ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
๑๐. การปฏิรูปเกี่ยวกับการตลาด พิมพ์ อีเมล
บทความ - ยุทธศาสตร์อาหาร
เขียนโดย สิริอัญญา   
วันพุธที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๔ เวลา ๑๕:๓๓ น.


๑๐.
การปฏิรูปเกี่ยวกับการตลาด


           ๑. การตลาดสินค้าเกษตรของประเทศไทยในปัจจุบัน อยู่ในเงื้อมมือทุนชาติและทุนต่างชาติทั้งสิ้น และภายใต้ระบบเสรีนั้น เนื้อในที่แท้จริงคือระบบการผูกขาดโดยอำนาจแห่งทุนนิยม เพราะเหตุนี้ประโยชน์ส่วนใหญ่ของอุตสาหกรรมการเกษตรจึงตกอยู่กับคนกลางและผู้ส่งออก ดังเช่นการผลิตรังนกนางแอ่นที่มีราคาขายจากต้นทางแหล่งผลิตเพียงกิโลกรัมละ ๗๐,๐๐๐ บาท แต่มีราคาส่งออกถึงกิโลกรัมละ ๒๐๐,๐๐๐–๓๐๐,๐๐๐ บาท หรือข้าวจากแหล่งผลิตตันละไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ บาท แต่ราคาส่งออกมากกว่ากัน ๒-๓ เท่า ดังนั้นภายใต้ยุทธศาสตร์อาหาร จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการเกี่ยวกับการจัดสรรผลประโยชน์ระหว่างผู้ผลิต ผู้แปรรูป ผู้ค้าและผู้ส่งออกอย่างเป็นธรรมโดยอาศัยกลไกตลาด ที่สำคัญคือการแปรประชากรในภาคการผลิตทางการเกษตร ซึ่งมีรายได้ขึ้นอยู่กับฝนฟ้าและบุญกรรม ให้เป็นประชากรในภาคการจ้างแรงงานวิชาชีพเกษตรอุตสาหกรรมที่มีรายได้ประจำมั่นคงและไม่เป็นภาระแก่รัฐ นี่คือภารกิจในการโยกย้ายประชากรร่วม ๓๐ ล้านคน แปรสภาพสังคมเกษตรดั้งเดิมเป็นเกษตรอุตสาหกรรมที่ประชากรอยู่ในภาคการจ้างแรงงานร้อยละ ๕๐ ของประชากรรวมของประเทศ 

          ๒. พลังการตลาดขึ้นอยู่กับพลังของการบริหารจัดการ การผลิต และต้นทุน ซึ่งในอดีตลัทธิที่ดินแปลงเล็ก ลัทธิปัจเจกชน และลัทธินกกระจาบ ได้ทำลายสังคมเกษตรของประเทศอย่างยับเยิน ภายใต้ยุทธศาสตร์อาหาร จึงต้องเพิ่มพลังทางการตลาดให้มีสมรรถนะการแข่งขันที่สูงส่งที่สุด ดังนั้นการบริหารจัดการในทุกระดับ การผลิตในทุกขั้นตอน และต้นทุนในการผลิตและแปรรูปจะต้องมีแผนบริหารจัดการอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ และเป็นเชิงพาณิชย์ที่สมเหตุสมผลด้วย 

          ๓. เสริมสร้างบุคลากร มาตรการ และกรรมวิธีทางการตลาดขึ้นในบริษัทมหาชนที่ประกอบการอุตสาหกรรมการเกษตร และให้มีการจัดตั้งสภาการตลาดภาคเกษตรอุตสาหกรรมขึ้น เพื่อรวมศูนย์การบริหารจัดการและการปรับปรุงประสบการณ์ให้มีความก้าวหน้าและอำนวยประโยชน์อย่างไม่หยุดยั้ง 

          ๔. แผนการพัฒนาบุคลากรทางการตลาด ที่เชื่อมโยงกับระบบการซื้อขายล่วงหน้า ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่สามารถสำรวจคู่แข่งได้ทั่วโลก สำรวจต้นทุนและพัฒนาการการผลิตได้ทั่วโลก  เพื่อทำให้สมรรถนะในการแข่งขันพุ่งทะยานขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง 

          ๕. ขยายตลาดใหม่ให้กับสินค้าอาหารของไทยโดยเฉพาะประเทศมุสลิม ๑,๕๐๐ ล้านคน จีน อินเดีย และยุโรปตะวันออก.

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๔ เวลา ๑๕:๕๕ น.
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License