ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านอยากได้รัฐบาลแบบไหน?
 
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
เรื่อง พระสมเด็จวังหลวงรุ่นฉลองครองราชย์ รัชกาลที่ 5 พิมพ์ อีเมล
Q&A - ไขข้อสนใจจากไพศาล
วันศุกร์ที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๔:๒๔ น.

     ถาม :  ผมได้อ่านเรื่องราวพระสมเด็จรุ่นที่สร้างในโอกาสรัชกาลที่ 5 ครองราชย์ ว่ามีการสร้างหลายรุ่นมาก ในฐานะที่อาจารย์เคยเป็นศิษย์วัดระฆัง ขอทราบว่าอาจารย์มีความเห็นในเรื่องนี้อย่างไร และเคยเห็นพระรุ่นนี้บ้างหรือไม่  

     ตอบ :  ผมเป็นศิษย์วัดระฆังก็จริง แต่เป็นศิษย์ที่สำนักอยู่ในวัดระฆังในช่วงปี พ.ศ. 2506 เป็นระยะเวลาหลังจากที่เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ได้ดับขันธ์แล้วถึง 91 ปี จึงได้เห็นแต่ร่องรอยเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่หลงเหลืออยู่เท่านั้น แต่ทว่าผมเป็นผู้ที่สนใจในพระพุทธศาสนา และมีความนับถือศรัทธาในเจ้าประคุณสมเด็จมาตั้งแต่น้อย มีความมุ่งมั่นใฝ่ฝันที่จะมีพระสมเด็จไว้บูชามาตั้งแต่พอรู้ความ แต่ไม่เคยได้พระสมเด็จรุ่นที่เจ้าประคุณสมเด็จสร้างไว้บูชาเลย จะไปบำเพ็ญสมาธิภาวนาเพื่อเพ่งแสวงหาอย่างไรก็ไม่ได้ ต่อเมื่อมีอายุมากขึ้นแล้ว จึงได้มีวาสนาดังที่ตั้งใจไว้แต่น้อย 

     เจ้าประคุณสมเด็จได้สร้างพระสมเด็จเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่พุทธศาสนิกชน เพื่อความเป็นสิริมงคลและความสวัสดีแก่พุทธศาสนิกชนในยุคนั้น น้ำใจแท้เจ้าประคุณมุ่งหมายที่จะตอบแทนพระคุณแก่พุทธศาสนิกชนที่ได้บำรุงพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะผู้ที่ใส่บาตรในเวลาเจ้าประคุณสมเด็จออกบิณฑบาตเป็นนิตย์ และมอบแก่อุบาสก อุบาสิกาทั้งหลายที่มีวาสนาได้พบปะเจ้าประคุณ ด้วยความศักดิ์สิทธิ์และอิทธิปาฏิหาริย์ของพระสมเด็จที่สร้างโดยพระอริยสงฆ์ผู้ทรงพรหมวิหารธรรมขั้นสูงในพระพุทธศาสนา จึงเป็นที่นับถือบูชากล่าวขานกันถึงความศักดิ์สิทธิ์และอิทธิปาฏิหาริย์มากมายมาตั้งแต่ครั้งที่เจ้าประคุณยังมีชีวิตอยู่ ดังที่รู้กันอยู่โดยทั่วไปแล้ว 

     เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัตินั้น เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) มีอายุและพรรษามากแล้ว และในช่วงบั้นปลายชีวิตของเจ้าประคุณก็สุขภาพไม่ค่อยจะดีนัก แต่เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติจะครบ 1 ปี บรรดาพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชบริพารทั้งวังหลวง วังหน้า และวังหลัง ต่างมีน้ำใจพร้อมเพรียงกันที่จะถวายความจงรักภักดีเป็นพิเศษ จึงต่างคนต่างมีความคิดสร้างพระสมเด็จเพื่อเป็นที่ระลึกในมหามงคลสมัยอันพิเศษนั้น ซึ่งในวาระนั้นจะตรงกับพุทธศักราช 2411 การจัดทำพระสมเด็จที่แม้จะต่างคนต่างทำ แต่ก็มีความเหมือนกันอยู่ประการหนึ่งก็คือ รูปทรงของพระสมเด็จนั้นยังคงถือเอารูปแบบของพระประธานวัดระฆังเป็นองค์พระ และถือเอากรอบเป็นรูประฆัง เป็นกรอบชั้นในของพระสมเด็จที่สร้างขึ้น และรักษารูปทรงตลอดจนขนาดตามแบบอย่างพระสมเด็จที่เจ้าประคุณสมเด็จได้สร้างขึ้นแจกชาวบ้านทั้งหลายมาก่อนหน้านั้นทุกประการ 

