ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ส่อ'ปฏิเละสีกากี'บุญสร้างยอมรับ คิดขัดแย้งกันเอง พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย ไทยโพสต์ออนไลน์   
วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๙:๑๔ น.

"บุญสร้าง" ยอมรับปฏิรูปตำรวจมีความขัดแย้ง แต่มองเป็นเรื่องธรรมดา ยังไม่สรุปให้อัยการควบคุมสำนวนสอบสวนตั้งแต่ต้น ชี้เป็นเรื่องซับซ้อน โยนให้อนุ กก.ถกกันอีก หวั่นการเลือกตั้ง ผบ.ตร.จะบังคับบัญชาไม่ได้ ด้านตัวแทนอัยการขอมีอำนาจสั่งสอบสวนได้ตั้งแต่เริ่มต้นคดี ไม่ต้องรอให้ ตร.ส่งสำนวน ยันอัยการทำได้จริง

 

ที่รัฐสภา วันที่ 11 ตุลาคม พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมในวันนี้ได้พิจารณาในเรื่องการให้บำเหน็จความชอบประจำปีของข้าราชการตำรวจ โดยที่ประชุมเสนอให้มีกระบวนการพิจารณาเรื่องดังกล่าวผ่านระบบคณะกรรมการเพื่อให้เกิดการพิจารณาอย่างรอบด้าน ซึ่งตามขั้นตอนต้องมีการแก้ไขกฎหมายต่อไป จากเดิมที่กระบวนการพิจารณาให้ความดีความชอบจะเป็นอำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นหลัก แต่จะแก้ไขให้เป็นการพิจารณาโดยคณะกรรมการทุกระดับชั้น

 

"องค์ประกอบของคณะกรรมการที่จะพิจารณาความดีความชอบนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นตำรวจเป็นหลัก แต่เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในของตำรวจ และไม่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาสังคมโดยตรง จึงคิดว่าควรให้คณะกรรมการมาจากตำรวจเป็นสำคัญ"

 

ผู้สื่อข่าวถามถึงความชัดเจนเกี่ยวกับการให้อัยการเข้ามาทำหน้าที่ร่วมสืบสวนกับตำรวจด้วย คณะกรรมการฯ มีข้อสรุปอย่างไร พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า การประชุมในวันนี้ยังไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องดังกล่าว เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญและซับซ้อนพอสมควร คงต้องให้คณะอนุกรรมการฯ ใช้เวลาอีกพอสมควร

 

เมื่อถามว่า ขณะนี้ภาคประชาชนตั้งข้อสังเกตว่าการทำงานของคณะกรรมการฯ ยังทำงานไม่ถึงครึ่งทางตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ประธานกรรมการปฏิรูปตำรวจกล่าวว่า การที่บอกว่ายังไม่ถึงครึ่งทาง น่าจะเป็นเรื่องการไม่ถึงครึ่งทางตามเวลามากกว่า เพราะเป็นเรื่องยากที่จะบอกว่าครึ่งทางในส่วนของเนื้อหานั้นจะอยู่ตรงไหน แต่ยืนยันว่าการทำงานของคณะกรรมการฯ ได้ดำเนินการมาประมาณ 3 เดือนแล้ว จากเวลาทั้งหมด 9 เดือน และการทำงานก็ไม่ล่าช้าอย่างที่หลายฝ่ายท้วงติง

 

ถามว่าก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาว่าเกิดความขัดแย้งภายในคณะกรรมการฯ จนอาจส่งผลให้การทำงานสะดุดลง พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า ไม่ทราบว่าใครเป็นคนพูด ช่วยมาเล่าให้ฟังหน่อย อย่างไรก็ตาม ปัญหาในการทำงานย่อมมีเป็นธรรมดา โดยเฉพาะงานของตำรวจเพราะทุกคนมีความคิดเป็นของตนเอง แต่ทุกคนต้องมีจิตสำนึกว่าเรากำลังทำงานสำคัญ ต้องใช้ความร่วมมือร่วมใจจากทุกฝ่าย และปราศจากอคติเท่านั้น ถึงจะได้คำตอบที่ดีและเป็นที่ยอมรับ

 

