ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านอยากได้รัฐบาลแบบไหน?
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อภิสิทธิ์ยังไม่ตาย เลือดจะไม่ท่วมแผ่นดิน พิมพ์ อีเมล
Q&A - ไขข้อสนใจจากไพศาล
วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๖:๔๕ น.

     ถาม : ดิฉันได้อ่านคำทำนายของโหรท่านหนึ่งแล้วรู้สึกกลัวและตกใจมาก เพราะคำทำนายดังกล่าวค่อนข้างมั่นใจว่าจะเกิดเหตุรุนแรงขึ้น คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะถึงแก่ชีวิต จะสูญเสียบุคคลสำคัญที่เป็นผู้ชาย และจะเกิดเหตุรุนแรงเลือดนองแผ่นดิน ไม่ทราบว่าอาจารย์ไพศาลได้เห็นคำทำนายนี้หรือไม่ จะเป็นจริงดังคำทำนายนั้นหรือไม่ กรุณาช่วยบอกด้วย จะเป็นพระคุณอย่างสูง 

     ตอบ :  ความจริงช่วงนี้ผมมัวยุ่งอยู่กับการทำเรื่องเคล็ดวิชาไทเก็กของปรมาจารย์เตียซำฮง ซึ่งเพิ่งลงตอนที่ 3 ไปในสัปดาห์นี้เอง ผัดผ่อนกันมานานแล้ว จึงไม่มีเวลาเขียนคำพยากรณ์ดวงเมือง ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามีผู้สนใจมาก แต่ข้อที่ถามมานั้นผมก็ได้เห็นได้อ่านคำทำนายมาเหมือนกัน และคิดว่าจะเขียนออกความเห็น แต่ก็หาเวลาไม่ได้ แต่เมื่อได้ทราบถึงความห่วงใยซึ่งมีคนถามเข้ามามาก ก็ประจักษ์ถึงความกังวลใจ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องขอผัดผ่อนเรื่องไทเก็กไว้สักวันสองวัน คงจะลงตอนที่ 4 ได้ในปลายสัปดาห์หน้า และขอใช้เวลานั้นมาตอบคำถามเรื่องนี้ เพื่อให้ทุกท่านได้คลายใจ 

     ข้อแรก เกี่ยวกับเรื่องคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะถึงตายและตกจากเก้าอี้หรือไม่นั้น บอกตามตรงว่าผมไม่มีดวงคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในมือ และไม่คิดว่าคนอื่นจะมีดวงที่ถูกต้อง จึงยากที่จะให้คำตอบจากดวงของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่ผมเคยยืนยันไว้หลายครั้งว่าเท่าที่ทราบนั้นคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ได้เกิดในขณะลัคนาเสวยราชาฤกษ์อันประกอบด้วยปุษยะแห่งฤกษ์ จึงไม่ต้องด้วยเกณฑ์ที่จะถูกลอบสังหาร และยังคงเห็นเช่นนั้นอยู่ นั่นเป็นเรื่องของชะตาคน และเมื่อตรวจชะตาเมืองในช่วงนี้ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าผู้นำรัฐบาลจะถึงกาลสิ้นอำนาจหรือตาย ดังที่มีการทำนายดังกล่าว 

     ข้อสอง เกี่ยวกับเรื่องการสูญเสียบุคคลชั้นสูงที่เป็นผู้ชายนั้น ผมว่าเป็นคำทำนายที่ค่อนข้างเลอะเทอะ เพราะไม่เห็นมูลฐานเช่นนั้นเลย คนที่ทำนายเรื่องนี้คงจะดูจากดาวพฤหัสซึ่งกำลังโคจรถอยหลังอยู่ในราศีมังกร มีกำลังอ่อนเป็นนิจ จึงเป็นเหตุให้พยากรณ์เช่นนั้น เมื่อคืนวาน (16 ก.ย. 52) ก็มีคนบอกผมว่าบุคคลสำคัญป่วยหนัก ผมก็ได้ตอบไปทันทีว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะในอากาศนั้นดาวประจำตัวผู้เป็นใหญ่ยังรุ่งเรืองผ่องใสอยู่ และในจักรราศีดาวพฤหัสแม้จะมีกำลังเป็นนิจ แต่ก็ยังมีความสว่าง จึงไม่มีทางที่จะป่วยหนัก ถึงเช้าวันนี้ข่าวก็ยืนยันตามที่ผมตอบไปนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ทรงภูมิธรรมขั้นสูงในพระพุทธศาสนาที่สามารถเข้าถึงอุเบกขาสัมโพชฌงค์ได้แล้ว แม้เจ็บป่วยบ้างก็เป็นเพราะความห่วงใยพลั้งเผลอบางขณะเท่านั้น พลันที่เจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์ก็จะสามารถกำจัดความป่วยไข้นั้นได้ไม่ยากไม่ลำบากเลย ประการนี้จึงไม่มีข้อใดที่ห่วงใย 

