ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านอยากได้รัฐบาลแบบไหน?
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
แนะวิธีแก้ฮวงจุ้ยประเทศที่เป็นเหตุแตกความสามัคคี พิมพ์ อีเมล
Q&A - ไขข้อสนใจจากไพศาล
วันจันทร์ที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๓:๕๑ น.

     ถาม : ผมอายุเกือบ 60 ปีแล้ว เป็นผู้สนใจในศาสตร์ฮวงจุ้ย ได้ศึกษาเรื่องนี้มากว่า 30 ปีแล้ว ผมรู้สึกแปลกใจที่ประเทศไทยของเรามีการแตกความสามัคคีมากที่สุดเท่าที่ผมเคยได้เห็นมา แม้กระทั่งที่รู้มาก่อนหน้ายุคของผมก็ไม่เคยมีการแตกความสามัคคีขนาดนี้เลย แต่ผมศึกษาค้นคว้าแล้วก็ไม่พบต้นเหตุว่าเกิดจากสิ่งใด เพราะรัฐสภาใหม่ที่กำลังจะก่อสร้าง แม้ฮวงจุ้ยไม่ดี แต่ก็ยังไม่ได้สร้าง จึงน่าจะไม่ใช่ต้นเหตุ จึงขอทราบความเห็นของคุณไพศาลในเรื่องนี้ และต้องขออภัยเพราะผมทราบว่าคุณไพศาลก็ไม่ชอบพูดเรื่องนี้ แต่ผมเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ ขอให้ถือเป็นวิทยาทานด้วย 

     ตอบ : ขอขอบคุณที่ไว้วางใจถามความเห็นในเรื่องนี้ ผมเองนั้นเชื่อมั่นในกฎแห่งกรรม และเห็นว่าวิบากกรรมที่เกิดขึ้นกับประเทศในขณะนี้ที่ส่งผลให้เกิดความแตกแยกแตกสามัคคีชนิดไม่มีชิ้นดีนั้น ก็เป็นวิบากกรรมอย่างหนึ่งที่คนไทยเราได้ทำขึ้น นั่นคือการทำกรรมอันหนักที่ไม่เน้นในความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไม่ถือความถูก ความชอบ ความดี เป็นที่ตั้ง ถือเอาแต่ลาภและประโยชน์เป็นที่ตั้ง จึงทำให้ผิดชอบชั่วดีในบ้านเมืองวิปริตผันแปรไป จึงก่อเป็นวิบากกรรม และส่งผลมากกระทั่งฝนฟ้าฤดูกาลก็วิปริตเปลี่ยนแปลงไปสิ้น หากคนไทยไม่ยุติกระทำกรรมนี้ หันมาธำรงรักษาคุณงามความดี ยกย่องคนดีให้มีอำนาจในบ้านเมืองแล้ว คงถึงกาลสิ้นชาติในยุคสมัยอันไม่ไกลจากนี้เป็นแน่แท้ 

     แต่เอาเถิดเมื่อมีความตั้งใจและมีความสุจริตใจที่จะถามความเห็นโดยนัยยะแห่งฮวงจุ้ย ก็จะขอออกความเห็นในเชิงนี้เพื่อให้ช่วยกันคิดพิจารณา แต่อย่าถือว่าเป็นจริงเป็นจังหรือเหนือไปกว่ากฎแห่งกรรมอันได้แสดงมาแต่ต้นนั้นเลย สำหรับท่านที่ไม่เชื่อถือหรือไม่สนใจในเรื่องนี้ ก็โปรดถือเสียว่าคนเรานั้นมีหลายพวก หลายความคิด อย่าไปขวางสิทธิ์ในความเชื่อของคนอื่นเลย 

     ผมขอเริ่มที่ตั้งของรัฐสภาแห่งใหม่เสียก่อน ภูมิสถาปัตย์ที่นั่นไม่จัดว่าเป็นมงคลภูมิ ไม่จัดว่าเป็นภูมิอันเลิศในการตั้งสถานที่สำคัญอันเป็นศูนย์กลางอำนาจอธิปไตยของปวงชน เพราะเป็นที่อับ ด้านตะวันออกมีถนนแคบมาก ถัดออกไปก็เป็นที่ตั้งกรมทหาร ทางตะวันตกจรดแม่น้ำเจ้าพระยา แม้ว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องพิจารณาประกอบกับด้านอื่น ส่วนทางด้านใต้ติดกับที่ดินเอกชน ซึ่งเป็นโรงงานผลิตสินค้าประเภทที่พระท่านเรียกว่าสุราเมระยะมัชฌะ อันเป็นอบายมุขอย่างหนึ่ง ซึ่งไม่ได้เพิ่มพูนสติปัญญาความเจริญก้าวหน้า แต่เป็นทางแห่งความเสื่อมถอยและความฉิบหาย ทางด้านเหนือจรดถนนอันแคบ ถัดไปก็เป็นที่ตั้งหน่วยงานของทหารอีก โดยสภาพแค่ภูมิสถาปัตย์ก็ไม่ได้โอ่โถงภูมิฐานสมกับเป็นศูนย์กลางอำนาจอธิปไตยเลย 