     สำหรับพระสมเด็จที่สร้างขึ้นในมหามงคลสมัยที่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 1 ปีนั้นมีความเป็นพิเศษกว่าพระสมเด็จที่เจ้าประคุณสมเด็จสร้างตรงที่ฝีมือช่างได้ใช้ฝีมือของกรมช่างสิบหมู่ของวังหลวง ซึ่งช่างในกรมช่างสิบหมู่จำนวนมากมีนิวาสสถานพื้นเพอยู่บ้านช่างหล่อหรือบ้านพรานนก ซึ่งเป็นแหล่งแกะแบบพระสมเด็จให้กับเจ้าประคุณสมเด็จมาตั้งแต่ชั้นแรก ๆ ที่ทรงความสง่างาม ความสวยงาม ความสมดุล และความถูกต้องด้วยพุทธลักษณะ ทั้งในแง่คติพุทธศาสนา และในแง่คติพราหมณ์ โดยเฉพาะระยะหน้าตักของพระที่เมื่อวัดจากมือที่อยู่ในท่าสมาธิขึ้นบนแล้วก็จะสูงกว่าจมูก ซึ่งถือว่าเป็นพุทธลักษณะที่ให้คุณ ส่งเสริมให้มีความมั่งคั่ง ร่ำรวย เหลือกินเหลือใช้ อันเป็นคติที่มีมาแต่โบราณ จนกล่าวกันว่าลีลาการออกแบบพระสมเด็จวัดระฆังนั้นมีลักษณะพิเศษอันเป็นฝีมือเฉพาะของช่างบ้านช่างหล่อและบ้านพรานนกเท่านั้น ดังนั้นจึงมีคำเล่าขานสืบต่อมาว่าในชั้นที่กรมช่างสิบหมู่จะทำแบบพระสมเด็จในมหามงคลสมัยครองสิริราชสมบัติครบ 1 ปีนั้น เจ้าหน้าที่กรมช่างสิบหมู่เองก็ต้องถือเอาต้นแบบพระสมเด็จที่นายช่างบ้านช่างหล่อได้ออกแบบและทำมานั่นเอง 

     ความเป็นพิเศษของพระสมเด็จรุ่นครองราชย์นั้น ได้ยินมาว่ามีการสร้างต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อครองสิริราชสมบัติครบ 1 ปีถึงปีที่ 5 ซึ่งเป็นปีที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ดับขันธ์ ดังนั้นพระสมเด็จรุ่นครองสิริราชสมบัติจึงเป็นพระที่ทำขึ้นในช่วงปีพุทธศักราช 2411 ถึงปีพุทธศักราช 2415 เป็นเวลา 5 ปี 

     ความเป็นพิเศษอีกประการหนึ่งของพระสมเด็จรุ่นครองราชย์นั้น นอกจากเป็นฝีมือของกรมช่างสิบหมู่ที่ทำให้กับพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชบริพารทั้งวังหลวง วังหน้า และวังหลังนั้นมีจำนวนไม่มากนัก เพราะราวกับว่าได้นัดหมายกันว่าเป็นการทำพระสมเด็จรุ่นพิเศษเฉพาะ จึงมีความเป็นพิเศษที่เด่นชัด คือทำเป็นพระผงสมเด็จ ลงรักสีดำบาง ๆ พร้อมกับปิดทองบาง ๆ ด้วย ส่วนด้านหลังทำเป็นลายรดน้ำฝังมุก ซึ่งยากลำบาก ใช้เวลาและฝีมือประณีตมาก 
 

     สำหรับลายรดน้ำฝังมุกนั้น มีทั้งเป็นแบบลายละเอียดประณีต เป็นลวดลายไทยประณีตอย่างกลาง ๆ และอย่างหยาบ ๆ มีบางรุ่นที่ทำเป็นลายรดน้ำอักษรไทย ระบุว่าเป็นรุ่นที่ทำขึ้นถวายรัชกาลที่ 5 

     พระสมเด็จรุ่นครองราชย์ที่ทำเป็นพิเศษที่สุดก็คือ พระในรุ่นที่ทำขึ้นในปี พ.ศ. 2411 เพื่อฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ 1 ปี ที่พระบรมวงศานุวงศ์ในสังกัดวังหลวงได้จัดทำขึ้น ซึ่งมีจุดเด่นตรงที่ลายรดน้ำฝังมุกเป็นลายไทยละเอียดประณีตมากกว่าที่ฝ่ายวังหน้าและวังหลังทำ 
 

