ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านอยากได้รัฐบาลแบบไหน?
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
“นายใหญ่” สั่งเพื่อไทยขุดข้อมูล เช็กบิล “6 บิ๊ก” รัฐบาล คสช.! พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย ผู้จัดการออนไลน์   
วันศุกร์ที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๑ เวลา ๐๘:๕๐ น.

พลันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศตัวเป็นนักการเมืองที่ไม่ปิดบังอ้อมค้อมว่าจะเป็นนายกฯ คนนอกที่มาตามระบบหลังเลือกตั้งทั่วไปที่กำลังจะมีขึ้นซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีรัฐประหารอีกแล้วนั้น ว่าไปแล้วบรรดาพรรคการเมืองใหญ่อย่างประชาธิปัตย์และเพื่อไทยไม่ได้รู้สึกแปลกใจเพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายที่บรรดาพรรคการเมืองคาดการณ์ไว้ เพียงแต่เป็นการสร้างความชัดเจนให้พรรคการเมืองและสังคมได้รับรู้เท่านั้น

เพราะที่ผ่านมาพรรคการเมืองและสังคมอาจจะคลุมเครือว่าคนอย่าง ‘บิ๊กตู่’ จะเสพติดการเมืองจนถึงขั้นต้องจัดวางยุทธวิธีเพื่อเข้าสู่ยุทธศาสตร์ในการสืบทอดอำนาจได้จริงหรือ? ตามที่มีกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ตั้งแต่เรื่องการคลอดรัฐธรรมนูญที่ให้มี ส.ว.มาจากการแต่งตั้ง 250 คนที่สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีได้ อีกทั้งให้ที่ประชุมรัฐสภาสามารถเลือกนายกรัฐมนตรีคนนอกที่ไม่ได้ผ่านการเลือกตั้งจากประชาชนได้ด้วย รวมทั้งยังมีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญอีกหลายมาตราที่สนับสนุนการทำงานโดยมีเป้าประสงค์เพื่อการสืบทอดอำนาจนั่นเอง


ขณะเดียวกันยังเดินสายขยายฐานดึงบรรดาแกนนำพรรคการเมืองจากก๊วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มกำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ พรรคชาติไทยพัฒนาของกลุ่มศิลปอาชา พรรคพลังชลของนายสนธยา คุณปลื้ม พรรคชาติพัฒนาของกลุ่มนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ พรรคภูมิใจไทยของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รวมไปถึงการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ของนายไพบูลย์ นิติตะวัน และว่ากันว่ายังมีพรรคพลังชาติไทย ที่มี พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ อดีตคณะงานเตรียมการปฏิรูปเพื่อคืนความสุขให้คนในชาติ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ร่วมเป็นเครือข่ายด้วย

ล่าสุดได้มีภาพหลุดถ่ายรูป ‘บิ๊กตู่’ ใส่ชุดลำลอง พร้อมด้วย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ ร่วมกับนักการเมืองคนดังในตระกูลสะสมทรัพย์จนเป็นที่มาว่าการไปครั้งนี้เพื่อไปดีลลับ ๆ ทางการเมือง ซึ่งแม้เรื่องนี้ ‘บิ๊กตู่’ จะออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้มีดีลการเมือง แค่ไปตีกอล์ฟเท่านั้น แต่หาใช่ว่าจะทำให้บรรดาคอการเมืองเชื่อได้สนิทใจ

ดังนั้นแต่ละก้าวย่างจึงล้วนเป็นแรงส่งให้เกิดการสืบทอดอำนาจของรัฐบาล คสช. โดยเฉพาะการที่ 'บิ๊กป้อม'พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พี่ใหญ่ของ คสช.ออกมาประกาศหนุน 'บิ๊กตู่' เป็นนายกฯ คนนอกย่อมชี้ชัดแล้วว่าการเมืองจากนี้ไปจะเข้มข้นและดุเดือดทันทีที่รัฐบาลบิ๊กตู่ อนุญาตให้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองได้โดยเฉพาะช่วงก่อนเลือกตั้งและหลังเลือกตั้งไม่ว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้หรือไม่ได้ก็ตาม

เพราะวันนี้พรรคเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ ต่างเตรียมความพร้อมที่จะปฏิบัติการถล่มแกนนำของรัฐบาล คสช.ภายใต้การนำของ 'บิ๊กตู่' ไว้แล้ว

ที่น่าสนใจก็คือการออกมาทวีตข้อความทางทวิตเตอร์ ของนายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ คนนอกก็มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะเป็นฝ่ายค้านอย่างแน่นอน


