ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านอยากได้รัฐบาลแบบไหน?
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
กังขาจัดฉากคลังแสง คสช.เช็กวุ่นคดีเก่า'วัฒนา'/ปชป.-นปช.ชี้พิรุธโยงล็อกพรรค พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย ไทยโพสต์ออนไลน์   
วันพุธที่ ๐๖ ธันวาคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๘:๕๙ น.

ข้องใจ "วัฒนา" โผล่รับเป็นเจ้าของคลังแสงบางน้ำเปรี้ยว "คสช." สั่งฝ่าย กม.เช็กคำพิพากษาคดีเก่าปี '57 สงสัยพ้นโทษเร็ว "ปชป." จี้รัฐบาลอย่าโยงเพื่อหวังเลื่อนเลือกตั้ง "นปช." งงผู้ต้องหาเดินมามอบตัวเอง "ตำรวจ" เร่งขยายผลออกหมายจับเพิ่ม "บิ๊กตู่" อ้างจ้อสื่อน้อยแค่เมื่อย "อนุพงษ์" แย้มทีเล่นทีจริงจะเสนอปลดล็อกเป็นของขวัญปีใหม่

 

เมื่อวันอังคาร มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบอาวุธสงคราม ระเบิดขว้างสังหาร และกระสุนปืนขนาดต่างๆ จำนวนมากภายในริมคลองน้ำข้างนา พื้นที่หมู่ 15 ต.ดอนฉิมพลี อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา จากนั้นนายวัฒนา ทรัพย์วิเชียร อายุ 54 ปี เดินทางเข้ามาติดต่อขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่รับผิดชอบของกองร้อยรักษาความสงบ ศูนย์ป้องกันภัยทางอากาศ ทบ.1 (ศปภอ.ทบ.1) ในพื้นที่วังน้อย-ปทุมธานี ยอมรับเป็นเจ้าของอาวุธดังกล่าวนั้น ทั้งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พรรคประชาธิปัตย์ และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ต่างก็ตั้งข้อสงสัยในคดีที่เกิดขึ้น

 

มีรายงานจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่า ขณะนี้ คสช.กำลังให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบคำพิพากษาศาลทหารของนายวัฒนา หรือนายศิวะ ทรัพย์วิเชียร ในคดีร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะในการสงครามที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง เมื่อปี 2557 ที่ผ่านมา ภายหลังพ้นโทษ และเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับอาวุธสงคราม ระเบิดขว้างสังหาร และกระสุนปืนขนาดต่างๆ จำนวนมาก ที่ถูกนำมาทิ้งไว้ภายในริมคลองน้ำข้างนา พื้นที่หมู่ 15 ต.ดอนฉิมพลี อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมาอย่างไร

 

"ต้องตรวจสอบคำพิพากษาของศาลว่าศาลตัดสินจำคุกกี่ปี และระยะเวลานายวัฒนาต้องโทษจริงกี่ปี เพราะเหตุใดถึงพ้นโทษในเวลาอันรวดเร็ว" แหล่งข่าวจาก คสช.ระบุ

 

นอกจากนี้ คสช.อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีที่นายวัฒนามีส่วนเกี่ยวข้องกับอาวุธสงครามที่ จ.ฉะเชิงเทรา จะต้องขึ้นศาลทหารหรือศาลพลเรือน เนื่องจากเป็นรอยต่อระหว่างรัฐประหาร รวมถึงมูลเหตุของคดีต้องพิจารณาให้ชัดเจนรอบคอบ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้ประกาศ คสช.ฉบับที่ 50/2557 ให้ศาลทหารมีอํานาจพิจารณาพิพากษาคดีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะแต่การสงคราม และกระทําความผิดตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 16.30 น. เป็นต้นไป

 

