ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านอยากได้รัฐบาลแบบไหน?
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
การเมืองไทยในเทศกาลชิงเปรต พิมพ์ อีเมล
Q&A - ไขข้อสนใจจากไพศาล
วันเสาร์ที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๓ เวลา ๑๑:๓๔ น.


     ถาม : ผมเป็นคนสงขลา เมื่อวานนี้ไปทำบุญงานชิงเปรต คุณไพศาลซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกันคงจะรู้ดี ก่อนไปวัดอ่านข่าวหนังสือพิมพ์และดูโทรทัศน์เห็นนักการเมืองเคลื่อนไหวชูคนนั้น คนนี้เป็นนายกรัฐมนตรี จนแย่งกันอุตลุดเหมือนการชิงเปรตไม่มีผิด ไม่ทราบว่าคุณไพศาลมีความเห็นเรื่องนี้อย่างไร 


     ตอบ :  ผมจากบ้านมาอยู่กรุงเทพฯ เสียนานเกือบ 50 ปีแล้ว ไม่ได้ร่วมงานทำบุญในเทศกาลชิงเปรตมาหลายสิบปีเต็มที แต่เมื่อเทศกาลนี้มาถึง ใจก็หวนรำลึกถึงเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก ๆ ทั้งยาย ทั้งแม่ มักพาไปวัดและได้ร่วมการชิงเปรตเหมือนเด็ก ๆ ในพื้นบ้าน แต่เมื่อมาอยู่กรุงเทพฯ แล้ว พอเทศกาลนี้มาถึงใจก็น้อมรำลึกถึงบุพการีผู้มีพระคุณทั้งหลาย ซึ่งวันนี้ยังมีชีวิตอยู่น้อยคนเต็มทีแล้ว จึงขวนขวายหาโอกาสทำบุญอุทิศส่วนกุศลตามคติที่มีมาแต่ก่อน ตามโอกาสและกำลังที่จะทำได้ เมื่อวานก็ได้ทำบุญเช่นเดียวกัน เป็นแต่ไม่ได้ไปร่วมงานชิงเปรต ซึ่งชาวระโนดได้ร่วมกันจัดที่วัดโสมนัสเท่านั้น 

     ความรู้สึกดังที่บอกมาก็คงเป็นความรู้สึกของคนไทยทั่วไปในยามนี้ ที่เห็นว่านักการเมืองคือต้นตอปัญหาทั้งหลายทั้งปวงของประเทศชาติและประชาชน คนเหล่านี้หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาสู่อำนาจการเมืองแล้วแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว ส่วนพวก ส่วนพรรคกันเป็นหลัก แทบไม่เห็นการทำการสิ่งใดที่มุ่งสนองพระปฐมบรมราชโองการขององค์เจ้าเหนือหัวเลย บ้านเมืองจึงเสื่อมทรุดใกล้ถึงจุดล่มสลายเต็มที 

     ในช่วงนี้ที่มีข่าวชูคนนั้นเชิดคนนี้เป็นนายกรัฐมนตรีล้วนเป็นวิถีทางแสวงหาอำนาจของนักการเมือง อย่างน้อยจะทำให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพรรคประชาธิปัตย์ได้ตระหนักสำนึกว่ามิตรภาพในหมู่โจรนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งจะตั้งตนเป็นคนดีอยู่คนเดียว แต่แวดล้อมด้วยหมู่โจร มิใช่วิสัยที่หมู่คณะนั้นจะเป็นบัณฑิตหรือคณะผู้อุทิศตนเพื่อประเทศและประชาชนได้เลย 

     เท่าที่พอจะทราบ ตอนนี้นักการเมืองที่ตั้งตนเป็นกลุ่มอำนาจใหม่ อ้างตนว่ามีอำนาจทหารอยู่ในมือ แม้หลังวันที่ 1 ตุลาคม แล้ว ก็ยังอ้างกันว่าเป็นพวกพ้องฐานค้ำยันอำนาจและเชื่องดีแล้ว ซึ่งจะจริงหรือไม่จริงหลังวันที่ 1 ตุลาคม ก็คงจะได้เห็นกัน ผมเองยังมั่นใจว่าผู้ที่ได้ปฏิญาณตนต่อหน้าธงชัยเฉลิมพลมาตลอดชีวิตย่อมเป็นผู้อุทิศตนเพื่อสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ จะมีคนเลวแฝงฝังปะปนบ้างก็คงน้อยเต็มที 

