ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านอยากได้รัฐบาลแบบไหน?
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
บทความใน นสพ.แนวหน้า เรื่อง "เตรียมต้อนรับพระนางมโหธรเทวี" วันที่ 4 เม.ย. 61 พิมพ์ อีเมล
บทความ - บทความพิเศษ
เขียนโดย สิริอัญญา   
วันจันทร์ที่ ๐๒ เมษายน ๒๕๖๑ เวลา ๑๐:๕๘ น.

     อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันมหาสงกรานต์แล้ว ซึ่งปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 14 เมษายน 2561 เวลา 09.35 น. ซึ่งหมายความว่า พระอาทิตย์จะโคจรพ้นจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษตามวันและเวลาดังกล่าว และตั้งแต่เวลานี้นางสงกรานต์องค์ใหม่คือพระนางมโหธรเทวี ก็จะเป็นนางสงกรานต์เวรไปเป็นเวลาหนึ่งปี 

     อาจจะทำให้ประเทศพ้นจากความวิปโยคโศกเศร้า พ้นจากความอุบาทว์จัญไร และความซวยทั้งหลายไปเสียทีหนึ่ง 

     เพราะว่านับแต่ปี 2557 จนถึงวันมหาสงกรานต์ปีนี้ นางสงกรานต์ที่ผลัดเปลี่ยนการเข้าเวรนั้นล้วนแต่เป็นนางสงกรานต์ที่ไม่ค่อยดีหรือไม่ก็อ่อนแอปวกเปียก จึงส่งผลให้เหตุการณ์ทั้งหลายเป็นไปดังที่รู้เห็นกันอยู่ 

     ตั้งแต่วันสงกรานต์ปี 2557 นางสงกรานต์เวรคือ พระนางโคราคะเทวี ครั้งปี 2558 ก็เป็นพระนางรากษสเทวีเข้าเวร พอปี 2559 ก็เป็นเวรของพระนางมณฑาเทวี ซึ่งนับว่าค่อยยังชั่วหน่อยหนึ่ง แต่พอปี 2560 ก็หนักหนาสาหัสเพราะพระนางกาลกิณีเทวีเข้าเวร และจะออกเวร เมื่อพระนางมโหธรเทวีเข้าเวรในวันมหาสงกรานต์ 

     อันพระนางโคราคะเทวี พระนางรากษสเทวี และพระนางกาลกินีเทวีนั้น ไม่ต้องกล่าวสรรพคุณมาก เพียงแค่ชื่อก็เห็นชัดถึงการเป็นสุดยอดของกิเลสมาร คือ ราคะ โทสะ และโมหะ ซึ่งเป็นกิเลสใหญ่ เป็นเหตุแห่งนรกจกเปรตทั้งหลาย ดังนั้นสามปีที่พระนางทั้ง สามเข้าเวร จึงทำให้ไฟแห่งกิเลส คือ โทสะ โมหะ เผาผลาญแรงกล้าราวกับไฟประลัยกัลป์ 

     ที่ว่าปี 2559 ค่อยยังช่วยหน่อย ก็เพราะพระนางมณฑาเทวีนั้นมิได้เป็นนางสงกรานต์แห่งกิเลสมาร แต่ก็เป็นนางสงกรานต์แห่งความอ่อนแอและสูญเสีย ดังนั้นเหตุมหาวิปโยคที่ทำให้คนไทยทั้งประเทศน้ำตานองทั้งแผ่นดินตลอดทั้งปี จึงเกิดขึ้นในห้วงเวลาที่พระนางเข้าเวร  

     เพราะเหตุมหาวิปโยคเกิดขึ้น จึงทำให้ความชั่วช้าเลวทรามทั้งหลายถูกกดข่มไว้ไม่สามารถแสดงออกมาได้ อาณาประชาราษฎร์จึงครองแต่ความโศกเศร้าอาดูร เพราะคนชั่วขยาดไม่กล้าก่อกรรมทำเข็ญกับราษฎรมากนัก 

