ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านอยากได้รัฐบาลแบบไหน?
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ไม่ปลดล็อกทางการเมือง ‘บิ๊กป้อม’หักดิบ รอกม.ลูกเสร็จรู้วันเลือกตั้ง พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย แนวหน้าออนไลน์   
วันอังคารที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๙:๓๗ น.

ไม่ปลดล็อกทางการเมือง  ‘บิ๊กป้อม’หักดิบ  รอกม.ลูกเสร็จรู้วันเลือกตั้ง  คาดต้องใช้เวลานานอีกเป็นปี  วิษณุยันกม.วิอาญาฉบับใหม่  รื้อฟื้นคดี‘ทักษิณ’เช็คบิลได้  ฟันวินัยรองผบก.น.5พาปูหนี

 

“บิ๊กป้อม”ยืนยันไม่มีการปลดล็อกพรรคการเมือง อ้างกฎหมาย.ลูกไม่เสร็จ-ไม่รู้วันกาบัตร คาดใช้เวลาอีกเป็นปี ในขณะนี้ “มีชัย-สุรชัย”

บอกให้รอลุ้นในการประชุมร่วม ครม.-คสช. 10 ตุลาคมนี้ ขณะที่“วิษณุ”การันตีกม.วิธีพิจารณาความอาญาฉบับใหม่ สามารถรื้อคดีย้อนหลังเช็คบิลทักษิณ ได้ ส่วนนครบาล สั่งฟันวินัย’รองผบก.น.5’พา’ปู’หนี โทษตัดเงินเดือน-ให้ออก แต่ไม่ผิดทางอาญา

 

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวปฎิเสธข้อเรียกร้องของสารพัดพรรคการเมืองที่ต้องการให้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปลดล็อคพรรคหลังพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พรป.) ว่าด้วยพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้แล้ว

 

“ ยืนยันว่าตอนนี้ยังไม่ปลดล็อคให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมือง เพราะการจัดทำกฎหมายลูก ยังไม่เสร็จ ผมจึงอยากถามว่า จะปลดล็อคให้ได้อย่างไร อีกทั้งผใยังไม่รู้ว่า จะเลือกตั้งเมื่อไหร่ เพราะเรายังมีเวลาอีกปีกว่า”พล.อ.ประวิตร กล่าว

 

ขณะที่ด้าน นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณี พรป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้ ว่า หลังจากนี้พรรคการเมืองสามารถปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวได้ แต่ห้ามประชุม หรือดําเนินกิจการใดๆในทางการเมืองและการดําเนินการเพื่อการจัดตั้งหรือจดทะเบียนพรรคการเมือง เป็นไปตามประกาศ คสช.ฉบับที่57/2557 ทั้งนี้ เชื่อว่า ภายใน1-2วันนี้ คสช.จะมีคำสั่งออกมาเปลี่ยนแปลงประกาศดังกล่าวและให้พรรคทำกิจกรรมได้ หากคำสั่งคสช.ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงจะส่งผลกระทบให้พรรคการเมืองเสียเปรียบหรือไม่นั้น นายมีชัย กล่าวว่า ถ้าจะเสียเปรียบก็เสียเปรียบด้วยกันทั้งหมด แต่เท่าที่ทราบพรรคการเมืองต่างๆมีความพร้อมในการเลือกตั้งอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม นายมีชัย ปฏิเสธตอบคำถามกรณีที่ว่า วันที่ 10ตุลาคม จะมีการประชุม คสช.หรือไม่ ได้แต่อมยิ้ม

 

‘สุรชัย’เชื่อคสช.ถกปลดล็อค

 

ขณะที่ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 เชื่อว่าเเรื่องการปลดล็อคคำสั่ง คสช.ให้พรรคทำกิจการรมได้นั้น เชื่อว่า คสช.กำลังพิจารณาอยู่ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายพรรคการเมือง การประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 10ตุลาคม ไม่แน่อาจมีวาระดังกล่าวเข้าพิจารณาหรือไม่ ซึ่งตนกำลังติดตามรับฟังอยู่ เพราะอยากรู้เหมือนกันว่า มติ ครม.จะออกมาอย่างไร

 

เมื่อถามว่า คสช.ยังไม่ปลดล็อคให้พรรคทำกิจกรรม แต่กรอบเวลาของพรรคการเมืองเดินแล้ว จะมีผลอย่างไร นายสุรชัย กล่าวว่า เป็นเรื่องนโยบายที่ไปผูกกับเรื่องความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เชื่อว่า คสช.คงกำลังพิจารณาอยู่และน่าจะมีข่าวดีออกมาเร็วๆนี้

 

‘นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าว ว่าถ้าจะปลดล็อคทางการเมืองต้องเป็นมติ คสช.