     ข้อสาม ที่ว่าคนไทยจะฆ่ากันจนเลือดนองแผ่นดินนั้น เป็นคำทำนายที่หนักไปสักหน่อย และทำนายโดยอาศัยดาวร้ายและเงื่อนไขอันร้ายทั้งสิ้น แต่ไม่ครบถ้วน เพราะยังขาดการหยิบยกเอาวิถีดาวศุภเคราะห์โดยเฉพาะดาวพฤหัสมาประกอบการพิจารณา จึงทำให้คำทำนายนั้นขาดความสมบูรณ์ และคงคลาดเคลื่อนอย่างแน่นอน อีกไม่เกิน 3 วันก็จะเห็นได้ชัดว่าคลาดเคลื่อนอย่างไร 

     มูลฐานที่อ้างเป็นเหตุทำนายความร้ายหนักหนาถึงปานนั้นได้อ้างจากการโคจรของพระอาทิตย์ที่มาทันทับกับพระเสาร์ในราศีกันย์ ซึ่งเป็นเรือนอริของดวงเมือง เล็งกับดาวมฤตยูในเรือนวินาศของดวงเมือง กระทบดาวพระศุกร์ ดาวพระพุธ และพระราหู ทั้งยังมีช่วงระยะองศาทับสนิทหรือที่ชอบเรียกกันนักหนาว่า “ดับ” มีดาวนั้นดับ ดาวนี้ดับเป็นต้น แต่มูลฐานที่อ้างมาทั้งหมดกลับไม่พูดถึงดาวพฤหัสซึ่งเป็นดาวใหญ่เป็นประธานศุภเคราะห์ เป็นความสว่าง เป็นธรรมะ และเป็นดาวประจำตัวผู้เป็นใหญ่ในบ้านเมืองเลยแม้แต่คำเดียว จึงขาดความสมบูรณ์อย่างแน่นอน 

     ดาวร้ายโคจรในลักษณะร้าย เข้าเรือนร้าย และบางจังหวะเป็นช่วงระยะดับนั้นจริงแล้ว หากมูลฐานทั้งหมดมีเพียงเท่านี้ คำทำนายนี้ก็คงจะถูกต้องโดยพื้นฐานเกือบทั้งหมด แต่เพราะขาดการหยิบยกเอาดาวพฤหัสมาประกอบการพิจารณา ขาดการหยิบเอาเรื่องธาตุ เรื่องราศี และคุณสมบัติในเวลาปัจจุบัน มาประกอบการพิจารณา จึงย่อมทำให้คำทำนายนั้นคลาดเคลื่อนแน่นอน 

     พระอาทิตย์และดาวพระเสาร์แม้เป็นธาตุไฟทั้งคู่ มาทันทับกันในราศีธาตุดิน ไฟอันแรงกล้าที่มาประดังกันก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะดินนั้นไม่ไหม้ไฟ และไฟทำร้ายดินไม่ได้ นอกจากนั้นปีนี้พระอาทิตย์เป็นกาลีจรก็จริง แต่พระเสาร์ก็เป็นศรีจรด้วย แม้ปกติจะเป็นดาวร้ายทั้งคู่ แต่ปีนี้ย่อมเปลี่ยนแปลงไป ดวงหนึ่งร้าย ดวงหนึ่งดี คนชั่วกับคนดีย่อมมีที่คัดง้างต่างกัน ไม่มีทางที่จะร่วมกัน ดาวทั้งสองดวงนี้แม้มาทับทันกันก็ไม่ร่วมกันในเชิงร้าย แต่จะกลายเป็นชั่วปะทะดี หรือดีปะทะชั่ว ในลักษณะของไฟสองชนิด คือไฟชั่วเป็นไฟแรงเร็ว ในขณะที่ไฟดีเป็นไฟคุกรุ่นที่สุมรุมไม่มีทางดับมอดเช่นเดียวกัน ดาวสองดวงนี้เมื่อมีคุณสมบัติตรงกันข้ามกันก็จะหักล้างกันเอง บรรเทาความร้ายลง คงกล่าวได้แต่เพียงว่าเป็นห้วงเวลาของคนดีกับคนชั่ว หรือความดีกับความชั่วปะทะกันอย่างชัดเจนที่สุดเท่านั้น แต่เพราะเหตุเกิดในราศีธาตุดิน ผลกระทบจึงไม่มาก แม้เล็งกับดาวมฤตยูในเรือนวินาศดวงเมืองก็ไกลโพ้นและเวลาไม่สมคล้อยเป็นปัจจุบัน (Real Time) เพราะดาวมฤตยูอยู่ไกล เกือบจะไกลโพ้นจากระบบสุริยะนี้อยู่แล้ว พิจารณาในแง่ของเวลาปัจจุบันหรือ Real Time แล้วไม่ตรงกัน ไม่ให้ผลแก่กัน 