     ดังนั้น เมื่อนางสงกรานต์เวรที่นำเหตุเภทภัยมาสู่บ้านเมืองและราษฎรพ้นเวรออกไป ในวันสิ้นสุดที่พระอาทิตย์จะจรอยู่ในราศีเมษก็จะเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น และจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่คนทั้งหลายตั้งตารอ 

     อันพระนางมโหธรเทวีนั้น จัดว่าเป็นนางสงกรานต์แห่งความเปลี่ยนแปลง แต่จะเปลี่ยนเป็นทางดีหรือทางร้าย ก็ขึ้นอยู่กับการทำหน้าที่ครองเวรของพระนาง คือถ้าพระนางทรงตื่นทำหน้าที่ก็จะเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ดี หากพระนางอ่อนเพลียหลับใหลไม่อาจทำหน้าที่ได้ตามปกติ ก็เป็นความเปลี่ยนแปลงที่ไม่ดี  

     ตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมาจนถึงปี 2561 พระนางมโหธรเทวีทรงเข้าเวร 4 ครั้ง คือ ทรงเข้าเวรเมื่อ 2545, 2550, 2556, และที่จะทรงเข้าเวรครั้งใหม่ตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน 2561 เวลา 09.35 น. เป็นต้นไป 

     ก็มาลองย้อนดูกันว่าในห้วงเวลาที่ทรงเข้าเวรนั้นมีความเปลี่ยนแปลงอะไรที่สำคัญ 

     ปี 2545 เป็นห้วงเวลาที่ระบอบทักษิณเรืองอานุภาพเหนือการเมืองการปกครองของประเทศอย่างเด็ดขาด 

     ปี 2550 เงื้อมเงาของพระนางก็แผ่รัศมีย้อนไปถึงเดือนกันยายน 2549 ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นสองประการสำคัญ คือระบอบทักษิณถูกโค่นลงอำนาจ และเกิดกำเนิดขบวนการเสื้อแดงขึ้น 

     ปี 2556 เป็นปีที่ปีศาจการเมืองฟื้นคืนชีพขึ้นอีกครั้ง ทำให้เกิดความขัดแย้งครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติ และนำไปสู่การจัดตั้ง กปปส. ที่สามารถทำให้ประชาชนเข้าร่วมเดินขบวนครั้งใหญ่ที่สุดรวมถึง 11 ล้านคน และเมื่อพระนางออกเวรในปี 2557 แล้ว รัศมีแห่งการเปลี่ยนแปลงของพระนางก็แผ่ไปถึงเดือนพฤษภาคม 2557 ด้วย 

     น่าเสียดายนักที่พระนางมโหธรเทวีทรงออกเวรในกลางเดือนเมษายน 2557 แล้ว กลับมิได้เลือกสรรพระนางสงกรานต์เวรฝ่ายดีมาเข้าเวรเลย ปล่อยให้พระนางสงกรานต์ฝ่ายที่ไม่ค่อยดีเข้าเวรต่อเนื่องกันจนกระทั่งถึงวันมหาสงกรานต์ปีนี้ 

     นับตั้งแต่วันมหาสงกรานต์ ปี 2561 ไปจนถึงกลางเดือนเมษายน 2562 และรวมรัศมีของพระนางรวมอีก 3 เดือนคือถึงเดือนกรกฎาคม 2562 จึงเป็นห้วงเวลาของการเปลี่ยนแปลง ส่วนการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นในวันเวลาใดนั้น ย่อมเป็นเรื่องของท่านผู้แจ้งในไตรเพท และจักรทีปนีจรที่จะต้องคำนวนค้นคว้ากันต่อไป 

     เพราะเหตุที่พระนางมโหธรเทวีเสด็จเข้าเวรในเวลาช่วงก่องเที่ยง ดังนั้นพระนางจึงเสด็จประทับยืนมาบนหลังพาหนะของพระนางคือนกยูง ในลักษณาการที่ทรงพาหุรัด ทัดดอกสามหาว แก้วนิลรัตน์เป็นอาภรณ์ พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงตรีศูล 