โดยในคดีแรก นายวัฒนาถูกจับกุมเมื่อวันที่ 13 ส.ค.2557 ตามหมายจับศาลจังหวัดทหารบกสระบุรี เลขที่ 14 ก./2557 ลงวันที่ 29 มิ.ย.2557 ข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะในการสงครามที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย และถูกส่งตัวขึ้นศาลทหาร ในขณะนั้นนายวัฒนาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ว่าตนรับอาวุธสงครามจากนายสมเจตน์ คงวัฒนะ หรือสน ผู้ต้องหาเครือข่ายอาวุธสงครามวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้แจกจ่ายอาวุธ เช่น เอ็ม 79 ระเบิดอาร์จีดี 5 ให้บุคคลต่างๆ ไปเพื่อสร้างความวุ่นวายแก่ประชาชนในช่วงที่การชุมนุมของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ก่อนส่งต่อให้นายชัยวัฒน์ ผลโพธิ์ หรือเปี๊ยก กาละแม เพื่อไปใช้ก่อเหตุในจุดต่างๆ และส่วนหนึ่งนำไปฝังดินไว้แถว อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 ก.ย.2559 พล.อ.ประยุทธ์ได้ใช้อำนาจตาม ม.44 ออกคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 55/2559 ให้คดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลทหาร คดีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด ที่ใช้เฉพาะแต่การสงครามไปใช้ศาลปกติ

 

ห่วงยื้อปลดล็อกการเมือง

 

ขณะที่นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อฝ่ายความมั่นคงของรัฐยืนยันตัวบุคคลและขบวนการของกลุ่มการเมืองที่เกี่ยวข้องแล้ว ก็ขอให้เร่งสืบสวนสอบสวนอย่างจริงจัง หาให้ได้ว่าใครอยู่เบื้องหลังของการสร้างสถานการณ์และใช้ความรุนแรงใช้อาวุธสงครามกลางเมือง โดยต้องมีพยานบุคคล พยานวัตถุพอสมควร โดยเฉพาะพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ เช่น ลายพิมพ์นิ้วมือ หรือดีเอ็นเอ ที่สามารถพิสูจน์เอกลักษณ์เฉพาะบุคคลได้ เพื่อสาวถึงผู้บงการ และผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง รวมถึงอาวุธอื่นๆ ที่ยังมีการกระจายในจุดต่างๆ หรือในที่ของอดีตนักการเมืองบางกลุ่ม

 

นายวิรัตน์กล่าวว่า หากตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว ต้องแจ้งความคืบหน้าในคดีให้สาธารณชนรับทราบเท่าที่ไม่กระทบต่อรูปคดี ไม่เช่นนั้นจะมีการกล่าวอ้างสถานการณ์ความไม่สงบให้เกิดขึ้นตลอดเวลา จนสังคมไทยส่วนหนึ่งเริ่มตั้งข้อสังเกตและสงสัยว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงหรือเป็นเรื่องอ้างสถานการณ์กันแน่

 

"เรื่องการเลือกตั้งทั่วไป ถือเป็นวาระแห่งชาติที่ประชาชนทั้งประเทศรอคอย เพราะเป็นความหวังเดียวที่ประชาชนเชื่อมั่นว่าปัญหาเศรษฐกิจของประเทศจะดีขึ้น และได้การยอมรับจากนานาชาติมากขึ้น จึงเป็นหน้าที่ของ คสช.ที่จะจัดการแก้ไขปัญหาความไม่สงบทั้งหลายให้กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็วและเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งทั่วไป" นายวิรัตน์กล่าว

 

หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย ปชป.กล่าวว่า ขณะนี้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้ ที่มีการกำหนดระยะเวลาของขั้นตอนต่างๆ ชัดเจนแล้วว่า ต้องจัดการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค คณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บก.)พรรค และแนวทางนโยบายพรรค ภายในวันเวลาใด ซึ่งเหลือแค่กว่า 100 วันก็จะครบกำหนดที่ว่านี้ ที่สำคัญการเลือกตั้งครั้งนี้กำหนดให้ใช้ระบบใหม่แบบจัดสรรปันส่วนผสม ที่ต้องเพิ่มให้มีระบบไพรมารีโหวต ที่ทุกพรรคการเมืองต้องจัดเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นๆโดยสมาชิกพรรคแต่ละพรรค 1 ครั้งก่อน แล้วจึงส่งไปลงเลือกตั้งโดยให้ประชาชนเลือกในวันเลือกตั้งทั่วไปอีกครั้ง

 

"ต้องให้เวลากับประชาชนทำความเข้าใจในระบบเลือกตั้งใหม่ อุดมการณ์พรรคการเมืองและแนวนโยบายของแต่ละพรรค เพื่อที่ประชาชนจะสามารถตัดสินใจไม่เลือกพรรคและคนผิดพลาด ฉะนั้นจึงไม่ควรเลื่อนการปลดล็อกพรรคการเมือง หรือเลื่อนโรดแมปการจัดเลือกตั้งทั่วไปออกไปอีก" หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย ปชป.กล่าว

 