     ในช่วงนี้นักการเมืองกลุ่มอำนาจใหม่เขาเรียกประชุมนักการเมืองระดับแก่นแกน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเจ้าของพรรคตัวจริง และส่วนใหญ่ก็เป็นคนที่ศาลรัฐธรรมนูญชี้หน้าตราบาปเอาไว้แล้วว่าเป็นภัยต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตกลงกันที่จะบีบให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อ้างว่าถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปบ้านเมืองไปไม่รอด ทหารซึ่งเป็นพวกพ้องกันก็จะยึดอำนาจ พวกคนขี้ขลาดตาขาวและสันหลังหวะกลัวว่าจะถูกยึดทรัพย์ จึงขยับเข้าร่วมแล้วเคลื่อนไหวกันคึกคัก 

     แต่วิสัยนักการเมืองหรือมิตรภาพในหมู่โจรนั้น ไม่มีหลัก ไม่มีเกณฑ์ ไม่มีอุดมการณ์ใด ๆ ในที่สุดความลับก็แตกว่านอกจากการติดต่อให้พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ เป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าหากว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยอมลาออกจากนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็ยังแอบติดต่อยกตำแหน่งนายกรัฐมนตรีให้อีกหลายคน ไม่ว่านายสุรเกียรติเสถียรไทย หรือนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หรือคนอื่น ๆ แม้กระทั่งพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในกรณีที่มีการยึดอำนาจ 

     ย่อมเป็นวิสัยคนที่ติดยึดอยู่ในอำนาจ และมักใหญ่ใฝ่สูง จึงถูกหลอกได้ง่าย เพราะมายาเหล่านี้หลอกได้ก็แต่คนโลภ เหมือนกับเหยื่อที่เกี่ยวติดอยู่กับเบ็ด จะถูกฮุบโดยปลาที่หิวโหย ฉันใดก็ฉันนั้น จึงเกิดปรากฏการณ์เคลื่อนไหวอย่างคึกคักว่าคนนั้นคนนี้จะเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ในที่สุดต่างคนต่างก็แปลกใจว่าทำไมตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจึงแจกกันทั่วไปหมดเช่นนี้ หลายคนจึงเริ่มระแวงแคลงใจและเริ่มออกตัวกัน เหมือนนักการพนันชนวัวแถวบ้านเราที่พอเห็นท่าไม่ดีก็ออกตัว ดังที่เห็น ๆ กันอยู่ 

     การแย่งชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีช่างบังเอิญที่มาเกิดขึ้นในช่วงที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปประชุมสหประชาชาติ และบังเอิญที่ตรงกับเทศกาลชิงเปรต จึงทำให้เห็นภาพลักษณ์นักการเมืองไทยชัดเจนขึ้นว่าที่แย่งชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกันในขณะนี้ก็เหมือนการชิงเปรตนั่นเอง 

     มิตรภาพในหมู่โจรแบบนี้คงทำให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ที่สหรัฐอเมริกาได้รับรู้ข่าวสารข้อมูล จึงได้แสดงท่าทีว่าอาจมีการเลือกตั้งทั่วไปในต้นปีหน้า แต่การเลือกตั้งทั่วไปไม่ว่าต้นปีหน้าหรือปลายปีนี้หรือปีไหน ๆ หากยังเป็นไปดังที่เป็นมาก็จะได้แต่นักชิงเปรต ที่จะไม่เกิดประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน และประชาชนหวังพึ่งอันใดมิได้เลย ดังนั้นจึงมีคนมากขึ้นทุกที ที่ต้องการทวงอำนาจอธิปไตยคืนมาจากระบบการเมืองแบบนี้แล้วถวายคืนพระมหากษัตริย์ซึ่งทรงทศพิธราชธรรมก็จะดีกว่า เพราะระยะเวลา 78 ปี หลังจากมีการปล้นพระราชอำนาจนั้นแล้ว การเมืองไทยไม่ได้ดีขึ้นเลย ยกเว้นช่วงชาวสงขลาเป็นนายกรัฐมนตรีแค่ 8 ปีเท่านั้น มีแต่เลวลง ๆ กระทั่งใกล้จะทำให้สิ้นชาติดังที่เห็น ๆ กันอยู่ในขณะนี้ 