อาจจะไม่ถูกใจหลายๆ คนในระยะต้นๆ เพราะว่ามีอะไรที่ตกค้างอยู่ในจิตใจของเรา คณะกรรมการฯ ก็พยายามทำงานโดยปราศจากอคติและรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย” พล.อ.บุญสร้างกล่าว

 

ส่วนที่ก่อนหน้านี้ผลการสำรวจความคิดเห็นออกมาว่ากำลังพลของตำรวจต้องการลงคะแนนเลือก ผบ.ตร. จะมีความเป็นไปได้หรือไม่ พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า การเลือก ผบ.ตร.ควรจะมีอยู่หลายแบบเหมือนกับการเลือกประธานาธิบดี แต่สำหรับบางงานที่ต้องการความถนัดและคุณภาพเฉพาะบางเรื่อง และอยู่กับเรื่องความเป็นความตาย ก็คงลำบากเหมือนกัน

 

“ถ้า ผบ.ตร.เลือกจากประชาชนก็คงได้อะไรตามหลักเหตุผล คือจะได้ ผบ.ตร.ที่ประชาชนรัก แต่เป็น ผบ.ตร.ที่จะบังคับบัญชาคนได้หรือไม่เวลาต้องไปทำอะไรเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย”

 

เมื่อถามว่า แสดงว่ากระบวนการเลือก ผบ.ตร.ยังไม่นิ่งใช่หรือไม่ พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าค่อนข้างนิ่งแล้ว แต่จะไปพูดอย่างนั้นก็ไม่ได้ เพราะต้องให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นด้วย ทั้งนี้ยังคงให้ ผบ.ตร.คนเดิมเสนอชื่อเหมือนเดิม แต่ต้องผ่านความเห็นชอบ ก.ตร.

 

ถามว่า การปฏิรูปตำรวจครั้งนี้จะทันกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจประจำปีนี้หรือไม่ พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า ไม่น่าจะทัน เพราะเมื่อเราทำกฎหมายออกมา ก็ต้องส่งให้รัฐบาลพิจารณาให้ความเห็นชอบเพื่อส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้ความเห็นชอบ จึงคิดว่าอย่างเร็วที่สุดน่าจะทันกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจในปีถัดไป

 

ด้านนายน้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการจังหวัด สำนักอัยการคุ้มครองสิทธิฯ อุดรธานี ในฐานะอนุกรรมการด้านการบังคับใช้กฎหมายและระบบสอบสวนคดีอาญา ในคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ได้เสนอการปฏิรูประบบสอบสวนง่ายๆ 2 ขั้นตอน ว่า 1.การเข้าสั่งสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานของอัยการ ให้สั่งสอบเพิ่มเติมได้ตั้งแต่เริ่มต้นคดี ไม่ต้องรอให้ส่งสำนวน ไม่ใช่การสอบสวนร่วมกัน เพราะอัยการมีอำนาจสั่งสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอยู่แล้ว เพียงแต่ให้สั่งได้ตั้งแต่เกิดเหตุเพื่อป้องกันการบิดเบือนพยานหลักฐาน

 

"2.การริเริ่มการสอบสวนของอัยการเพื่อคุ้มครองสิทธิประชาชนสามารถเริ่มคดีได้โดยมีเงื่อนไขสำคัญๆ คือ 2.1 ตำรวจไม่รับแจ้งความหรือไม่ดำเนินคดี 2.2 เมื่อคู่กรณีร้องขอความเป็นธรรม 2.3 กรณีเป็นคดีสำคัญที่เป็นที่สนใจของสังคม การสั่งสอบสวนเพิ่มเติมตาม 1 หรือการเริ่มคดีเองตาม 2 อัยการสามารถปฏิบัติงานได้จริงโดยมีพนักงานสอบสวนสังกัดสำนักงานอัยการเข้าช่วยสอบสวนได้" นายน้ำแท้ระบุ

 

ทั้งนี้ ในการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการบังคับใช้กฎหมายและระบบสอบสวนคดีอาญา มีการถกเถียงประเด็นให้อัยการมีอำนาจสั่งสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานได้ตั้งแต่เกิดเหตุ ซึ่งส่วนใหญ่เห็นด้วย แต่ฝ่ายตำรวจยังขัดขวาง.

 

ที่มา ไทยโพสต์ออนไลน์ 

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License