     จักรและตรีศูลนั้นเป็นเทพศาสตราวุธประจำพระองค์พระนารายณ์เป็นเจ้า และทรงใช้เทพศาสตราวุธทั้งสององค์นี้ในการกำราบปราบปรามยักษ์ อสูร และมารทั้งหลาย ที่ไม่มีผู้มีทิศใดต้านทานได้ แม้พระราหูผู้เป็นเทพแห่งอธรรมและเรืองฤทธิ์ก็ต้องพ่ายแพ้เพราะต้องจักรพระนารายณ์เป็นเจ้าจนตัวขาดสองท่อน แต่ที่ไม่ตายก็เพราะเคยดื่มน้ำอมฤต ส่วนตรีศูลนั้นก็เคยปรากฏอานุภาพให้คนทั้งหลายได้รู้จักกัน เพราะเหตุที่ทรงประทานให้หนุมานใช้เป็นอาวุธประจำกายเพื่อช่วยเหลือพระราม ยามที่ทรงอวตารมาเป็นมนุษย์ 

     เหตุนี้องค์พระปฐมบรมกษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ จึงทรงถือเอาเทพศาสตราวุธทั้งสององค์นี้เป็นสัญลักษณ์แห่งพระบรมราชวงศ์ 

     ทุกครั้งที่พระนางมโหธรเทวีเข้าเวร ไม่ว่าเหตุการณ์ทั่วไปจะดีร้ายประการใด แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นเป็นการเฉพาะคือ พระมหากษัตริย์จะทรงเรืองกฤษดานุภาพ พระบารมีจะแผ่ปกป้องไพศาลไปทุกสารทิศ 

     พระนางสงกรานต์เวรปีนี้ทรงอาภรณ์ไว้ทุกข์ ทั้งกำไล ทั้งสร้อย ทั้งสังวาลย์ อันรวมกันเป็นอาภรณ์ประจำพระองค์ล้วนเป็นนิลดำ ดังนั้นความพลัดพรากจากไปของผู้เป็นใหญ่ในบ้านเมืองจึงเป็นธรรมดาที่จะต้องเกิดขึ้นตามกฎแห่งพระไตรลักษณ์ 

     ความยากจนขาดแคลนจะแผ่ไปเป็นวงกว้าง ในลักษณะที่โบราณว่าไว้ว่า “คนทั้งหลายจะต้องเข้าป่าไปหากิน” และนี่ก็คงเป็นวิบากกรรมธรรมดาของการหลงลมชมตัวเลขเพ้อฝันที่ไส้ในมีแต่ลมๆแล้งๆ ประดุจดังต้นไม้ที่ไร้รากแก้ว ลมโชยมาแผ่ว ๆ ก็ล้มครืนฉะนั้น 

     สำหรับกาลโยค สำหรับใช้ในการพิจารณาวันดีวันร้ายในปีใหม่นี้ คือ วันศุกร์เป็นธงชัย และเป็นอธิบดีด้วย วันพฤหัสเป็นอุบาทว์ วันอาทิตย์เป็นโลกาวินาศ ซึ่งกาลโยคนี้จะใช้ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2561 เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป 

     กาลโยคนั้นจะถือวันเป็นอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะจะกลายเป็นว่าวันทั้งวันทำอะไรไม่ได้เลย แท้จริงแล้วในแต่ละวันสามารถแบ่งได้เป็นวันละ 16 ยาม คือ กลางวัน 8 ยาม กลางคืน 8 ยาม ซึ่งมีทั้งยามดียามร้าย ย่อมสามารถเลือกสรรช่วงชิงเอายามดีหรือยามที่เหมาะแก่การมาใช้การได้ 

     แต่เรื่องของยามนั้นไม่ใช่เรื่องของสงกรานต์ที่มุ่งจะแสดงในวันนี้ ทั้งควรเป็นเรื่องที่ต้องเปิดทางทำมาอาชีพให้กับพรรคพวกไว้บ้าง จึงเว้นเสียที่จะไม่แสดง 

     ดังนั้นในห้วงเวลานี้ จึงควรที่จะได้เตรียมใจต้อนรับพระนางมโหธรเทวีที่จะเสด็จมาเข้าเวรกัน.

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License