ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านอยากได้รัฐบาลแบบไหน?
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
เคล็ดวิชาไทเก็กอยู่ที่จิต กาย และปราณ พิมพ์ อีเมล
Q&A - ไขข้อสนใจจากไพศาล
วันจันทร์ที่ ๐๗ กันยายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๐:๔๐ น.

     ถาม :  เมื่อคืนได้เห็นข้อความใน Twitter ไทเก็ก เกี่ยวกับเคล็ดวิชาไทเก็กแล้ว รู้สึกว่าลึกซึ้งมาก อยากกราบเรียนถามว่าคุณไพศาลจะสามารถอธิบายเคล็ดวิชาไทเก็ก อย่างสั้น ๆ ได้หรือไม่ ถ้าได้กรุณาอธิบายด้วย 

     ตอบ :  วิชาไทเก็กเป็นหลักวิชาที่สืบทอดมากว่าพันปีแล้ว ผู้บัญญัติหลักวิชานี้คือเตียซำฮง เจ้าสำนักบู๊ตึ๊ง ซึ่งเป็นบุคคลในสมัยราชวงศ์ซ้อง มีอายุอยู่ในช่วงปี ค.ศ.1247 เมื่อมีการแต่งหนังสือกำลังภายในเรื่องมังกรหยก ในภาคที่สาม ได้อิงเอาชื่อเตียซำฮงมาเกี่ยวข้องในเรื่องมังกรหยกด้วย โดยเชื่อมให้เป็นลูกศิษย์ตัวน้อยของเอี้ยก้วย ต่อมาได้เข้าพรตในลัทธิเต๋า ได้ศึกษาอี้จิงและโป๊ยก่วย ตลอดจนได้บำเพ็ญภาวนาอย่างอุกฤษฏ์ ได้บรรลุภูมิธรรมขั้นสูงในระดับใกล้จตุตถฌาน ได้เห็นอานุภาพของความว่าง จึงได้บัญญัติหลักวิชาไทเก็กขึ้น 

     เคล็ดวิชาของไทเก็กต้นฉบับภาษาจีนมีร้อยกว่าคำ ล้ำลึกนัก ในเนื้อที่อันจำกัดนี้สรุปได้เป็น 3 เรื่อง คือ 1 ศูนย์กลาง 5 ธาตุ และ 8 ทิศ 

     1 ศูนย์กลาง หมายถึงเอกภาพระหว่างกายกับจิต โดยส่วนกายนั้นแยกอีกเป็น 2 คือกายเนื้อและกายลม ซึ่งคล้ายกับหลักอานาปานสติในพระพุทธศาสนา สันนิษฐานว่าเตียซำฮงได้รับถ่ายทอดพื้นฐานนี้จากศาสนาพุทธ ซึ่งแฝงเข้าไปอยู่ในลัทธิเต๋าหลังจากสมัยราชวงศ์ถังแล้วด้วย จิตต้องนิ่งและว่าง ลมปราณจึงเลื่อนไหล ไม่ติดขัด ส่งผลให้กายเคลื่อนไหวแคล่วคล่องเบาหวิว ประหนึ่งลอยไปในอากาศ แต่มีพลังของความว่างที่ไร้สภาพและหนักหน่วงยิ่งนัก 

     5 ธาตุ หมายถึงธาตุทั้งห้าของจีนที่เป็นปัจจัยให้กำเนิดกันและกัน ไร้จุดเริ่มต้น ไร้จุดสิ้นสุด ประดุจดั่งกำไลหยก ที่หาจุดเริ่มต้น จุดสิ้นสุดและรอยต่อมิได้ การใช้พลังของไทเก็กจะหลั่งไหลดุจดังกระแสน้ำ ไร้จุดเริ่มต้น ไร้จุดสิ้นสุด ไร้รอยต่อ ก่อเหตุปัจจัยหนุนเนื่องตามลักษณะของธาตุทั้งห้า และเป็นวัฏฏะที่เป็นเหตุปัจจัยให้กำเนิดกันและกันของธาตุทั้งห้าด้วย เป็นที่มาของต้นกำเนิดท่าร่างทั้ง 5 คือ รุกหน้า ถอยหลัง เยื้องซ้าย ย้ายขวา และตรงกลาง ท่าร่างทั้ง 5 นี้สามารถพลิกพลิ้วผันแปรได้ไม่มีที่สิ้นสุด เฉกเดียวกับรสทั้ง 5 ที่สามารถปรุงแต่งเป็นหลากหลายหมื่นรสชาติได้ไม่มีที่สิ้นสุด 