     ผมเห็นว่าดาวพฤหัสได้โคจรถอยหลังมายังราศีมังกรอันเป็นเรือนกัมมะของดวงเมืองและหมายถึงรัฐบาลทันท่วงเวลา ดุจดั่งชะตาฟ้ากำหนด จึงสามารถคุ้มดวงเมืองให้รอดปลอดภัยจากมหันตภัยของความร้ายทั้งหลาย ดังที่ได้อ้างเป็นมูลฐานคำทำนายนั้น ดาวพฤหัสโคจรเข้ามาตำแหน่งนี้ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2552 นับแต่วันนั้นอิทธิพลของดาวพฤหัสก็ส่งผลต่อทุกสถานการณ์ และมองข้ามไปไม่ได้เป็นอันขาด 

     ดาวพฤหัสโคจรเข้าราศีมังกรเป็นนิจ มีกำลังน้อยก็จริง แต่เป็นราศีธาตุดิน ตามคัมภีร์โลกธาตุและอสีติธาตุ หนุนเนื่องให้เกิดความสัมฤทธิ์ในสิ่งที่ประสงค์ และมีความมั่นคงมีเสถียรภาพ มีความหนักแน่นดุจดั่งแผ่นดิน ที่ไม่มีสิ่งใดทำลายได้ ประธานแห่งศุภเคราะห์นี้จึงสามารถคุ้มครองป้องกันเรื่องร้าย ๆ ขั้นวิกฤตให้บรรเทาเบาบางลง 

     ดาวพฤหัสเป็นหลักชัย เป็นความถูกต้อง เป็นธรรม เป็นอำนาจแห่งความยุติธรรม ประดุจดั่งแสงสว่าง ถึงแม้น้อยนิดก็ย่อมขจัดความมืดได้ ยิ่งมืดก็ยิ่งสว่าง และความมืดไม่มีทางที่จะกำจัดความสว่างได้เลย ดังคำพังเพยแต่โบราณสอนใจว่า “อันแสงไฟน้อยย่อมสว่างในที่มืด” ยิ่งมืดแสงไฟน้อยก็ยิ่งสว่าง และตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2552 ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2552 ก็จะยิ่งเห็นได้ชัดถึงอานุภาพของความสว่าง ของความยุติธรรมเป็นแน่แท้ 

     อันดาวพฤหัสนั้นแม้โคจรอยู่ในราศีอันเป็นนิจ มีกำลังน้อย แต่ความมากความน้อยนั้นจะเกิดผลประการใดย่อมขึ้นอยู่กับการเปรียบเทียบ ดาวพฤหัสเป็นประธานแห่งศุภเคราะห์และความถูกต้องดีงามทั้งปวง เป็นดาวใหญ่ ประดุจช้างสารใหญ่แม้ผอมซูบไปบ้างก็ย่อมมีกำลังเหลือเฟือที่จะเหยียบเสือ กระทืบหมา ได้อย่างสบาย ๆ 

     เพราะเหตุนี้จึงฟันธงว่า หนึ่ง คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังไม่ตายและยังไม่ตกจากอำนาจ (ที่มีอยู่แค่ไหนก็ไม่รู้?) สอง ไม่มีเหตุความสูญเสียของบุคคลสำคัญ และสาม แม้มีเหตุรุนแรงก็ไม่ร้ายแรงถึงขนาดเลือดท่วมนองแผ่นดิน เป็นได้แค่วิสัยคนสาดน้ำใส่กัน ก็ย่อมเปียกปอนบ้างเป็นธรรมดา.
แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๗:๐๓ น.
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License