 

และไม่รู้ว่าการประชุม คสช.จะมีการพูดคุยเรื่องดังกล่าวหรือไม่

 

ยืนยันอัยการรื้อคดี’แม้ว’ใหม่ได้

 

นายวิษณุ ยังกล่าวถึงกรณี นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด (อสส.) เตรียมใช้ พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 รื้อคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่จำหน่ายคดีของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกชั่วคราว เนื่องจากไม่สามารถนำตัวจำเลยมาขึ้นศาลได้ ว่า เรื่องนี้ต้องให้อัยการเป็นผู้ชี้แจง แต่เคยมีการพูดกันมาหลายครั้งแล้วว่า กฎหมายที่เกี่ยวกับการลงโทษอาญาไม่สามารถย้อนหลังได้ แต่กฎหมายวิธีพิจารณาการดำเนินคดีถือว่าย้อนได้ เช่น กรณีกระทำผิดแล้วคดีต้องขึ้นศาลชนิดหนึ่ง ต่อมากฎหมายเปลี่ยนแปลงให้ขึ้นศาลอีกชนิดหนึ่ง ไม่ว่ากระทำผิดเมื่อใดก็ตาม แบบนี้สามารถย้อนหลังได้ เพราะเป็นวิธีพิจารณาไม่ได้ทำให้เสียความเป็นธรรมอะไร

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า คดีของนายทักษิณถือว่าย้อนได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า หลักมันมีว่าอย่างนั้น เมื่ออสส.บอกว่าได้คงต้องไปถามท่าน

 

ผลDNAเอาผิดตร.พา’ปู’หนีไม่ได้

 

วันเดียวกัน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องกับการนำพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนีหมายจับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่า ได้รับรายงานอย่างไม่เป็นทางการจากสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สพฐ.ตร.) ถึงผลตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอในรถยนต์โตโยต้ารุ่นคัมรีสีบรอนซ์ ทะเบียน ฌข 5323 กทม.ของ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รอง ผบก.น.5ที่ให้การว่าใช้เป็นพาหนะพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลบหนีไป จ.สระแก้ว จากการตรวจสอบและเทียบตัวอย่างดีเอ็นเอของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่เก็บได้จากของใช้ส่วนตัว ไม่สามารถยืนยันผลดีเอ็นเอได้ เพราะดีเอ็นเอที่พบในรถยนต์คัมรีมีดีเอ็นเอปนเปื้อนจำนวนมาก จึงให้ทำรายงานอย่างเป็นทางการเสนอขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อพิจารณาทางคดี

 

แต่ข้อหาเกี่ยวกับรถยนต์เอาผิดได้

 

พลต.อ.ศรีวราห์ กล่าวอีกว่า เมื่อไม่มีผลดีเอ็นเอที่เป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันได้ว่ามีการพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลบหนี มีเพียงคำให้การเพียงอย่างเดียว จึงไม่สามารถดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา157 ฐานเป็นหน้าที่รัฐประพฤติมิชอบได้ ส่วนนี้จึงจบไป ส่วนการดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์และตำรวจอีก 2 นาย ที่แจ้งข้อกล่าวหาไปแล้วในความผิดเกี่ยวกับรถ ทั้ง พรบ.ศุลกากรฯ และการปลอมเอกสารเกี่ยวกับรถยนต์ ก็ดำเนินต่อไปตามพยานหลักฐาน

 

สั่งฟันวินัยโทษ’ตัดเงิน-ให้ออก’

 

พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น.ในฐานะประธานเอาผิดทางวินัยกับ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการสอบสวนมีมติ ว่า พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ มีความผิดวินัยตาม พรบ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2517 มาตรา78(1) ไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตและเที่ยงธรรม เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี จรรยาบรรณของตำรวจและนโยบายของรัฐบาล โดยไม่ให้เสียหายแก่ราชการ ประกอบมาตรา79(6) การกระทำของ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการอย่างร้ายแรง คณะกรรมการจะเสนอเรื่องให้ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช รรท.ผบช.น.พิจารณาตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินคดีทางวินัยกับ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ต่อไป ซึ่งอัตราโทษมีตั้งแต่ ตัดเงินเดือน กักขัง กักยาม ปลดออกและให้ออก โดยไม่แจ้งข้อกล่าวหาในคดีอาญา

 

ที่มา แนวหน้าออนไลน์ 

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License