อย่างไรก็ดีข้อความที่นายจาตุรงค์ ทวีตบอกนี้แหละคือจุดเริ่มต้นของการ 'เช็กบิล' เพื่อเอาคืน 'บิ๊กตู่' และคนใกล้ชิดตามคำสั่งของ 'นายใหญ่' ที่ใกล้ถึงเวลาทวงคืนให้กับคนชินวัตรและเพื่อไทยแบบ 'ตาต่อตา-ฟันต่อฟัน' ซึ่งที่ผ่านมาภายในพรรคเพื่อไทยมีการจัดแบ่งหน้าที่ใครเป็นขุน ใครเป็นเบี้ย ในการเดินเกมต่อสู้ไว้ชัดเจน 

'คสช.อย่าประมาทคนเดือนตุลาฯ ที่อยู่ในเพื่อไทย เราถนัดเกมใต้ดิน วางแผนเก่ง จัดทำเป็นขั้นเป็นตอน คือเป็นเสนาธิการให้คนในพรรคเพื่อไทยได้เดิน ยิ่งได้มือกฎหมายอย่าง ชัยเกษม นิติสิริ อดีตอัยการสูงสุดมาช่วย พวกเรายิ่งมั่นใจว่าเปิดศึกครั้งนี้สนุกแน่”

ที่สำคัญพรรคเพื่อไทยยังมีคนในที่อยู่ในระดับบริหารองค์กรและบางคนก็ใกล้ชิด คสช.คอยป้อนข้อมูลให้และเมื่อนำมาตรวจสอบประเมินผลดูแล้วทำให้นายทักษิณ ชินวัตร และแกนนำพรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าการเป็นฝ่ายค้านที่มีข้อมูลจะช่วยให้สังคมมองพรรคเพื่อไทยดีขึ้น

“เรามี agenda ว่า ต้องการแจ้งเกิด ลบล้างภาพเดิมที่เป็นทรราช แต่ต้องการแจ้งเกิดว่าเราเป็นพรรคระบบประชาธิปไตย ให้สังคมรู้ว่าอย่าไปพึ่งพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถือว่าล้มเหลวในการทำหน้าที่ต่อต้านเผด็จการ แต่เพื่อไทยจะขอทำหน้าที่เองด้วยการเปิดโปงความชั่วร้ายระบบเผด็จการทหาร ให้คนไทยได้เห็นว่า จริงๆ แล้ว เขาว่าเราเรื่องข้าว ก็จะให้สังคมได้เห็นกันเลยว่าทั้งเรื่องเรือดำน้ำ อุทยานราชภักดิ์ ผลประโยชน์ที่ญาติ ๆ บิ๊กตู่ได้รับเป็นเช่นไร”

นอกจากนี้จะตีแผ่การทำงานที่รัฐบาลบิ๊กตู่ทำอะไรบ้างเพื่อเอื้อนายทุน และคนใกล้ชิดที่ดึงมานั่งเป็นรัฐมนตรี หรือเข้ามาช่วยงานต่าง ๆ เมื่อออกนโยบายไปแล้ว มีการไปตั้งอะไรไว้รองรับเพื่อผลประโยชน์ของพวกตนหรือไม่ อย่างไร?

“พูดง่าย ๆ เราจะเปิดโปงความเสียหายของประเทศที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไร”

สำหรับผู้ที่เป็นเป้าของเพื่อไทยในเวลานี้และเพื่อไทยมีข้อมูลพร้อมมากจากการส่งของเจ้าหน้าที่รัฐและการตามสืบของคนในพรรคที่ต้องการจัดเต็มซึ่งเกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใส ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร พล.อ อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ฉัตรชัย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม ทั้งที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งใน ครม.บิ๊กตู่ 5 ก็กลายเป็นเป้าไปแล้ว

เหตุผลเดียวคือนายไพรินทร์ มีวิถีคนกล้าที่คนอื่น ๆ ซึ่งใกล้ชิดนายสมคิด มายาวนานแต่ไม่กล้า และไม่ทำ!

อย่างไรก็ดี มี 2 เรื่องหลักที่มีการคุยกันระหว่าง 2 พรรค จะเป็นข้อมูลทั้งเพื่อไทยและประชาธิปัตย์จะช่วยกันชี้ให้สังคมได้เห็น ซึ่งจะเป็นทั้งการปล่อยทางโซเชียลมีเดีย จากนั้นค่อย ๆ ออกมารับลูกถล่มภายหลัง ก็คือความเป็นอยู่และรายได้ของคนรากหญ้า และที่เกี่ยวข้องกับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจได้สร้างความเสียหายอย่างไร โดยเฉพาะเรื่อง SME มีการรั่วไหลตรงไหนบ้าง และโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ที่มีการอัดฉีดโครงการและงบประมาณเข้าไปเป็นจำนวนมาก แท้จริงใครและกลุ่มใดได้ประโยชน์กันบ้าง