     เป็นที่แน่นอนชัดเจนว่ารุ่นที่วังหลวงทำขึ้นถวายนั้นที่พิเศษที่สุดมี 8 องค์ คือนอกจากด้านหลังจะเป็นลายรดน้ำฝังมุกละเอียดประณีตพิเศษแล้ว ยังฝังเหล็กไหลด้วย แต่ไม่แน่ชัดว่าเหล็กไหลที่นำมาฝังไว้นั้นเป็นของได้รับพระราชทานจากพระเจ้าอยู่หัวหรือว่าเป็นของพระบรมวงศานุวงศ์ท่านใด ในจำนวนพระสมเด็จพิเศษ 8 องค์นี้ นอกจากที่นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 แล้ว ที่เหลืออีก 7 องค์ก็ทรงพระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์ผู้ใหญ่ ที่เป็นที่เคารพนับถือของพระเจ้าอยู่หัว และในจำนวนนั้นก็ได้พระราชทานแก่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการในพระราชสำนักและว่าการกระทรวงพระคลัง และทรงเป็นผู้สำเร็จราชการกรมมหาดไทย สมุหนายก อัครมหาเสนาบดีว่าราชการหัวเมืองต่าง ๆ และกิจการชาวต่างประเทศด้วย สมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์นี้คือต้นตระกูลมาลากุล และพระสมเด็จองค์ที่ได้พระราชทานนี้แหละได้ตกทอดมายังทายาทหลายรุ่น 

 
 
 
 
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระสมเด็จองค์นี้แก่
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ และได้ตกทอดแก่ทายาทหลายรุ่น

     สมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์นี้ทรงรับราชการในกรมวังมาก่อน ดูแลกิจการภายในพระบรมมหาราชวัง รวมทั้งเป็นสุภาตุลาการตัดสินคดีความที่อยู่ในอำนาจของกรมวังและที่ทรงโปรดรับสั่งให้ชำระ ทรงควบคุมดูแลกรมพระคชบาล กรมสังฆการีธรรมการ ทรงเป็นพระบรมราชวงศ์ที่ทรงวิทยาคมแก่กล้ามากผู้หนึ่ง เป็นที่รู้กันในบรรดาผู้สนใจในวิทยาคมทั้งหลาย กระทั่งบางท่านก็ได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่าผู้ที่เป็นเจ้าของเรื่องสร้างพระสมเด็จรุ่นครองสิริราชสมบัติครบ 1 ปีของวังหลวงอาจเป็นสมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์นี้ก็ได้
 
 

     พระสมเด็จรุ่นนี้มีคำร่ำลือว่า สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ซึ่งอยู่ในวัยชรามากแล้ว มิได้ทำพิธีปลุกเสกตามปกติ แต่ได้อธิษฐานจิตในการทำพระสมเด็จรุ่นครองราชย์ทุกรุ่น เฉพาะรุ่นที่ฝังเหล็กไหลนั้นมีคำร่ำลือว่าพระบรมครูหลวงปู่เทพโลกอุดรได้ใช้พลังจิตร่วมกับเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ในการบรรจุเหล็กไหลลงในองค์พระทั้ง 8 องค์ และได้อธิษฐานจิตปลุกเสกร่วมกันด้วย 
 

     พระบรมครูหลวงปู่โลกเทพอุดรเป็นนามที่หลายคนเคยได้ยินได้ฟังมา แต่ไม่มีใครจับหาเค้าที่มาได้ชัดเจน ผมเองก็ได้ยินมาแต่ว่าเป็นพระโพธิสัตว์ที่บำเพ็ญธรรมอยู่ในโลกมนุษย์นี้เป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว โดยถอดจิตวิญญาณหรือแปลงสังขารในรูปต่าง ๆ ได้ตามปรารถนา บางครั้งก็เป็นรูปโยคีมีอายุมาก บางคราวก็เป็นพระสงฆ์ที่หน้าตาคล้ายกับผู้มีเชื้อสายจีน ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่ผมเคารพนับถือเคยเล่าให้ฟังว่าเคยพบกับพระบรมครูหลวงปู่โลกเทพอุดรมาแล้วอย่างน้อย 2 ครั้ง ซึ่งมีรายละเอียดมาก 

     ก็หวังว่าคำตอบนี้พอที่จะเป็นที่ประเทืองความรู้และจะเป็นจุดปะติดปะต่อเรื่องราวความเป็นมาของพระสมเด็จรุ่นครองราชย์.
 

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๙:๕๔ น.
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License