ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านอยากได้รัฐบาลแบบไหน?
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
บทความใน นสพ.แนวหน้า เรื่อง "บอกความจริงกับประชาชนดีกว่า" วันที่ 8 เม.ย. 61 พิมพ์ อีเมล
บทความ - บทความพิเศษ
เขียนโดย สิริอัญญา   
วันพุธที่ ๐๔ เมษายน ๒๕๖๑ เวลา ๑๐:๕๔ น.

     ในบ้านเมืองของเรานี้ ในแต่ละวันมีแต่เรื่องโต้แย้งถกเถียงและการโกหกพกลมจนเกิดความสับสนปั่นป่วนจนจับสาระแก่นสารอันใดไม่ได้ ทำให้ประชาชนมึนงง และทำให้เปิดโอกาสแก่คนที่ไม่หวังดีแก่บ้านเมืองสร้างกรรมทำเข็ญหนักหนาสาหัสมากขึ้น 

     เมื่อเรื่องราวแบบนี้เกิดมากขึ้น ประชาชนก็สับสนมากขึ้น และในที่สุดก็ยากที่จะเชื่อถือเรื่องราวต่างๆ ว่าเป็นจริงหรือไม่ประการใด 

     สภาพเช่นนี้เป็นอันตรายร้ายแรงต่อความมั่นคงของประเทศชาติ เพราะเมื่อประชาชนไม่รู้จริงเท็จ ไม่เชื่อถือข่าวสารต่างๆ ไม่เชื่อถือข่าวคราวที่มีการแถลงแจ้งข่าวต่างคนต่างก็พากันนิ่งเฉยไปคนละทิศคนละทางบ้าง ความระส่ำระสายย่อมบังเกิดขึ้นโดยไม่ต้องสงสัย 

     เรื่องราวสำคัญที่พยายามสร้างความเชื่อกันหนักหนาก็คือ การเชื่อมต่อประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน และการเป็นศูนย์กลางสารพัด เอะอะจะขี้เยี่ยวอะไรก็คุยโวโอ้อวดเป็นศูนย์กลางไปเสียทุกเรื่อง และถ้านับเรื่องศูนย์กลางแล้วก็คงจะนับได้เกินร้อย แต่ในความเป็นจริง มีอะไรบ้างเล่าที่ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลาง 

     ในเรื่องการเชื่อมต่อประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านนั้นพูดกันนักพูดกันหนา แต่ถึงวันนี้ก็มีแต่ลมแล้ง ยังไม่มีการเชื่อมต่ออะไรกันเลย 

     เช่น การเชื่อมต่อเส้นทางสายไหมทางบก คือ โครงการรถไฟไทย-จีน ขณะนี้เฟสแรกระยะทาง 3.5 กิโลเมตร ที่ก่อสร้างโดยกรมทางหลวง ก็สร้างไปได้แค่ 7% ในอายุของรัฐบาลนี้ จะได้สร้างเฟสสอง ระยะทาง 10 กว่ากิโลเมตร และเฟสสามอีก 10 กว่ากิโลเมตรหรือไม่ก็ไม่มีใครรู้ ต่อให้สร้างเสร็จก็ไม่มีวันที่จะมีรถไฟมาวิ่งได้ 

     หรือการเชื่อมต่อกับ 6 ประเทศทางลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งพูดกันราวกับว่าเราได้เข้าร่วมทำการ และพร้อมจะใช้สอยการเชื่อมต่อ แต่ความจริงก็คือประเทศไทยไม่ได้ลงนามเข้าร่วมแผนปฏิบัติการกับประเทศภาคีสมาชิกซึ่งเขาเดินหน้ากันไปไกลแล้ว และมีวี่แววว่าประเทศไทยจะตกขบวนเชื่อมต่อไม่ได้ 

     แม้กระทั่งพื้นที่ที่จะตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ในสามจังหวัดนั้น ก็พูดกันนักหนาว่าจะเชื่อมต่อที่โน้นที่นี่ แต่ความจริงก็คือยังเชื่อมกับใครไม่ได้ ย้ำให้ชัดก็คือ เชื่อมไปยังประเทศจีน พม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ยังไม่ได้ และไม่รู้ว่าเมื่อใดจะเชื่อมกันได้ 

     มิหนำซ้ำยังมีคนออกมาเพ้อว่า พื้นที่นี้จะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจการค้า แล้วชักชวนลาว กัมพูชาให้มาใช้ท่าเรือแหลมฉบังในการส่งออกไปต่างประเทศ 

     ความจริงก็คือ ลาวสามารถเชื่อมต่อกับจีน กัมพูชา เวียดนาม ได้ทั้งทางบกและทางแม่น้ำโขง และสามารถส่งออกทางทะเลได้ทั้งที่เวียดนามและกัมพูชา ซึ่งไม่มีวันที่เขาจะมาใช้ท่าเรือแหลมฉบัง 

     ส่วนกัมพูชานั้น เขาสามารถขนส่งสินค้าทั่วโลกได้โดยทางบก ไม่ว่าจะผ่านทาง ลาว หรือเวียดนาม เข้าสู่จีน ไปยังทั่วโลก หรือทางทะเลโดยท่าเรือที่สีหนุวิลล์ ซึ่งจะเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน และไม่มีวันที่ทางเรือกัมพูชาจะมาใช้ท่าเรือที่แหลมฉบัง 

     แม้การจะเชื่อมต่อไปยังพม่าที่พูดกันนักกันหนาว่า จะมีการเชื่อต่อทางการรถไฟสายตะวันออก-ตะวันตก ก็ให้ไปติดตามแถลงการณ์ร่วมของพม่ากับจีนว่า เขาจะยอมเชื่อมต่อด้วยหรือไม่ เพราะเส้นทางรถไฟสายคุนหมิง–พม่านั้น เขาจะมุ่งเน้นไปอินเดียก่อน และที่จะมาทวายก็ให้พักเอาไว้ก่อน รอจนปัญญายะไข่จะสะสางเรียบร้อยในชาติหน้า 

     แม้กระทั่งการคมนาคมทางอากาศก็จะต้องสังวรให้จงหนัก เพราะขณะนี้ทั้งกัมพูชา ลาว และเวียดนาม กำลังขยายเส้นทางการบินหลายสิบเท่า การจราจรเหนือน่านฟ้าสาม ประเทศนี้จะคับคั่ง และอาจกระทบต่อเส้นทางบินของประเทศไทยที่จะบินไปทางตะวันออก 

     เพราะที่ผ่านมานั้นเราขอใช้สิทธิ์ผ่านน่านฟ้าได้ เนื่องจากทั้งสามประเทศมีเส้นทางบินน้อย เมื่อเขามีเส้นทางบินเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกัมพูชา จะเป็นศูนย์กลางเส้นทางสายไหมทางอากาศจีน-อาเซียน เขาก็ต้องใช้น่านฟ้าของเขา เราก็จะต้องถูกลดเส้นทางบินลง กระทั่งอาจจะต้องบินผ่านอ่าวไทย วกทะเลไปเป็นทางอ้อมยาวไกล 

     พูดความจริงกับประชาชนให้ทราบสถานการณ์ที่เป็นจริง หรือไม่ก็รีบแก้ไขปัญหาที่ทำให้ประเทศไทยตกอยู่ในสภาพเช่นนี้จะดีกว่า!
 

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License