ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
บิ๊กป้อมสั่งกวาดล้าง แก๊งอาชญากรข้ามชาติ แผ่อิทธิพลเมืองใหญ่ พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย แนวหน้าออนไลน์   
วันจันทร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ เวลา ๐๙:๓๒ น.

บิ๊กป้อมสั่งกวาดล้าง  แก๊งอาชญากรข้ามชาติ  แผ่อิทธิพลเมืองใหญ่  ลอบซุกไทยนับแสน

 

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า รัฐบาล โดยฝ่ายความมั่นคง ยังคงเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังในการปราบปรามผู้มีอิทธิพล เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้กับประชาชน โดยเฉพาะการปราบปรามผู้มีอิทธิพลชาวต่างชาติ ที่เข้ามาก่ออาชญากรรม ทำลายภาพลักษณ์ประเทศ ซึ่งปัจจุบันพบตัวเลขชาวต่างชาติอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด หรือโอเวอร์สเตย์ เกือบ 100,000 คน

 

พล.ท.คงชีพ กล่าวต่อว่า ทาง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงและรมว.กลาโหม กำชับให้ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความเข้มข้นในการติดตามกวาดล้างเครือข่ายอาชญกรรมข้ามชาติทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแฝงตัวของอาชญากรในรูปแบบต่างๆ ที่เข้ามาในลักษณะนักท่องเที่ยว

 

นอกจากนี้ได้เน้นย้ำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบระบบข้อมูลการเข้า-ออก รวมทั้งเพิ่มมาตรการกำกับ ติดตาม ควบคุมและดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมกับบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ซึ่งมีตกค้างอยู่ในประเทศจำนวนมาก พร้อมกับกำชับไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องและแสวงประโยชน์โดยเด็ดขาด

 

โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาฝ่ายความมั่นคง กวดขัน ตรวจสอบและจับกุมอาชญากรข้ามชาติที่แฝงตัวมาในลักษณะนักท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ตามที่ได้รับแจ้งเบาะแส ดังที่ปรากฏเป็นข่าวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกทม.และพื้นที่เมืองใหญ่ เช่น เชียงใหม่ พัทยา สงขลา ภูเก็ต และเกาะสมุย เป็นต้น

 

พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า พบการรวมกลุ่มก่ออาชญากรรมหลายรูปแบบ เช่น ค้ายาเสพติด ค้าอาวุธ ค้ามนุษย์และค้าประเวณี การผลิตหนังสือเดินทางและบัตรเครดิตปลอม การจำหน่ายเพชรปลอม การเปิดบ่อนพนันออนไลน์ การเปิดศูนย์ติดต่อหลอกลวงโอนเงิน เป็นต้น ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศอย่างมาก ที่ผ่านมา มีการจับกุมดำเนินคดีและทำประวัติแล้วกว่า 300 ราย ยึดของกลางไว้ได้เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่ร่วมสนับสนุนข้อมูลและติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งการร่วมเฝ้าระวังเป็นส่วนสำคัญทำให้สังคมปลอดภัย

 

ที่มา แนวหน้าออนไลน์ 

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License