ตรงนี้จะเป็นการตามเช็กบิล นายสมคิด และนายไพรินทร์ ที่นายใหญ่และคนในพรรคเพื่อไทยเชื่อว่าไม่พลาด เพราะต้องไม่ลืมว่าคนที่รู้จักนายสมคิดมากที่สุด คือ นายทักษิณ เพราะทำงานด้วยกันมานาน จะขยับตรงไหนก็ถือว่า 'รู้ทางกัน'

“นายสมคิด จะเป็นหมู่บ้านกระสุนตก ซึ่งเรามีข้อมูลมากในความพยายามที่จะสร้างเครือข่าย ไปพบใครชวนใคร เขาก็ส่งข้อมูลมาให้เพื่อไทย เพราะหากจัดการนายสมคิดได้ ก็เป็นการเด็ดปีก คสช.ได้ง่ายเช่นกัน”

ส่วนบรรดาบิ๊ก คสช.ซึ่งเป็นเรื่องที่เพื่อไทยจะทำเอง เริ่มตั้งแต่การขุดคุ้ยต่อ โครงการอุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่สร้างขึ้นด้วยความจงรักภักดีและเป็นการเทิดทูน และประกาศเกียรติคุณสมเด็จพระมหากษัตริย์แห่งสยาม 7 พระองค์ ก็มี ‘คนบางกลุ่ม’ เข้าไปแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบในการดำเนินงาน

โครงการอนุมัติซื้อเรือดำน้ำจากจีนYuan Class S26T รุ่นS-26Tและมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง เบื้องต้นจำนวน 1 ลำมูลค่า 13,500 ล้านบาท จากเป้าหมาย 3 ลำ มูลค่ากว่า 36,000 ล้านบาท ที่เชื่อว่าจะซ้ำรอยเดิมกับปัญหาในอดีตในการจัดซื้อจัดจ้างบอลลูนเรือเหาะตรวจการณ์และ GT200 ที่ไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นาฬิกาเรือนโต “ริชาร์ด มิลล์”(Richard Mille) รุ่น RM 010 หรือรุ่น RM 029 น่าจะมีราคาไม่ต่ำกว่าเรือนละ 3 ล้านบาท และแหวนทองคำขาวหัวเพชร ขนาด 5-7 กะรัตของบิ๊กป้อม ที่วันนี้มีการนำเสนอในโซเชียลเกือบ 20 เรือน เรื่องนี้เพื่อไทยมีข้อมูลชัดเจนเพราะลูกชายของบิ๊กเพื่อไทยมีความเชี่ยวชาญเรื่องนาฬิกาและสนิทสนมกับนายทุนนาฬิกาได้สรุปเป็นประเด็น ๆ ไว้แล้ว

ขณะที่ ‘บิ๊กป๊อก’ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในเรื่องการเซ็นอนุมัติให้บริษัททายาทกระทิงแดง เข้าใช้ที่ดินป่าชุมชนบ้านโคกห้วยเม็ก จังหวัดขอนแก่น เพื่อขยายเขตโรงงาน ทำเป็นที่เก็บน้ำ สำหรับโรงงานน้ำและเครื่องดื่ม แม้จะมีการยกเลิกไปแล้ว แต่เรื่องนี้ยังมีข้อมูลที่เพื่อไทยเชื่อว่าจะเป็นหมัดเด็ดมัดบิ๊กป๊อกได้เช่นกัน

“คนมหาดไทย เขาเห็นความไม่ถูกต้อง จึงป้อนข้อมูลมาให้เรา ซึ่งเราก็ต้องไม่ทำให้ข้าราชการผิดหวัง”

ส่วนบิ๊กตู่นั้น จะมีการขุดข้อมูลในเรื่องของการขายที่ดิน 9 โฉนด ริมถนนบางบอน 3 เขตบางบอน กทม. ให้กับบริษัทในเครือข่ายของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี นักธุรกิจชื่อดัง มูลค่า 600 ล้านบาท ที่จะชี้ให้เห็นถึงการเอื้อประโยชน์ต่อกัน รวมไปถึงกรณีของ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา 'น้องชาย' รวมไปถึง 'หลานชาย' ที่มีข่าวฉาวถึงความไม่โปร่งใส และจะมีอีกหลาย ๆ เรื่องที่พรรคเพื่อไทยอยู่ระหว่างการสืบค้นข้อมูล

แต่ทั้งหมดนี้จะมีประเด็นส่งท้ายที่พรรคเพื่อไทยต้องการจะเปิดโปงคือเรื่องการขายชาติ...ซึ่งในระหว่างนี้จะปล่อยให้เป็นเรื่องของกลุ่มเอ็นจีโอออกมาเปิดข้อมูลไปก่อน และเมื่อถึงเวลาที่เพื่อไทยพร้อมก็จะร่วมสังคายนาประเด็นนี้ให้สังคมได้รับรู้ต่อไป !
 
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์ 
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License