้าเราเคารพกฎหมายบ้านเมืองจะเป็นไปได้ด้วยดี

ถามว่าการชุมนุมล้อมรัฐสภาในเหตุการณ์ 7 ตุลา แกนนำเป็นผู้สั่งการหรือไม่ พล.ต.จำลองกล่าวว่า ไม่ใช่คำสั่งของแกนนำ ไม่ว่าจะเป็นกรณีไหนก็ตาม ในการชุมนุม เราไปโดยการซักถามผู้ที่เป็น พธม. ถ้าส่วนใหญ่เห็นด้วยเราก็ไป ออกคำสั่งไม่ได้ เพราะเขาไม่ใช่ผู้ใต้บังคับบัญชาเรา เขาไม่ฟังหรอก ส่วนที่ถามว่ามีแนวทางอื่นในการสู้คดีนอกเหนือจากการยื่นให้ ป.ป.ช.อุทธรณ์หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เนื่องจากไม่ได้ไปร่วมประชุม แต่จะออกมาอย่างไรก็ตาม สุดแท้แต่ศาลจะพิจารณา.

ที่มา ไทยโพสต์ออนไลน์
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License