นายสุระ เตชะทัต โฆษกพรรคพลังชล กล่าวว่า ขณะนี้มีข้อห่วงใยจากเรื่องความชัดเจนในการปลดล็อกทางการเมือง บางพรรคเกรงว่าหากช้าไปจะดำเนินกิจกรรมทางการเมืองตามที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่ทัน ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องการเมืองอย่างเดียว ยังเกี่ยวพันถึงความมั่นใจทางการค้า การลงทุน ยิ่งในเร็ววันก็จะได้ กกต.ชุดใหม่ 7 คนแล้ว จะได้เตรียมความพร้อมวางแนวทางการทำงาน ปรึกษาหารือกับฝ่ายต่างๆ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เตรียมรองรับการเลือกตั้งในอนาคตให้เป็นไปในทิศทางที่ดี ให้เกิดการยอมรับจากทุกฝ่าย อย่างไรก็ดี การปลดล็อก ไม่ว่าจะปลดช่วงเวลาใดก็ตาม ขอให้มีความชัดเจน จะได้เกิดความเชื่อมั่น เพื่อให้คนที่ห่วงใยคลายกังวล

 

เช่นเดียวกับนางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษาแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า เรื่องการพบอาวุธที่ จ.ฉะเชิงเทรา มันประหลาดที่นายวัฒนา ทรัพย์วิเชียร หนึ่งในผู้ต้องหามามอบตัว หากมีอาวุธมากและน่ากลัวขนาดนี้ เป็นคนอื่นคงหนีไปหมดแล้ว แต่กลายเป็นมารับสารภาพ แสดงว่ารับสารภาพแล้วไม่มีโทษหรือไม่ ทำไมจึงเดินมาหาเจ้าหน้าที่เอง และที่ผ่านมานายวัฒนาเคยถูกเรียกไปสอบ แต่ไม่ทราบว่าออกมาได้อย่างไร

 

ข้องใจ'วัฒนา'มอบตัว

 

“การมอบตัวก็แปลกและยังเชื่อมโยงกับเรื่องเดิมที่เงียบหายไปนาน เราคิดว่าเป็นเรื่องน่าแปลกใจและไม่เข้าตรรกะทางความคิด ที่คนคนนี้ซึ่งเคยถูกฟ้องร้อง แต่มามอบตัวในคดีใหม่ จึงเป็นเรื่องประหลาดและน่าสงสัยว่ามีอะไรที่ไม่มีความเป็นจริงที่ออกมา ถามว่าเคยเห็นหน้าหรือไม่ ก็ไม่เคยเห็น นายจักรภพก็ได้ออกมาปฏิเสธแล้ว โดยอ้างเหตุผลว่าไม่จำเป็นต้องสู้ด้วยอาวุธ เพราะทำลายความชอบธรรมของการต่อสู้ในระบอบประชาธิปไตยที่เป็นสากล ซึ่งคิดว่ามีเหตุผล แต่แน่นอน ถ้ามีอะไรที่โยงไปถึงเขาก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่อย่างน้อยที่สุดอาจารย์ก็พอใจคำพูดของนายจักรภพ และเชื่อเช่นนั้น" นางธิดากล่าว

 

ประธานที่ปรึกษา นปช.กล่าวว่า ตนเองเคยผ่านการต่อสู้ด้วยอาวุธมาแล้ว จึงเชื่อว่าการเรียกร้องประชาธิปไตยไม่ใช่การต่อสู้ด้วยอาวุธ ขอเรียกร้องตำรวจสืบสวนสอบสวนแบบมืออาชีพ อย่าให้เหมือนคดีที่ผ่านมา คือเร่งจับคนร้ายได้เร็ว แต่ไม่ทราบว่าตัวจริงหรือไม่ ส่วนมากศาลปล่อยตัวแทบทั้งนั้น ขอให้ทำงานตรงไปตรงมา ไม่มีหลายมาตรฐาน

 

ถามว่า หลายฝ่ายมองว่ารัฐบาลและ คสช.อ้างเหตุพบระเบิดเพื่อเลื่อนการเลือกตั้งออกไป ประธานที่ปรึกษา นปช.กล่าวว่า การเลื่อนเลือกตั้งหรือไม่ เราก็ไม่อยากไปโทษว่าเขาสร้างเรื่องเท็จ แต่ตั้งข้อสังเกตว่าที่เคยบอกว่าจะมีการเลือกตั้งเดือน พ.ย.ปีหน้า แต่การไป ครม.สัญจรภาคใต้ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากมาย รวมทั้งหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้ง 4 คำถามของนายกฯ ว่าให้อยู่ต่อหรือไม่ การปรับ ครม.โดยอ้างว่าขอเวลาให้รัฐบาลทำงาน ข้อเรียกร้องในเรื่องการปลดล็อกพรรคการเมืองและคืนอำนาจให้ประชาชน ทั้งหมดเป็นสิ่งที่เขาลับลวงพรางมาตลอด เพราะต้องการยืดการเลือกตั้งให้นานที่สุด

