ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านอยากได้รัฐบาลแบบไหน?
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
บทความใน นสพ.แนวหน้า เรื่อง "ทำไมทักษิณประเมินว่าจะชนะเลือกตั้ง" วันที่ 7 เม.ย. 61 พิมพ์ อีเมล
บทความ - บทความพิเศษ
เขียนโดย สิริอัญญา   
วันพุธที่ ๐๔ เมษายน ๒๕๖๑ เวลา ๑๐:๕๑ น.

     เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวฮือฮาของคนที่ทำอะไรก็ดัง คือคุณทักษิณ  ชินวัตร ซึ่งเดินทางไปร่วมงานเปิดตัวหนังสือของอดีตนักการเมืองญี่ปุ่น โดยเคียงคู่ไปกับนางยิ่งลักษณ์  ชินวัตร และสื่อในเครือข่ายก็โหมประโคมกันสนั่นหวั่นไหวเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา 

     คุณทักษิณ  ชินวัตร โฉบเฉี่ยวมาย่านนี้เมื่อใดก็เป็นข่าวดังสนั่นแบบนี้ทุกครั้งไป และทุกครั้งก็จะมีคนไปถามรัฐบาลว่า ทำไมไม่ดำเนินการจับกุมตามหมายของศาล ก็จะได้รับคำตอบเหมือนกันทุกครั้งเช่นเดียวกันว่า กำลังดำเนินการอยู่ 

     หาได้มีใครคิดเจ็บร้อนหรือเจ็บอายแต่ประการใด และทำเป็นคิดไม่เป็นว่า กรณีเช่นนี้ คือการตบหน้า ตบหัว หรือเยาะเย้ยหยามหยันว่าไม่มีน้ำยาให้ได้อาย ต่างคนต่างทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ดังนั้นเรื่องแบบนี้จึงต้องเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่อไป 

     เป็นแต่ว่าครั้งนี้ คุณทักษิณ  ชินวัตร ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในลักษณะที่มีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองของประเทศไทยอย่างชัดเจนว่า มีความเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะเลือกตั้งเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา 

     ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็เป็นสิทธิแต่ละคน หรือใครจะคิดว่าคุณทักษิณ  ชินวัตร คุยโม้โอ้อวดเหมือนที่ได้ยินกันในบ้านเมืองของเราทุกวี่ทุกวันก็ย่อมคิดไปได้ แต่ความจริงอันหนึ่งก็คือ หลังจากคุณทักษิณ ชินวัตร ถูกโค่นอำนาจเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 แล้ว ก็สามารถกำกับควบคุมและทำการจนพรรคการเมืองของตนได้รับชัยชนะเลือกตั้งต่อเนื่องกันมาแล้วสองครั้ง 

     ครั้งแรกก็ได้ตั้งให้นายสมัคร  สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งที่สองก็ตั้งให้ นางยิ่งลักษณ์  ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ดังนั้นสองรัฐบาลนี้ และนายกรัฐมนตรีทั้งสองคนนี้  รวมทั้งนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อจากนายสมัคร  สุนทรเวช จึงเป็นไปและเกิดขึ้นได้ก็ด้วยฤทธิ์เดชของคุณทักษิณ  ชินวัตร โดยไม่อาจปฏิเสธได้  

     ดังนั้นในครั้งนี้เมื่อคุณทักษิณ ชินวัตร พูดด้วยความมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ชัยชนะในการเลือกตั้งจึงดูแคลนไม่ได้ และเมื่อพิเคราะห์จากสภาพทั้งหลายแล้วก็มีความเป็นไปได้มากด้วยเหตุห้าประการคือ 

     ประการแรก พิจารณาดูจากแม่ทัพทางการเมืองของฝ่ายที่สนับสนุน พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา ของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยแล้ว แม่ทัพคนไหนเล่าที่จะต่อกรกับคุณทักษิณ ชินวัตร ได้ ยิ่งคนที่เป็นลิ่วล่อบริวารมาก่อนก็ยิ่งเป็นมือคนละชั้นเทียบกันไม่ติด นี่เรียกว่าพ่ายแพ้ด้วยเหตุขุนพลที่นำทัพ 

     ประการที่สอง พิจารณาจากสภาพปัญหาเศรษฐกิจและความยากจน การคอร์รัปชั่น และประสิทธิภาพในการบริหารบ้านเมือง ที่แม้ประธานองคมนตรีก็ยังต้องออกปากว่า กองหนุนหายไปหมดแล้ว เป็นการเพิ่มการชอบธรรมให้แก่ชัยชนะของพรรคเพื่อไทยทั้งสิ้น ยิ่งเวลาทอดออกไปในลักษณะเช่นนี้ ผลไม้ที่สุกอยู่แล้วก็อาจจะร่วงโดยไม่ต้องสอยก็ได้ นี่เรียกว่า แพ้ด้วยเหตุสภาพแวดล้อม 

     ประการที่สาม พิจารณาจากบรรดาพรรคเล็กพรรคน้อยที่แต่ละฝ่ายจะช่วงชิงมาสนับสนุนเพื่อให้ได้เสียงเกินครึ่งในสภาผู้แทนราษฎร แม้จะมีเสียงกระซิบกระซาบว่าได้ตกร่องปล่องชิ้นที่จะสนับสนุนพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า จำนวนมากของพรรคเหล่านี้ล้วนเป็นวัวเคยขาม้าเคยขี่ ที่คุณทักษิณ ชินวัตร เพียงผิวปากเบาๆ ก็วิ่งเข้าคอกกันไปหมดเหมือนที่ผ่านมา นี่เรียกว่าแพ้ด้วยแนวร่วม 

     ประการที่สี่ พิจารณาจากกำลังเงินสนับสนุน ซึ่งฝ่ายหนึ่งมีเงินถุงเงินถังที่สั่งสมมานับสิบปี แต่อีกฝ่ายหนึ่งหวังพึ่งเงินสนับสนุนเจ้าสัว ก็ต้องมองให้ขาดว่าเจ้าสัวเหล่านี้ไม่กล้าที่จะหือกับคุณทักษิณ ชินวัตร เพียงแค่จ้องตาก็หลบกับวูบวาบแล้ว ถึงเวลานั้นก็เท่ากับกองเสบียงถูกทำลาย นี่เรียกว่าแพ้ด้วยกำลังเงิน หรือเสบียง 

     ประการที่ห้า พิจารณาจากคุณทักษิณ ชินวัตร โฉบไปเฉี่ยวมากี่ครั้งกี่หน ก็ไม่มีใครหาญกล้าที่จะแตะต้องจับกุม ย่อมเข้าใจได้ว่ามีแต่คนเกรงขามในบารมี พร้อมที่จะเข้าเกียร์ว่าง หรือพร้อมที่จะแปรพักตร์เข้าร่วม 

     อย่าลืมว่าหลังจากมหาสงกรานต์ไปหนึ่งปี เป็นวาระเข้าเวรของพระนางมโหธรเทวี และการมาของพระนางมักจะเกี่ยวข้องกับการมาของระบอบทักษิณ! 

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License