ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านอยากได้รัฐบาลแบบไหน?
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ศธ.ฉาวอีกสัญญาผี‘โมเน็ต’ ‘หมอธี’สังสอบ จ่อยกเลิกประหยัดงบ3พันล. พิมพ์ อีเมล
ข่าว - ข่าวเด่น
เขียนโดย แนวหน้าออนไลน์   
วันอังคารที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๑ เวลา ๐๙:๔๙ น.

“หมอธี” รมว.ศึกษาธิการ แจงผลสอบระบบเนตในสถานศึกษา หรือ“Monet”หลังมีปัญหา 10 ปี อึ้งพบเช่าสัญญาณ แต่ไม่มีสัญญา จ่อเข้าไปล้างเพื่อประหยัดงบได้ถึงปีละ 3 พันล้าน สั่ง ปลัดศธ.สอบย้อนหลังหาคนผิด ทั้งสั่งตามเงินกองทุนแก้ตกเขียวคืนกลับคลัง หลังถูกขรก.บางกลุ่ม แอบโกงงบไปมหาศาล

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ(ศธ.) กล่าวถึงความการปรับปรุงสัญญาณอินเตอร์เน็ตในสถานศึกษาและการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับ Monetว่าตามที่ศธ.ได้ยกเลิก การใช้เครือข่าย Monet ตามโรงเรียนต่างๆไปเมื่อเดือนมกราคม2561นั้น ในการตรวจสอบ ได้แต่งตั้งนายสมศักดิ์ มิตะถา ผอ.สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษาหรือ (Uninet) ยูนิเน็ต สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)เป็นประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงการเช่าสัญญาณอินเตอร์เน็ต ซึ่งมีคนนอกที่เชี่ยวชาญเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นกรรมการ

“โดยพบว่ามีข้อสงสัยหลายประเด็นเช่นไม่มีสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งเมื่อไม่มีสัญญาจะส่งมอบและตรวจรับการอย่างไรและยังพบว่าผู้ที่มีอำนาจในการเจรจาต่อรองราคา ยังไม่ใช่หัวหน้าส่วนราชการ ขณะเดียวกันก็ได้มีกระบวนการตรวจสอบภายใน ทั้งการตรวจสอบสัญญา ใบเสร็จ และรายละเอียดต่างๆควบคู่ไปด้วย”

ไม่จ่ายท้าฟ้อง/สั่งสอบย้อนหลัง

รมว.ศึกษาฯกล่าวถึงกรณีที่มีบริษัทแห่งหนึ่งมาทวงเงินค่าใช้บริการอินเตอร์เน็ตระบบ Moenet จำนวน60ล้านบาทนั้นว่า ได้มอบหมายให้นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดศธ.ไปตรวจสอบ ซึ่งทางศธ.คงจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวไม่ได้ แต่หากบริษัทเอกชนต้องการให้จ่าย ก็ให้ไปยื่นฟ้องร้อง เพราะถ้า ปลัด ศธ.จ่ายเงินก็อาจจะมีความผิดซึ่งต้องรอผลสอบข้อเท็จจริง

“รวมทั้ง ยังสั่งให้ตรวจสอบย้อนไปในอดีตด้วยว่าใครจ่ายอะไร อย่างไรและด้วยเงื่อนไขอะไร ตรงนี้ ยังไม่มีรายละเอียดแต่ได้ให้เรียกใบเสร็จและรายละเอียดการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆมาดู ตรงนี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สัญญาอินเตอน์เน็ตไม่มีประสิทธิภาพ เพราะเมื่อไม่มีการทำสัญญาก็ไม่ได้มีการให้บริการต่างๆเช่นการซ่อมแซม เปลี่ยนเราว์เตอร์ เรื่องนี้เกิดมา10ปี น่าสงสัยว่าทำไม เราจ่ายแพงแต่อินเตอร์เน็ตเราใช้ไม่ได้”

ช่วยประหยัดงบถึงปีละ3พันล้าน

รมว.ศึกษาฯ กล่าวอีกว่า จากการสำรวจ ล่าสุดพบว่า การดำเนินการดังกล่าว สามารถประหยัดงบประมาณในการเช่าสัญญาณอินเตอร์เน็ตได้ถึงปีละประมาณ3,000ล้านบาทพบว่าโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)จำนวน30,000กว่าโรงเรียน เหลืออีกเพียง 300 กว่าโรงเรียนหรือไม่ถึง1% ที่ยังมีปัญหาเรื่องการใช้อินเตอร์เน็ต ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี)ได้ให้ความร่วมมือช่วยวางสายไฟเบอร์ออฟติคขยายไปถึงโรงเรียนที่ยังไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้คิดว่าจะทำให้เสร็จภายในปี 2561นี้โรงเรียนทั่วประเทศจะได้ใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงอย่างแน่นอน

