ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านอยากได้รัฐบาลแบบไหน?
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
บทความใน นสพ.แนวหน้า เรื่อง "จับตากฎหมาย EEC" วันที่ 14 เม.ย. 61 พิมพ์ อีเมล
บทความ - บทความพิเศษ
เขียนโดย สิริอัญญา   
วันจันทร์ที่ ๐๙ เมษายน ๒๕๖๑ เวลา ๑๔:๔๕ น.

     สภานิติบัญญัติแห่งชาติถูกติฉินนินทาเรื่อยมาว่าเป็นแค่ลูกไม้ลูกมือของรัฐบาล ไม่เป็นตัวของตัวเอง ถูกสั่งให้ทำอะไรก็ทำ ถึงกับมีคนเอาเรื่องกฎหมายงบประมาณเพิ่มเติม 3 ปี มายกเป็นตัวอ้างว่าได้ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวแต่ละฉบับ โดยใช้เวลาแค่วันเดียว 

     ทั้งที่เรื่องงบประมาณเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นการเอาเงินจากการเก็บภาษีอากรจากราษฎรเอาไปใช้จ่าย จึงต้องมีความรอบคอบ และต้องเพ่งพิจารณาให้ก่อเกิดประโยชน์แก่ราษฎร ไม่ใช่เอาหยาดเหงื่อแรงงานของราษฎรไปบำรุงบำเรอให้แก่นายทุน 

     ก็ไม่รู้จะเถียงว่าอย่างไร แต่คงไม่ใช่เป็นอย่างนั้นเสมอไป เพราะมีหลายกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติลงมติไปในทางที่ไม่ค่อยต้องใจรัฐบาลเท่าใดนัก แต่เมื่อมีเสียงติฉินนินทา ก็ต้องฟังกันบ้าง 

     ล่าสุดก็มีข่าวแว่วมาให้ได้ยินว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติโดยสมาชิกสำคัญ ๆ ได้หารือกัน เกี่ยวกับร่างกฎหมาย EEC และมีความเห็นไปในทางเดียวกันแล้ว 

     ร่างกฎหมาย EEC ก็คือร่างกฎหมายจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งในตอนแรกเริ่มในการยึดอำนาจก็ไม่มีนโยบายเรื่องนี้ มาเร่งรัดทำกันก็ในช่วงหลังจากมีการเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจ 

     ร่างกฎหมาย EEC อาจเทียบได้กับร่างกฎหมายจัดตั้งเขตเศรษฐกิจสุวรรณภูมิในยุคพรรคไทยรักไทยเรืองอำนาจ และถูกกล่าวหาว่าเป็นกฎหมายแบ่งแยกประเทศ ตั้งรัฐซ้อนรัฐ เอื้อประโยชน์ให้แก่ระบบทุนสามานย์ และยังถูกกล่าวหาว่าเป็นกฎหมายขายชาติ ขายบ้าน ขายเมือง และในที่สุดรัฐบาลนั้นก็พังครืนลงไป 

     ทว่า ร่างกฎหมาย EEC มีขนาดใหญ่โต และอำนวยประโยชน์ให้แก่ต่างชาติมากยิ่งกว่า โดยที่ไม่แน่ชัดว่าประเทศไทยจะได้รับผลอะไร ดังนั้นจึงมีเสียงคัดค้านดังกึกก้องจากทั่วสารทิศ 

     แต่กลับมีการกดดันด้วยประการต่าง ๆ เช่น การเร่งรีบจัดทำโครงการต่าง ๆ ไปล่วงหน้าโดยไม่รอผลว่ากฎหมายนี้จะได้ใช้บังคับหรือไม่ และในขณะที่เร่งรีบกันอยู่นั้น รัฐบาลก็ต้องออกมาแก้ตัวเป็นพัลวันว่าไม่ได้ขายชาติ ไม่ได้โกงชาติ ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้แก่นายทุน ซึ่งเป็นอาการเดียวกันกับรัฐบาลพรรคไทยรักไทย 

     ขณะนี้ใกล้ระยะเวลา 90 วันที่ สนช. ได้ผ่านร่างกฎหมาย EEC เข้าไปทุกทีแล้ว ก็ยังมิได้มีการประกาศใช้ และอาจจะอยู่ในขั้นตอนพระราชอำนาจ ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการตรากฎหมาย และรัฐบาลตลอดจนประชาชนต้องให้ความเคารพ  

     ตามรัฐธรรมนูญบัญญัติว่า ถ้าไม่ทรงโปรดให้ประกาศใช้กฎหมายนี้ภายใน 90 วัน สนช. อาจหยิบยกกฎหมายนี้ขึ้นพิจารณา และลงมติยืนยันให้ประกาศใช้เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ อีกครั้งหนึ่ง หรือจะปล่อยให้ตกไปก็ได้ 

     ดังนั้นจึงต้องจับตาดูให้ดีว่า เมื่อครบกำหนด 90 วันแล้ว และมิได้มีพระราชทานร่างกฎหมายนี้คืนมา จะเป็นประการใดต่อไป 

     ดังนั้นจึงมีกรณีที่สมาชิก สนช. ได้หารือกันว่าจะปฏิบัติอย่างไร และในที่สุดก็แว่วข่าวให้ได้ยินว่า กรณีเช่นนี้ สนช. จะไม่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นพิจารณา ถึงแม้ใครจะมากดดันประการใดก็จะไม่พิจารณา และจะปล่อยให้ร่างกฎหมายนี้ตกไป 

     เพราะในกรณีที่ สนช. ไม่หยิบยกเรื่องนี้พิจารณา ร่างกฎหมาย EEC ก็จะตกไป กฎหมายนี้ก็จะเป็นอันตกไปเหมือนกับร่างกฎหมายจัดตั้งเขตเศรษฐกิจสุวรรณภูมิ 

     และถ้าร่างกฎหมายนี้ตกไป ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องให้ความเคารพและต้องหยุดกระทำการใด ๆ ที่เตรียมการไว้ เพราะในเมื่อร่างกฎหมาย EEC ตกไปแล้ว บรรดาโครงการทั้งหลายที่เตรียมไว้ก็ต้องตกไปด้วย 

     สำหรับประชาชนทั้งประเทศก็ต้องจับตาเรื่องนี้ให้ดี เพราะเป็นเรื่องเป็นตายของชาติบ้านเมืองเรื่องหนึ่ง.

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License