ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
๒.ประเทศจีนได้กำหนดยุคสมัยให้เป็นศตวรรษแห่งอาหาร พิมพ์ อีเมล
บทความ - ยุทธศาสตร์อาหาร
เขียนโดย สิริอัญญา   
วันพุธที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๔ เวลา ๑๔:๕๙ น.


๒.
ประเทศจีนได้กำหนดยุคสมัยให้เป็นศตวรรษแห่งอาหาร 


          ๑. ชาวจีนกล่าวว่าถ้าคนจีนบริโภคข้าวเพิ่มขึ้นเพียงคนละ ๑ คำ ปริมาณที่เพิ่มขึ้นจะสามารถเลี้ยงประชากรชาวออสเตรเลียได้ทั้งทวีป ทั้งนี้เนื่องเพราะปัญหาอาหารเป็นปัญหาที่คุกคามและท้าทายความสามารถของรัฐบาลจีนมาตลอดระยะเวลา ๕,๐๐๐ ปี ในประวัติศาสตร์มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือฮ่องเต้ที่เกิดจากการแก้ไขปัญหาเรื่องอาหารไม่ตกหลายครั้ง จนปัญหาเรื่องอาหารเป็นเรื่องที่รัฐบาลจีนให้ความสำคัญตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ถึงขนาดต้องวางขุนนางที่มีความสามารถสูงสุดและซื่อตรงสูงสุดเป็นผู้รับผิดชอบดูแล เพราะถือเป็นความเป็นความตายของประเทศ ดังเช่นในสมัยราชวงศ์ฮั่น องค์ปฐมกษัตริย์ฮั่นโกโจต้องหายอดคนที่มีนามว่าเสี่ยวเหอมาดูแลรับผิดชอบเป็นการเฉพาะ ในยุคปลายสามก๊กขงเบ้งต้องเข้ารับผิดชอบดูแลการผลิตด้วยตนเอง ในสมัยราชวงศ์ซ้อง องค์พระจักรพรรดิต้องมอบหมายให้เปาบุ้นจิ้นเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องอาหารยามประสบพิบัติด้วยตนเอง 

          หลังจากสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว ประธานเหมาเจ๋อตงได้ประกาศยุทธศาสตร์แก้ปัญหา ๔ ตาย (แผนพัฒนาประเทศ ๕๐ ปีฉบับที่ ๑) คือปัญหาการอดตาย ปัญหาหนาวตาย ปัญหาน้ำท่วมตาย และปัญหาสงครามภายในประเทศที่ฆ่ากันเองตายให้ตกไปภายใน ๕๐ ปี เพราะแต่ละปัญหาที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งทำให้ชาวจีนเสียชีวิตนับล้าน ๆ คนมาตลอดระยะเวลา ๕,๐๐๐ ปี ภายใต้ยุทธศาสตร์แก้ปัญหาอดตายทำให้เกิดยุทธวิธีในการพัฒนาประเทศหลายประการ ที่สำคัญคือเข็มมุ่งในการพัฒนาแหล่งน้ำทั่วประเทศ เข็มมุ่งในการพัฒนาดินทั่วประเทศ เข็มมุ่งในการบริหารจัดการการผลิตระดับชาติ ระดับมณฑลและระดับท้องถิ่น เข็มมุ่งในการพัฒนาระบบคมนาคม ที่สอดคล้องรองรับกับการผลิตทางการเกษตร เข็มมุ่งในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เป็นต้น 

          ตลอดระยะเวลา ๕๐ ปีของแผนแรก ซึ่งเพิ่งสิ้นสุดไปประมาณ ๑๐ ปีที่ผ่านมา พรรคคอมมิวนิสต์จีนสามารถประกาศว่ายุทธศาสตร์ดังกล่าวใกล้บรรลุผล และยังคงเป็นยุทธศาสตร์ใหญ่ที่สำคัญที่สุดของจีน ปัจจุบันนี้ศูนย์กลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนสรุปว่าถ้าประเทศจีนล้มเหลวในเรื่องอาหาร ต่อให้รัฐบาลมีความสามารถเข้มแข็งเพียงใดก็จะไม่สามารถรักษาสถานการณ์เอาไว้ได้ ดังนั้นยุทธศาสตร์อาหารจึงมีฐานะที่สำคัญอย่างยิ่ง ทั้งต่อปัญหาเศรษฐกิจ ความมั่นคงและการพัฒนาประเทศของจีน 