     อันกรุงเทพมหานครนั้นมีทิศทางฮวงหรือทิศทางลมมาแต่ 2 ด้าน คือด้านตะวันออกและตะวันตก เมื่อพิจารณาประกอบกับที่ตั้งแล้ว ฮวงเสีย 3 ส่วน ดี 1 ส่วน ส่วนจุ้ยหรือน้ำนั้นอยู่ทางด้านตะวันตก ความเจริญงอกงามอยู่ทางด้านตะวันตกนั้นผิดหลัก เพราะเป็นทางแห่งหายนะ ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ยจะต้องเป็นแผ่นดินหรือภูเขาจึงจะชอบ 

     เมื่อว่าโดยทักษาโดยถือศาลหลักเมืองเป็นปูมกลาง ก็จะตกภูมิพระราหู อันบ่งชี้ว่าสืบไปเมื่อหน้าแผ่นดินนี้จะเต็มไปด้วยการมอมเมา เต็มไปด้วยอบายมุข เต็มไปด้วยความฟุ้งเฟ้อเน่าเฟะ และเต็มไปด้วยความขี้ฉ้อตอแหล นักเลง และความชั่วร้ายมากหลาย ที่จะกัดกร่อนแผ่นดินจนสิ้นสูญ 

     เมื่อพิจารณาในด้านชัยภูมิ ก็ปรากฏว่าที่ตั้งเช่นนั้นไม่เป็นชัยภูมิอันใดเลย สภาพตกลักษณะสัญจรภูมิ ที่หาความเจริญอันใดไม่ได้ แม้จะพิจารณาในแง่มวลชน มากก็จะแพ้น้อย ลองนึกดูก็ได้ว่าถ้ามีการชุมนุมระดับแค่ 1,000 คน ก็จะหยุดการประชุมสภาได้แล้ว เพราะเพียงแค่เอาคน 500 คน ไปปิดถนนหน้าบริษัทบุญรอด และอีก 500 คน ปิดถนนตรงเกียกกาย ก็จะเข้า-ออกรัฐสภาไม่ได้เลย และถ้าจะคิดใช้ทางเรือ เขาก็แค่เอาเรือเอี่ยมจุ๊นลำเดียวไปจอดขวางท่าไว้ก็เข้า-ออกไม่ได้แล้ว พิจารณาตรงนี้ก็จะเห็นว่าใช้เป็นที่ทำการใหญ่ไม่ได้ 

     ครั้นพิจารณาโดยชื่อที่ตั้งชื่อว่าสัปปายะสถานก็ยิ่งขัดกันใหญ่ เพราะสัปปายะนั้นหมายถึงสถานที่ที่เกื้อกูลต่อการปฏิบัติสมถะภาวนาเพื่อถึงซึ่งความพ้นจากทุกข์ ดังที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติว่าลักษณะใดบ้างที่จัดว่าเป็นสัปปายะ เป็นคนละเรื่องกับลักษณะของสภาซึ่งเป็นที่แสดงความคิดเห็นถกเถียงหรือโต้แย้งกัน อันเป็นเรื่องของความวุ่นวายโดยแท้ 

     และเมื่อดูแบบแล้วก็นึกถึงบุโรพุทโธในอินโดนีเซีย ที่เคยเป็นศาสนสถานของชาวพุทธ และต่อมาก็ถูกเผาทำลาย ยิ่งนึก ยิ่งคิด ก็ยิ่งไม่เห็นทางที่จะเป็นไปได้ว่าจะเป็นความเหมาะสม หรือเกื้อกูลต่อความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าของราชอาณาจักรเลย ผมเองรู้สึกลึก ๆ ว่าน่าจะไม่ได้ใช้สถานที่นี้เป็นที่ตั้งของรัฐสภา แต่จะมีเหตุเป็นไปอย่างไรนั้นก็นึกไม่ออกจริง ๆ 

     ผมเคยไปศึกษาเรื่องภูมิสถาปัตย์ของศูนย์อำนาจในแผ่นดินจีนที่ปักกิ่งและที่ซีอาน ก็ได้เห็นการจัดวางภูมิสถาปัตย์อย่างยอดเยี่ยม เป็นเหตุให้เมืองเสียนหยางหรือที่เป็นส่วนหนึ่งของนครซีอานในปัจจุบันนี้เป็นที่ตั้งราชวงศ์ถึง 6 ราชวงศ์ เป็นเวลาร่วมพันปี และพระบรมมหาราชวังในปักกิ่งก็เป็นที่ตั้งถึง 2 ราชวงศ์ต่อมาจนถึงรัฐบาลปัจจุบันเป็นเวลาร่วม 600 ปีแล้ว รวมทั้งได้ไปศึกษาภูมิสถาปัตย์ของกรุงศรีอยุธยาก็พบว่าได้จัดวางอย่างดีเลิศ เป็นเหตุให้เมืองหลวงแห่งนี้ตั้งมั่นได้ถึง 417 ปี 