ด้านนายพีระ รัตนวิจิตร ปลัด ศธ.กล่าวว่า หลังมีการแก้ปัญหาเรื่องนี้แล้ว ทาง ศธ.สามารถประหยัดงบประมาณไปได้กว่า3,000ล้านบาท ทั้งนี้ Monet เป็นโครงการที่ ศธ.ไม่ใช่ผู้ให้บริการที่แท้จริง แต่เช่าบริการจากเอกชน ทั้งบริษัท ทีโอทีจำกัด บริษัท กสท โทรคมนาคมจำกัด(มหาชน) (CAT Telecom Public Company Limited)และ Samartซึ่งมีทั้งจานดาวเทียมและการเช่าสายสัญญาณ ภายใต้ชื่อ Monet ต่อมาศธ.มีนโยบายให้โรงเรียนเลือกใช้เครือข่ายที่ดีที่สุด ลดความซ้ำซ้อน เป็นผลให้ขณะนี้แต่ละหน่วยงาน สามารถประหยัดงบได้เป็นจำนวนมาก

เช่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ลดงบฯได้มากที่สุด จากเดิมที่ใช้งบฯ ค่าอินเตอร์เน็ต 2,000 กว่าล้านบาท ต่อปี ก็เหลือเพียง300กว่าล้านบาทต่อปี ส่วนสำนักงานปลัด ศธ.ได้ดำเนินการยกเลิก การใช้เครือข่ายที่ซ้ำซ้อน ทำให้สามารถประหยัดงบฯได้ถึงปีละ ประมาณ 200-300 ล้านบาทต่อปี จากเดิมที่ใช้งบฯถึงกว่า 1,000 ล้านบาท ส่วนสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ยังไม่ได้รายงานตัวเลขเข้ามา คิดว่าลดงบประมาณไปได้จำนวนมากเช่นกันเพราะขณะนี้ สถานศึกษาในสังกัด สอศ.ส่วนใหญ่ใช้ Uninetของสกอ.แล้ว

พบทุจริตกองทุนเสมาฯเพิ่ม22ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รมว.ศึกษาธิการ ยังกล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการทุจริตเงิน’กองทุนเสมาพัฒนาชีวิต’ที่มีการโอนเงินเข้าบัญชีของบุคคลอื่นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้รับทุนตั้งแต่ปี‪2551-2561เป็นเงินรวมกว่า88ล้านบาทว่านายการุณ สกุลประดิษฐ์ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ปลัดศธ.)ได้รายงานความคืบหน้าการตรวจสอบบัญชีที่มีการโอนเงินกองทุนเข้าหน่วยงานและบัญชีบุคคล พบว่าเป็นบัญชีบุคคล 22บัญชี เป็นญาติพี่น้องกับข้าราชการที่สารภาพก่อนหน้านี้จึงกำชับให้แจ้งสถานศึกษาที่ต้องได้รับเงินไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานเพราะถือว่ามีการยักยอกทรัพย์รวมถึงกำชับให้ปลัด ศธ.และคณะกรรมการกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตไปแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่เช่นเดียวกัน

ถือว่าเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลเท็จแก่คณะกรรมการกองทุนฯโดยการนำบัญชีของญาติพี่น้องมาแอบอ้างว่าเป็นบัญชีของสถานศึกษาในการขออนุมัติเงินกองทุนจากคณะกรรมการกองทุนฯ ถึงแม้จะมีการสารภาพว่าทำคนเดียว แต่กระบวนการสืบสวนข้อเท็จเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบกองทุนฯทั้ง 5รายก็เดินหน้าไปอย่างเข้มข้นทราบว่าขณะนี้ 1 ใน 5 ราย ก็ไม่มาทำงานแล้ว จึงได้สั่งการให้ปลัด ศธ.ไปติดตาม

ทั้งนี้ผู้กระทำผิดต้องรับได้โทษ และผู้ที่เกี่ยวข้องตามไปนำเงินที่ถูกยักยอกไปกลับคืนมาเพื่อนำไปให้กับผู้ที่เดือดร้อนหรือมีสิทธิ์ดี้รับเงินตามเจตนารมย์ของกองทุนต่อไป รวมทั้งต้องมาตรการปรับปรุงระบบการตรวจสอบและป้องกัน ไม่ให้เกิดกรณีแบบนี้ขึ้นอีก
 
ที่มา แนวหน้าออนไลน์ 
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License