          ล่าสุดสำนักทฤษฎีของพรรคคอมมิวนิสต์จีนโดยความเห็นชอบของที่ประชุมเต็มคณะของคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์และการวางแผนได้มีฉันทามติว่ายุคสมัยของโลกที่มีการพัฒนาต่อไปนี้ไม่ได้มีนัยยะหลักที่สำคัญอยู่ที่ประเภทของสังคมว่าจะเป็นสังคมคอมมิวนิสต์หรือสังคมทุนนิยม ไม่ได้มีนัยยะหลักสำคัญอยู่ที่เทคโนโลยีหรือวิทยาศาสตร์หรือที่เรียกว่ายุคไอที หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ และไม่ใช่ยุคโลกาภิวัฒน์อีกต่อไปแล้ว เพราะโลกกำลังเผชิญกับปัญหาที่ร้ายแรงที่สุดคือปัญหาอดตายที่จะต้องเตรียมการรับมือให้เพียงพอ ดังนั้นจึงกำหนดยุคสมัยของศตวรรษนี้ให้เป็นศตวรรษแห่งอาหาร และให้ยุทธศาสตร์อาหารเป็นยุทธศาสตร์หลักของชาติด้วย 

          ปลายปี ๒๕๕๓ ฯพณฯ หวางหยาง ซึ่งเป็น ๑ ใน ๒๔ คนของคณะกรรมการกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลาง พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน ผู้ดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน มณฑลกวางตุ้ง ซึ่งมีประชากร ๘๕ ล้านคน ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยในฐานะผู้แทนรัฐบาลจีนและได้แจ้งเรื่องสำคัญแก่รัฐบาลไทยว่า ประเทศจีนได้กำหนดยุคสมัยให้เป็นศตวรรษแห่งอาหาร และให้มณฑลกวางตุ้งเป็นศูนย์กลางอาหารของโลก ในฐานะที่ประเทศไทยเป็น ๑ ใน ๖ ของประเทศที่ผลิตอาหารเลี้ยงพลโลก ย่อมได้รับผลประโยชน์จากยุทธศาสตร์นี้ และสมควรร่วมมือกันเพื่อจะได้ไม่แข่งขันกันและเพื่อจะได้ร่วมกันแบกรับภารกิจอันสำคัญของมนุษยชาติด้วย 

          ผลจากที่รัฐบาลจีนกำหนดให้มณฑลกวางตุ้งเป็นศูนย์กลางอาหารของโลก จึงทำให้มีการปรับปรุงพัฒนาระบบการขนส่งหรือลอจิสติคส์ครั้งใหญ่ในมณฑลกวางตุ้ง ทั้งการขนส่งทางบก ทางเรือ ทางอากาศ ดังนั้นเพื่อความสอดคล้องรองรับกัน รัฐบาลจีนจึงกำหนดการปฏิรูปมิติแห่งเวลาของประเทศจีนเสียใหม่ โดยกำหนดกรอบ ๒ กรอบคือ ระยะการเดินทางจากตะวันออกสู่ตะวันตก จากเหนือสู่ใต้ของประเทศจีน ต้องใช้เวลาเหลือไม่เกิน ๘ ชั่วโมง และในชั่วระยะ ๑,๐๐๐ กิโลเมตร ทุกพื้นที่ทั่วประเทศต้องใช้เวลาเหลือไม่เกิน ๓ ชั่วโมง ทำให้เกิดแผนพัฒนารถไฟความเร็วสูงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของจีน ที่จะพลิกโฉมหน้าของประเทศจีนไปตามการปฏิรูปมิติแห่งเวลานั้นด้วย นั่นคือการเตรียมการรองรับกับผลกระทบของการขาดแคลนอาหารในเชิงมิติ ซึ่งเป็นเรื่องลึกล้ำอย่างยิ่ง 

          ประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ผลิตอาหารเลี้ยงพลโลก เป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงในการผลิตอาหารและกำลังไต่เต้าลำดับจาก ๔ ไปลำดับที่ ๓ ทั้งอาหารไทยที่ไร้การส่งเสริมสนับสนุนทั้งปวงก็ยังติดลำดับ ๑ ใน ๕ ของยอดอาหารในโลก โดยคนไทยรู้จักสิ่งที่เรียกว่ายุทธศาสตร์ครัวไทยไปสู่ครัวโลกแล้ว ดังนั้นการกำหนดยุทธศาสตร์อาหารและความสำคัญของยุทธศาสตร์นี้ ตลอดจนกระบวนการเชิงระบบและครบวงจรในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อาหารจึงเป็นภารกิจสำคัญของประเทศและของมนุษยชาติด้วย.

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๔ เวลา ๑๕:๕๓ น.
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License