     ที่ว่าการแห่งใหม่ล่าสุดที่เคยไปดูคือศาลาว่าการเมืองตงก่วน มณฑลกวางตุ้ง ได้ตั้งในภูมิสถาปัตย์ ทำเลและฮวงจุ้ยชั้นเลิศ ในขณะนี้เมืองตงก่วนมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่ง มีรายได้เฉลี่ยสูงเป็นลำดับ 3 ของมณฑลกวางตุ้ง และเป็นลำดับที่ 12 ของประเทศจีน ซึ่งเป็นเรื่องน่าศึกษาอย่างยิ่ง 

     ในประการถัดมา ที่เป็นหัวข้อใหญ่ใจความที่ถามเรื่องเหตุแห่งความแตกสามัคคี หากจะตอบโดยธรรมก็ต้องตอบว่าเพราะไม่มีการเจริญอปริหานิยธรรม แต่ถ้าจะตอบโดยเชิงฮวงจุ้ยดังที่ประสงค์จะถาม ก็เชื่อว่าอะไรเล่าเป็นเหตุให้แตก เมื่อนึกย้อนไปไม่กี่ปีมานี้ก็ปรากฏว่ามีคนจงใจทำให้แตกทำลายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 2 สิ่ง หนึ่งคือพระพรหมที่หน้าเอราวัณ อีกหนึ่งคือที่ปราสาทพนมรุ้ง ซึ่งทุกคนรู้กันดีอยู่แล้ว 

     การทำลายพระพรหมเป็นการจงใจทุบให้แตกแหลกละเอียด ซึ่งไม่มีธรรมเนียมหรือแบบแผนคติไสยใด ๆ ที่จะนำเอาสิ่งที่แตกแหลกละเอียดนั้นมาประกอบขึ้นใหม่ เพราะความแตกแหลกละเอียดนั้นก็ยังดำรงอยู่ และยังมีการใช้สารบางอย่างแฝงบรรจุไว้ โดยหวังให้เอื้ออำนวยประโยชน์แก่คนบางคน ไม่สังเกตหรือว่านับแต่เอาของแตกแหลกละเอียดมาประกอบขึ้นใหม่นี้แล้ว ความแตกแยกแตกสามัคคีภายในชาติก็ขยายตัวยิ่งกว่าระยะใด ๆ ตรงนี้น่าเชื่อว่าจะเป็นเหตุหลักในทัศนะของฮวงจุ้ย 

     ถ้าจะถามว่าแล้วจะแก้ไขอย่างไร? วิธีการนั้นก็มีอยู่ คือต้องขอพระบารมีเป็นที่พึ่ง ให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สร้างใหม่ทั้งองค์ แล้วถ่ายเทความศักดิ์สิทธิ์จากองค์เดิมให้สถิตในองค์ใหม่ แล้วเชิญองค์เก่าไปประดิษฐานไว้ในพิพิธภัณฑ์ให้เป็นอนุสรณ์สืบไป 

     อันความศักดิ์สิทธิ์ลักษณะนี้สามารถถ่ายโอนได้ ผมเองก็เคยทำมาแล้ว ถ้าจะเล่าตอนนี้ก็จะยืดยาวไป เอาไว้มีโอกาสอันควรก็จะเล่าสู่กันฟัง ท่านผู้รู้ย่อมทำการพิธีแบบนี้ได้โดยไม่ยากไม่ลำบากเลย 

     อีกหนึ่ง คือการทำลายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปราสาทพนมรุ้ง และไม่ใช่ทำลายเปล่า แต่เอาไปตั้งขวางทางน้ำ ดังนั้นนับแต่นั้นมาพื้นที่อีสานจึงมีสภาพ 2 สภาพ คือ แล้งและท่วม เหมือนการกั้นเขื่อนที่มีความแล้งอยู่เหนือเขื่อน และสภาพน้ำเต็มเขื่อนอยู่ในเขื่อน ฉันใดก็ฉันนั้น ก็จะต้องปรับปรุงแก้ไขให้กลับสู่สภาพเดิม 

     ผมเชื่อมั่นว่าเมื่อใดที่ผู้มีความตั้งใจดีต่อบ้านเมืองและมีประสงค์จะแก้ไขปัญหาโดยนัยยะฮวงจุ้ยก็จะทำได้ แต่น่าเสียดายที่กาลบัดนี้ผู้มีอำนาจไม่มีฐานะที่จะทำเช่นนั้น เพราะมัวเมาลุ่มหลงอยู่ในอำนาจและความเป็นไป จึงยากที่จะริเริ่มทำการได้ ทว่าแผ่นดินนี้พระสยามเทวาธิราชมีจริง จะทรงแก้ไขปัญหาอาเพศทั้งปวงให้มลายสิ้นด้วยพระบารมีเป็นแน่.
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License