     ในปัจจุบันนี้ ไม่เพียงแต่ประชาชนเท่านั้นที่เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้าจากการคอร์รัปชั่นของนักการเมือง ประเทศชาติก็อยู่ในสถานะล้มละลาย เพียงแต่ปกคลุมไปด้วยมายาภาพของตัวเลขตามที่นักบัญชีเขาเรียกว่า Window Dressing ไม่ต่างอันใดกับศพที่อยู่ในโลงที่ตบแต่งอย่างสวยงาม ความเน่าเฟะผุเปื่อยสิ้นสลายกำลังเกิดขึ้นและชัดเจนขึ้นทุกวัน บรรดาข้าราชการก็ถูกรังแก กดขี่ข่มเหงจนสุดแสนจะทนทาน และพึ่งพาผู้ใดมิได้ จึงพากันทูลเกล้าฯ ถวายฎีกากันจ้าละหวั่น ดังที่รู้ ๆ กันอยู่ แต่แทนที่นักการเมืองจะยำเกรงในพระราชอำนาจ กลับเดินหน้าเย้ยฟ้าท้าดินเสียยิ่งกว่าสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย มิหนำซ้ำยังประชดด้วยการรื้อถอนป้ายต่าง ๆ ที่ปักไว้ทั่วบ้านทั่วเมืองว่าเป็นผู้จงรักภักดีออกไปหมดแล้ว 

     สภาพที่ข้าราชการถูกรังแกข่มเหงย่ำยีและสภาพที่คนไม่ดีได้รับการส่งเสริมให้มีอำนาจ คนดีถูกขจัดออกจากอำนาจ จึงส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่ออาณาประชาราษฎร จนสามารถกล่าวเป็นภาษาสามก๊กได้ว่า ราชการแผ่นดินก็วิปริตผันแปรไปสิ้น 

     แต่ทว่ากรรมนั้นย่อมมีวิบากเสมอ กรรมดีย่อมให้ผลดี กรรมชั่วย่อมให้ผลชั่ว โดยกฎแห่งกรรมที่พระตถาคตเจ้าทรงตรัสสอนไว้เป็นอันมากนั้น ขอให้มั่นใจเถิดว่าวิบากกรรมจะไม่ละเว้นให้กับผู้ทำกรรมชั่ว ไม่ว่าใครหน้าไหนทั้งนั้น ย่อมต้องรับวิบากแห่งกรรมอย่างแน่นอน 

     บ้านเมืองนี้ศักดิ์สิทธิ์ พระสยามเทวาธิราชมีจริง ย่อมทรงทราบ ทรงเห็นความเป็นไปในแผ่นดินทั้งปวง เสียงพร่ำเพรียกที่กึกก้องทั่วไปที่ว่า สวรรค์ไร้ความยุติธรรม จึงบังเกิดนักการเมืองพาลสันดานหยาบมาปล้นบ้านกินเมือง ข่มเหงขุนนางข้าราชการและประชาชนทั้งปวง ไยไม่บังเกิดคนดีมีฝีมือมากอบกู้แผ่นดินบ้างเล่า ย่อมมิใช่สายลมพัดผ่านทุ่งนายามข้าวกล้าตั้งท้องแถวบ้านเราดอก คอยดูเถิดว่ากฎแห่งกรรมนั้นจะบันดาลให้เป็นประการใด.


 

แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๓ เวลา ๑๑:๓๗ น.
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License