ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ม.44ผ่าตัดปปง. บอร์ดคุมเลขาฯ ห้ามละเมิดสิทธิ์ พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย ไทยโพสต์ออนไลน์   
วันพุธที่ ๐๙ สิงหาคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๙:๓๕ น.
พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัตร

หัวหน้า คสช.ใช้มาตรา 44 ผ่าตัด "ปปง." ให้มีบอร์ดบริหารจำนวน 14 คน ประธานมาจากการเลือกกันเอง หั่นผู้ทรงคุณวุฒิเหลือ 4 คน ล้างชุดเดิมยกแผงตั้งแต่คำสั่งนี้มีผลบังคับใช้ พร้อมให้อำนาจระงับยับยั้งหากเลขาธิการ ปปง.เลือกปฏิบัติหรือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน

พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัตร ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการร่วมประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า คสช.เตรียมออกคำสั่ง คสช. มาตรา 44 เกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยคำสั่งดังกล่าวให้มีการปรับปรุงแก้ไของค์ประกอบ และขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

ต่อมาราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 38/2560 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

คำสั่งระบุว่า โดยที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเป็นองค์กรที่มีความสำคัญในการป้องกันและปราบปรามการนำเงินหรือทรัพย์สิน ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดมากระทำการในรูปแบบต่างๆ อันเป็นการฟอกเงินเพื่อที่จะนำเงินหรือทรัพย์สินนั้นไปใช้ประโยชน์ในการกระทำความผิดต่อไปได้อีก สมควรปรับปรุงแก้ไของค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อให้สามารถทำหน้าที่ตามกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วทันต่อสถานการณ์ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการป้องกัน ระงับ หรือปราบปรามการกระทำอันเป็นการบ่อนทำลายความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงของชาติ เศรษฐกิจของประเทศ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

โดยคำสั่งนี้มีสาระสำคัญคือ ให้ยกเลิกความในมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2558 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา 24 ให้มีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า คณะกรรมการ ปปง. ประกอบด้วย

(1) ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสี่คน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง เป็นกรรมการ

(2) ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ อัยการสูงสุด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เป็นกรรมการ

(3) เลขาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการ

ให้คณะกรรมการทั้งสิบสี่คนเลือกกันเองเป็นประธานกรรมการคนหนึ่ง และรองประธานกรรมการ อีกคนหนึ่ง โดยประธานกรรมการต้องได้รับคะแนนเสียงสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด

ให้คณะกรรมการแต่งตั้งข้าราชการในสำนักงานจำนวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ

กรรมการตาม (2) อาจมอบหมายให้ผู้ดำรงตำแหน่งรองหรือตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับอธิบดีหรือเทียบเท่า ซึ่งมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในคณะกรรมการมาเป็นกรรมการแทนก็ได้ และเมื่อได้มอบหมายผู้ใดแล้ว ให้ผู้ที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นกรรมการตาม (2) แทนผู้มอบหมาย”

และให้ยกเลิกมาตรา 24/1 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2558

อีกทั้งให้ยกเลิกความใน (3) ของวรรคหนึ่งของมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2558 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(3) กำกับ ดูแล และควบคุมให้คณะกรรมการธุรกรรม สำนักงาน และเลขาธิการปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นอิสระและสามารถตรวจสอบได้ รวมทั้งระงับหรือยับยั้งการกระทำใดของคณะกรรมการธุรกรรม สำนักงานและเลขาธิการ ที่เห็นว่าเป็นการเลือกปฏิบัติหรือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

ระเบียบตามวรรคหนึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการด้วยคะแนนเสียงสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ และต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาก่อนจึงจะใช้บังคับได้

ในระหว่างที่ยังไม่มีระเบียบตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการดำเนินการไปตามที่เห็นสมควร”

นอกจากนี้ ให้บุคคลที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับพ้นจากตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒินับแต่วันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ

ให้การดำเนินการเพื่อให้มีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินตามคำสั่งนี้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ ในระหว่างที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ที่ต้องพ้นตำแหน่งทันที ประกอบด้วย 1.นายสุวัฒน์ เทพอารักษ์ 2.รองศาสตราจารย์สังศิต พิริยะรังสรรค์ 3.ศาสตราจารย์อุดม รัฐอมฤต 4.ศาสตราจารย์ พลตำรวจตรีจักรพงษ์ วิวัฒน์วานิช 5.นายเฉลิมศักดิ์ จันทรทิม 6.นายสุทธิพล ทวีชัยการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐประหาร 2557 ได้มีการแก้กฎหมายยกเลิกให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการโดยตำแหน่ง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นรองประธานกรรมการโดยตำแหน่ง ยกเลิกอธิบดีกรมการประกันภัย อธิบดีกรมที่ดิน อธิบดีกรมสรรพากร อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และประธานสมาคมธนาคารไทย จากการเป็นกรรมการในสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน.

ที่มา ไทยโพสต์ออนไลน์
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License