ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
๕. การปฏิรูปที่ดิน พิมพ์ อีเมล
บทความ - ยุทธศาสตร์อาหาร
เขียนโดย สิริอัญญา   
วันพุธที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๔ เวลา ๑๕:๒๓ น.


๕.
การปฏิรูปที่ดิน
 


          ๑. การปฏิรูปที่ดิน ปัญหาหลักของประเทศไทยปัญหาหนึ่งคือปัญหาการใช้ที่ดินเพียง ๑ ใน ๓ ของประเทศ (ประมาณ ๑๒๐ ล้านไร่) เป็นปัจจัยการผลิต โดยมีที่ดินไม่ทำประโยชน์อีก ๒ ใน ๓ และในจำนวนนี้เป็นศูนย์กลางปัญหาพิพาทระหว่างรัฐกับราษฎรและเป็นต้นเหตุของความล้าหลังของสังคมไทย ถึง ๑ ใน ๓ คือในพื้นที่ประมาณ ๑๐๐ ล้านไร่ที่ประชาชนครอบครองทำประโยชน์แล้วไม่มีกรรมสิทธิ์ที่ดิน เมื่อไม่มีกรรมสิทธิ์ที่ดินก็ไม่มีฐานะอันแท้จริง (Real Estate) ทั้งยังมีทัศนะที่ผิดเกี่ยวกับลัทธิที่ดินแปลงเล็กที่ไม่สามารถเป็นเชิงพาณิชย์หรือใช้ในการผลิตที่เป็นแบบอุตสาหกรรมการเกษตรได้ รัฐต้องกำหนดนโยบายแก้ไขปัญหานี้ ๓ ประการ คือ 

          ๑.๑ เพิ่มสินทรัพย์ของประเทศและประชาชนอีก ๑ ใน ๓ โดยการออกเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ ๑๐๐ ล้านไร่ ที่ราษฎรครอบครองทำประโยชน์แล้ว มอบให้แก่ผู้ครอบครองทำประโยชน์เดิม เป็นการเพิ่มทรัพย์สินให้แก่ประเทศมูลค่าประมาณ ๖ ล้านล้านบาท และเพิ่มรายได้ให้แก่ประเทศจากภาษีอากรปีละประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะที่เพิ่มสินทรัพย์แก่ประชาชนในมูลค่าเท่ากันและปลดปล่อยพื้นที่จากสภาพห้ามก่อสร้าง ห้ามทำประโยชน์ ห้ามจ้างงาน ให้เป็นปัจจัยการผลิตอย่างเต็มตัว โดยรัฐส่งเสริมให้มีการรวมพื้นที่ในการผลิตทางการเกษตร ให้มีพื้นที่แปลงละระดับ ๑๐,๐๐๐ ไร่ เพื่อให้เป็นอุตสาหกรรมการเกษตรที่ครบวงจรและเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้าสำหรับผู้ถือครองที่ดินมาก และมีอัตราภาษีเพิ่มสำหรับที่ดินที่ไม่ทำประโยชน์ เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการผลิตให้กับประเทศไทยอีก ๑ ใน ๓ เพิ่มสินทรัพย์ให้กับประเทศและประชาชนอีก ๑ ใน ๓ 

          ๑.๒ ปฏิรูปแหล่งน้ำครั้งใหญ่ที่สุด เพื่อให้มีสัดส่วนของน้ำในธรรมชาติหรือแหล่งน้ำทุนในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับในสมัยรัชกาลที่ ๕ คือ ๒๔,๐๐๐ คิวบิกเมตรต่อคนต่อปี (ปัจจุบันประเทศไทยสามารถกักเก็บน้ำได้เพียง ๒๕ คิวบิกเมตรต่อคนต่อปีเท่านั้น) ปริมาณน้ำกว่าร้อยละ ๘๐ ปล่อยให้ไหลทิ้งทะเลโดยเปล่าประโยชน์ เพื่อการนี้ให้ปรับปรุงฟื้นฟูแหล่งน้ำใหญ่ ๒๕ แหล่งน้ำ และปรับปรุงฟื้นฟูสายน้ำใหญ่ ๑,๒๐๐ สายทั่วประเทศ จากนั้นให้มีการเพิ่มแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรในทุกพื้นที่ตามแบบอย่างที่ในหลวงรัชกาลที่ ๕ ทรงทำไว้ในพื้นที่ภาคกลาง คือขุดคลองลึก ๘ เมตร กว้าง ๑๐–๑๕ เมตร โดยนำดินจากการขุดมาทำถนนเพื่อการเกษตรทั้งสองฝั่งคลอง เพื่อให้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำทางการเกษตรและการขนส่งทางการเกษตร โดยจัดทำแผนและผังอย่างชัดเจน เป็นการเพิ่มพื้นที่ในการเลี้ยงสัตว์น้ำ เพิ่มแหล่งน้ำ เพิ่มน้ำต้นทุน และเพิ่มปริมาณน้ำให้ใช้ได้ตลอดทั้งปี อันเป็นการลดต้นทุนทางการเกษตรด้วย (ยุทธศาสตร์การขุดบ่อเป็นความโง่และล้มเหลวที่สุดในบรรดาความคิดทั้งหลายเพื่อการเกษตร)  

          ๑.๓ การจัดตั้งแหล่งผลิตปุ๋ยระดับชาติในทุกภูมิภาค เพื่อแก้ไขปัญหาที่วิปริตที่สุดของประเทศ ที่ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมแต่กลับไม่มีโรงงานผลิตปุ๋ยเป็นของตนเองเลย รัฐจะต้องจัดให้มีโรงงานผลิตปุ๋ย ระบบการขนส่ง และต้นทุนปุ๋ยที่ต่ำที่สุดเพื่อทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำ.
 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๔ เวลา ๑๕:๕๔ น.
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License