 

"อ้างการปฏิรูปและอ้างความมั่นคงสงบเรียบร้อยก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งหมายถึงการกำจัดเสี้ยนหนามให้หมดหรือไม่ คนจึงมีสิทธิ์มองได้ว่าทั้งหมดนี้เพื่อการอยู่ต่อ ถ้าการพบอาวุธเป็นเหตุขัดขวางการเลือกตั้ง ประเทศอื่นๆ ก็ต้องไม่มีการเลือกตั้งกันหมด การพบอาวุธเป็นอาชญากรรม เกิดขึ้นทุกยุคทุกสมัย รัฐบาลเลือกตั้งก็เกิดได้ แต่ไม่ใช่เหตุผลขัดขวางการเลือกตั้ง" นางธิดากล่าว

 

ส่วนนายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา และแกนนำ กปปส. กล่าวว่า กลุ่มการเมืองนี้เริ่มเคลื่อนไหวสร้างสถานการณ์ตั้งแต่ปี 2552-2553 โดยใช้ความรุนแรงและซาไป แล้วมาเริ่มใช้ความรุนแรงสร้างสถานการณ์ทางการเมืองซ้ำในช่วงปี 56-57 โดยเฉพาะในช่วงการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. โดยใช้อาวุธสงครามฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ไปรวม 24 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 800 คน โดยเฉพาะการขว้างระเบิด RGD5 ใส่เวทีการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีผู้บาดเจ็บ 24 ราย และเสียชีวิตหลังจากนั้น 1 ราย ทั้งหมดเป็นผลงานของคนกลุ่มนี้

 

"การอ้างเหตุผลของฝ่ายความมั่นคงนั้น ต้องแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.โรดแมปการเลือกตั้งที่ประกาศเป็นสัญญาประชาคมแล้ว 2.การป้องกันและปราบปรามไม่ให้เกิดเหตุการณ์ หรือสร้างสถานการณ์ความรุนแรงขึ้น ผมอยากให้ คสช.แยกแยะทั้งสองเรื่องนี้ออกจากกัน เพราะการอ้างเหตุว่ามีการจับอาวุธสงคราม หรือส่อจะเกิดเหตุป่วน จะเกิดเหตุไม่สงบนั้น ถามว่าในทุกประเทศในโลก แม้แต่อังกฤษ สหรัฐ หรือเยอรมนีเองก็ยังมีเหตุก่อการร้ายเกิดขึ้น แต่ประชาคมโลกเขาก็ยังเดินหน้าจัดการเลือกตั้งตามระบบไปได้" นายถาวรกล่าว

 

แกนนำ กปปส.กล่าวว่า การอ้างเหตุผลนี้แล้วบอกว่ายังไม่ควรปลดล็อกพรรคการเมือง หรือควรเลื่อนโรดแมปออกไปอีกฟังไม่ขึ้น อยากให้หาสาเหตุหรือบอกเหตุผลที่ดีกว่านี้ ฟังขึ้นกว่านี้มาบอกสังคมจะดีกว่า เพราะนอกจากจะไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาล คสช.เองแล้ว ยังทำลายความเชื่อมั่นและกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอีกด้วย

 

ส่วนความคืบหน้าคดีพบอาวุธสงครามจำนวนมากซุกในคลองพื้นที่ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ขณะนี้ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับอาวุธสงครามที่พบในครั้งนี้เพิ่มเติม หลัง คสช.แจ้งความร้องทุกข์ไว้ 5 คน คือ 1.นายวัฒนา ทรัพย์วิเชียร 2.นายชัยวัฒน์ ผลโพธิ์ หรือเปี๊ยก กาละแม 3.นายสมเจตน์ หรือสน คงวัฒนะ 4.นายมนัส หรือ พล.ท.มนัส หรือเสธ.หยอย เปาริก อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 3 และ 5.นายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำกลุ่ม นปช. หรือคนเสื้อแดง ในฐานความผิดร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะในการสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถออกให้ได้ไว้ในครอบครอง