     8 ทิศ หรือ 8 ด้าน หรือโป๊ยก่วย หมายถึงทิศตรงทั้งสี่ คือออก ตก เหนือ ใต้ และทิศเฉียงทั้งสี่ คืออาคเนย์ หรดี พายัพ และอีสาน รวมเป็น 8 ด้าน แต่ละด้านมีรากฐานจากเส้นตรง 3 เส้น หรือ 3 แถว รวมเป็น 24 แถว เส้นแต่ละเส้นประกอบด้วยเส้นเต็มและเส้นขาด แต่ละด้านประกอบด้วยเส้นเต็มทั้งหมด เส้นขาดทั้งหมด เส้นเต็ม 2 ขาด 1 และเส้นเต็ม 1 ขาด 2 โดยมีด้านตรงกันข้ามที่สมดุลกัน ทิศทั้ง 8 แม้มีลักษณะตายตัว แต่ย่อมเคลื่อนย้ายได้ดังตัวอย่างค่ายกลประตูกุญแจทองคำแปดทิศ ที่โจจิ๋นตั้งค่ายกลชนิดนี้แล้วตันฮกหรือชีซีให้จูล่งเข้าตี ซึ่งครั้งนั้นค่ายกลมีจุดอ่อนเพราะขาดศูนย์กลาง จึงทำให้ค่ายกลไม่มีชีวิต เคลื่อนย้ายไม่ได้ แต่เมื่อครั้งที่ขงเบ้งตั้งค่ายกลชนิดเดียวกันนี้ แล้วให้สุมาอี้เข้าตี สุมาอี้นั้นแม้จะรู้จักค่ายกลประตูกุญแจทองคำแปดทิศ แต่ไม่เข้าใจการผันแปรในลักษณะที่เป็น “จักกะ” ดังนั้นพอสุมาอี้เคลื่อนพลเข้าตี ขงเบ้งได้ให้สัญญาณแปรเปลี่ยนค่ายกล จึงก่อเกิดสภาพเป็นค่ายกักขังทหารสุมาอี้ไว้ได้ทั้งหมด หรือแม้ในหนังสือมังกรหยก อึ๊งย้งซึ่งได้รับถ่ายทอดวิชานี้มาจากอึ้งเยียะซือก็ได้ตั้งค่ายกลชนิดนี้หลายครั้ง ทั้งใช้ก้อนหินตั้งเป็นค่ายกลแบบเดียวกับที่กองทัพลกซุนเคยตกเข้าไปอยู่ในค่ายกลที่ขงเบ้งสร้างไว้ก่อนออกจากโงลังกั๋ง จนพ่อตาขงเบ้งต้องออกมาช่วย รวมทั้งใช้กิ่งไม้ตั้งเป็นค่ายกลเพื่อเอาตัวรอดในยามวิกฤต หรือเมื่อครั้งเหมาเจ๋อตงออกคำสั่งการยุทธ์ในสามยุทธการใหญ่ในสงครามปลดแอก คือยุทธการเหลียวเสิ่น ยุทธการหวายไห่ และยุทธการเป่ยผิง เทียนสิน นั้น ภายหลังก็ปรากฏว่าการจัดวางกำลังล้วนมีลักษณะค่ายกลประตูกุญแจทองคำแปดทิศ หรือเป็นโป๊ยก่วยทั้งสิ้น และว่ากันว่าในสงครามเดียนเบียนฟู ซึ่งจีนส่งจอมพลหลิวป๋อเฉิง แม่ทัพใหญ่ในยุทธการหวายไห่ ไปช่วยนายพลโวเหวียนเกี๊ยบเปิดยุทธการเดียนเบียนฟูนั้น การจัดวางกำลังก็มีลักษณะเป็นแบบโป๊ยก่วย หรือค่ายกลประตูกุญแจทองคำแปดทิศ ซึ่งเป็นเรื่องน่าค้นคว้าศึกษาต่อไป 

     ในเรื่องของ 8 ทิศนี้ยังเกี่ยวข้องกับลักษณะการใช้พลัง 8 ชนิด ซึ่งแต่ละชนิดสอดคล้องกับลักษณะชื่อประตูของโป๊ยก่วย การใช้พลังทั้ง 8 ชนิดและการเคลื่อนย้ายลมปราณท่าร่างทั้ง 5 จึงก่อกำเนิดเป็นกระบวนท่าของมวยไทเก็ก 13 ท่าขึ้น 

     กระบวนท่าควบคุมด้วยเอวเป็นศูนย์กลาง และตั้งศูนย์กลางไว้ที่ศูนย์กลางของร่างกาย คือเอว แสดงออกโดยมือไม้แขนขา ในส่วนของแขน ศอก มือ นั้นมีกระบวนท่ากำหนดชัดเจน 13 กระบวน และสอดคล้องกับการเยื้องย่างของเท้าด้วย ทิศทางการเยื้องย่างของเท้าโดยทั่วไปเคลื่อนย้ายไปตามหลักของโป๊ยก่วย แต่ผันแปรตามลักษณะจักกะ 

     ผมกำลังจะทำคำอธิบายเคล็ดวิชาไทเก็กอยู่ และกำลังเชิญชวนท่านผู้รู้ได้มาร่วมกันทำคำอธิบายนี้ เพื่อให้มีความสมบูรณ์ ถูกต้องมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเรื่องจิตเรื่องลมปราณ และท่าร่าง หรือร่างกายนั้น แต่ละเรื่องก็ลึกซึ้งละเอียดอ่อน จึงหวังว่าจะเป็นประโยชน์ในวันข้างหน้า.

 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License