 

"เบื้องต้น 5 คนที่เกี่ยวข้องกำลังขยายผลจะมีใครที่เกี่ยวข้องอีกบ้าง โดยวันพฤหัสฯ ที่ 7 ธ.ค.นี้ จะมีความชัดเจนในเรื่องการออกหมายจับ รวมทั้งนายวัฒนา ที่เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ทหารเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา" แหล่งข่าวจากคณะทำงานสืบสวนสอบสวนระบุ

 

มีรายงานว่า จากการตรวจสอบประวัตินายวัฒนา เมื่อปี 57 ถูกจับในคดีครอบครองอาวุธสงคราม ขึ้นศาลทหาร ถูกตัดสินจำคุก 20 เดือน และได้พ้นโทษออกมา ส่วนที่มีความเชื่อมโยงกับอาวุธสงครามที่บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา เนื่องจากปี 57 วัตถุของกลางที่ถูกจับได้ ซีเรียลนัมเบอร์ชุดนั้นตรงกับอาวุธสงครามที่พบในพื้นที่ อ.บางน้ำเปรี้ยว ไม่ว่าจะเป็นระเบิดอาร์จีดีไฟน์ กระสุนเอ็ม 79 และกระเดื่อง ทั้ง 3 ส่วนนี้มีความเชื่อมกันในการใช้ก่อเหตุความรุนแรงในระหว่างการชุมนุมทางการเมืองในกรุงเทพฯ นนทบุรี และนครปฐมหลายแห่ง ระหว่างวันที่ 1 ก.ย.-30 เม.ย.57

 

"จากการสืบสวนพบว่าหลังนายวัฒนาออกจากคุกมา ได้ไปอาศัยอยู่บ้านญาติที่ อ.บางน้ำเปรี้ยว ซึ่งเป็นพื้นที่พบอาวุธสงครามครั้งนี้" แหล่งข่าวระบุ

 

'บิ๊กตู่'เมื่อยจ้อสื่อน้อยลง

 

ที่บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ วันที่ 5 ธันวาคม 2560

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้สอบถาม พล.อ.ประยุทธ์ ถึงเหตุผลการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเพียง 3 นาที หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า "ไม่มีอะไร แค่เมื่อย"

 

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรัฐมนตรีเองก็มีท่าทีเช่นเดียวกัน ต่างสงวนคำพูด โดยสื่อมวลชนตั้งข้อสังเกตว่าหลังจากกลับจากการประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา พล.อ.ประยุทธ์มีท่าทีพูดจาให้สัมภาษณ์กับสื่อน้อยลง

 

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา แสดงความกังวลหาก คสช.ไม่ปลดล็อกพรรคการเมืองจะทำให้พรรคสิ้นสภาพ เพราะไม่สามารถเตรียมตัวได้ทันตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ว่าทั้งหมดที่แสดงความกังวลมา คสช.เคยระบุไว้แล้วว่ารับรู้ปัญหา และกำลังคิดว่าจะหาทางแก้ไขอย่างไรดี

 

"ยืนยันได้ว่าจะไม่ทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ระบุแล้วว่าเรื่องกำหนดเวลาตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองนั้น ไม่ต้องเป็นห่วง เมื่อมีประกาศหรือคำสั่งหัวหน้า คสช.ล็อกเอาไว้แบบนี้ แต่ไปสวนทางกับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง จะต้องมีวิธีที่จะแก้ไขปัญหาให้ ส่วนจะแก้ไขอย่างไร ผมไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องของ คสช. ขอให้รอดู" รองนายกฯ กล่าว

 

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้ถือว่าสถานการณ์ในภาพรวมยังเรียบร้อยดี ไม่มีอะไรน่าห่วง ส่วนกรณีพรรคการเมืองเรียกร้องให้รัฐบาลและ คสช.ปลดล็อกเพื่อให้สามารถเคลื่อนไหวทำกิจกรรมทางการเมืองได้นั้น คงยังต้องเป็นไปตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ระบุก่อนหน้านี้ คือยังไม่พิจารณาปลดล็อก

 

ถามว่า รัฐบาลและ คสช.จะพิจารณาเรื่องดังกล่าวเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับบรรดาพรรคการเมืองหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า จะลองเสนอพล.อ.ประยุทธ์ให้พิจารณาดู.

 

ที่มา ไทยโพสต์ออนไลน์ 

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License