ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ท่านรู้สึกอย่างไรกับการใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท จัดงานฉลองความสำเร็จแก้ปัญหาน้ำท่วม?
 
ป้ายโฆษณา
ลิขิตจากท่านจันทร์ ฉบับที่ 9 พิมพ์ อีเมล
บทความ - สารเสวนา : ท่านจันทร์ -ไพศาล
เขียนโดย สมณะจันทเสฏโฐ (ท่านจันทร์)   
วันอังคารที่ ๐๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ เวลา ๑๑:๒๐ น.


                                                                                                                เขียนที่ริมคลองมหาสวัสดิ์ ศาลายา นครปฐม

                                                                                      วันเสาร์ที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๓ แปดโมง ๒๒ นาที

ผู้อาวุโส ไพศาล พืชมงคล ในฐานะกัลยาณมิตร 

            อาตมาได้รับจดหมายฉบับวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๓ เมื่อวานนี้ ได้พยายามถอดจดหมายออกจากซองอย่างระมัดระวัง เพื่อรักษาสภาพซองไว้ และอ่านจดหมายทันที การรับจดหมายทางไปรษณีย์เป็นความสุขใจประการหนึ่งของอาตมา เพราะหาไม่ง่ายแล้วที่คนเราจะเขียนจดหมายไปมาหาสู่กัน ทราบว่าเหลือเพียงร้อยละสองเท่านั้น เขียนจดหมายติดต่อกันและกัน เกรงว่าในการต่อไประบบการสื่อสารทางจดหมายอาจต้องยกเลิกเหมือนระบบโทรเลขนั่นแล 

            ได้ทราบว่าทางไปรษณีย์ส่งจดหมายทุกวันนี้ ส่วนมากเป็นจดหมายสำเร็จรูป อาทิ จดหมายทวงหนี้ บิลโทรศัพท์ บิลค่าน้ำ ค่าไฟ และเอกสารโฆษณาสินค้า ส่วนที่จะเป็นจดหมายแบบที่อาตมาและผู้อาวุโสสื่อสารถึงกันอยู่นี้น่าจะทำให้สองเปอร์เซ็นต์ของการติดต่อสื่อสารถูกลดจำนวนลงไปมิใช่น้อย 

            อาตมาพกจดหมายของผู้อาวุโสเดินทางต่างจังหวัด หาเวลาว่างนั่งเขียนจดหมายด้วยลายมือ โดยที่ฉบับก่อนใช้พิมพ์ดีดธรรมดา แม้ผู้อาวุโสจะบอกว่าไม่ต้องยึดติด แต่อาตมาต้องการ “ถอยหลังเข้าครรลอง”  ในทำนองของเก่าก็ได้ ของใหม่ก็ดี 

            ขออนุโมทนาที่บอกให้ทราบเรื่องความผิดพลาดในการระบุเดือนในจดหมายฉบับก่อนของอาตมา การบอกข้อผิดพลาดของกันและกันเป็นกิจของมิตรดี พระพุทธเจ้าทรงสอนว่าเป็นการชี้ขุมทรัพย์อันประเสริฐ ถ้าผู้อาวุโสพบข้อผิดพลาดใดอีก ก็โปรดบอกได้ทันที ยินดีเป็นยิ่งนัก 

            ส่วนเรื่องความจนนั้น เป็นอันว่าเราเข้าใจตรงกันแล้วจากจดหมายฉบับล่าสุด โดยจริงก็คือคุณธรรมแห่งความมักน้อยสันโดษนั่นแหละ ทางเราให้คำนิยามว่า แม้น้อยก็พอ ส่วนบุคคลในอดีตที่มีความมั่งคั่ง เช่น นางวิสาขา อนาถบิณฑิกเศรษฐี ล้วนเป็นเศรษฐีใจบุญ มิใช่นายทุนกระดาษซับ เป็นผู้กล้าจน 

            พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า บุคคลผู้มั่งมีโภคทรัพย์ยิ่ง ๆ ขึ้นแล้วที่จะไม่มัวเมาถึงความติดอยู่ในกามคุณ และไม่ประพฤติผิดในสัตว์ทั้งหลาย ย่อมหาได้ยาก ดังนั้น นางวิสาขา และท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี จึงน่าจะเป็นบุคคลที่หาได้ยาก เพราะโดยส่วนมากแล้วความมั่งคั่งร่ำรวย กับความเป็นคนดีโดยสมบูรณ์นั้นมักจะไม่เดินร่วมมรรคาเดียวกัน 

            เมื่ออาตมาไปเทศน์ในโอกาสต่าง ๆ มักจะบอกให้ฆราวาสญาติโดมอย่าทำตัวให้รวย เพราะความรวยมักจะเป็นญาติสนิทมิตรสหายกับความเลว มักพูดเป็นคำคล้องจองว่า “คนรวยมากกับคนเรียนมาก เข้าถึงธรรมได้ยากพอ ๆ กัน”  

            กลายเป็นว่าอาตมาไม่พยายามโน้มน้าวให้คนมาเป็นคนจน เพราะจะขัดแย้งกับความรู้สึกของคนมากเกินไป จึงจะขอร้องให้คนไม่มุ่งจะทำตนให้เป็นคนรวย ก็เห็นจะพอเหมาะกับฐานะของอาตมาที่ยังมีบารมีไม่มากนัก ส่วนการสอนให้คนสมาทานความจนนั้นขอให้เป็นหน้าที่ของผู้ทรงธรรมขั้นสูงดำเนินต่อไปเถิด 

            วันก่อนอาตมาไปเดินชมงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ คนไปกันมาก แม้วันธรรมดาก็ยังแน่น น่ายินดีที่คนให้ความสำคัญกับหนังสือมากกว่าเดิม อาตมาไม่ได้ซื้อหนังสือดอก เพราะไม่มีเงิน และไม่ซื้อขายตามวินัยของสมณะ โดยเห็นว่าการพึ่งพิงเทคโนโลยีนั้น นานไปรังแต่จะทำให้เราด้อยประสิทธิภาพในการพึ่งตนเอง ดังนั้นแม้อาตมาจะใช้เทคโนโลยีทันสมัยเพื่อการทำงานค่อนข้างมาก และดูจะมากกว่าสมณะทุกรูปในพุทธสถาน แต่อาตมาก็เห็นโทษเห็นภัยของมันไม่น้อย วันก่อนเครื่องพิมพ์คอมพิวเตอร์เสียเพราะใช้งานมานานปี ซ่อมหลายครั้งแล้ว ทำให้งานเตรียมข้อมูลเทศน์มีปัญหา จึงตั้งใจว่าจะหยุดใช้สักพักหนึ่ง หันมาใช้การเขียนด้วยลายมือลงกระดาษเอ ๔ แทน จดหมายฉบับนี้เป็นผลงานแรกหลังความตายของเครื่องปริ๊นเตอร์ดังกล่าวแล้ว 

            อีกประการหนึ่ง อาตมามีหนังสือจำนวนมาก โดยการบริจาคของคนโดยทั่วไป แต่ยังไม่ค่อยมีเวลาอ่านหนังสือให้พอเหมาะกับจำนวนหนังสือที่มี จึงไม่ต้องการแสวงหาหนังสือใหม่มาสะสมไว้ และถ้าต้องการอ่านหนังสือที่ต้องการอ่านก็มักจะหาจากห้องสมุด เป็นการบังคับให้เราต้องรีบอ่านให้ทันกำหนดส่งคืน โดยจริงอาตมามักผูกพันกับห้องสมุดตั้งแต่ปฐมวัยจนถึงทุกวันนี้ เห็นว่าเป็น “สัปปายสถาน” นั่นเทียว 

            เขียนมาถึงตรงนี้ ๐๙.๓๖ น. (๓๐/๑๐/๕๓) น่าจะได้เวลาเทศน์ก่อนฉันแล้ว ขอวางกระดาษและปากกาไปทำหน้าที่ประกาศธรรมก่อนนะ 

            กลับมานั่งเขียนจดหมายอีกรอบหนึ่ง ๑๒.๕๕ น. หลังจากเทศน์ สวดมนต์ นั่งเจโตสมถะ (สมาธิ) กับญาติโยมจำนวนหนึ่ง แล้วจึงฉันอาหารมื้อเดียวของวันนี้ พร้อมสมณะอีกสองรูปริมคลองมหาสวัสดิ์ ใกล้มหิดลศาลายา นครปฐม 

            ขอฝากความสดชื่นของสายลมผ่านผิวน้ำต้องผิวเนื้อมาเผื่อแผ่สุขสัมผัสแด่ผู้อาวุโสและทุกคนที่เป็นเพื่อนร่วมสุขโศกในโลกหล้า อากาศเริ่มหนาวเย็น ทั้ง ๆ ที่ภัยพิบัติน้ำท่วมสามสิบจังหวัดยังไม่กลับคืนสภาพปกติ ภัยน้ำกับภัยหนาวแตกหน่อต่อเนื่องกันมาอย่างไม่หยุดยอพอพัก เป็นการมอบโจทย์ฝึกใจของคนไทยได้เป็นอย่างดี ขอส่งกระแสใจมาเป็นกำลังใจทุกคนด้วย 

            โดยจริงแล้วฤดูน้ำหลากเป็นความหมุนเวียนแห่งชีวิต คนไทยสมัยก่อนมีความยืดหยุ่นต่อความผันผวนปรวนแปรไม่แน่นอน สร้างบ้านยกพื้นสูง มีใต้ถุนบ้านเปิดทางให้น้ำไหลผ่านโดยสะดวก เรียกว่าน้ำหลาก มิใช่น้ำท่วมขังดังที่เป็นอยู่ มนุษย์เราสร้างบ้านยุคใหม่โดยมิไยดีธรรมชาติ ไม่มีใต้ถุนบ้าน แย่งที่อยู่อาศัยของน้ำ (คงคาลัย) จนกระทั่งน้ำต้องมาทวงคืนที่อยู่อาศัยของเขาจนเดือดร้อนลำบากไปตาม ๆ กัน ถ้าเราหันกลับไปญาติดีกับฟ้าดิน ถอยหลังเข้าคลอง หัดพายเรือ และเน้นการคมนาคมทางน้ำให้มากขึ้น น่าจะเป็นทางออกที่ดีมากกว่าที่ผ่านมา 

            คลองมหาสวัสดิ์ เป็นคลองประวัติศาสตร์แห่งสยามประเทศ การนั่งมองเรือผ่านไปมาเป็นการหวนกลับคืนสู่อดีตกาลนานก่อน แม้จะมีไม่ค่อยต่อเนื่องนัก ด้วยถนนเป็น “ความชั่วที่จำเป็นต้องมี” ได้แย่งความสำคัญของลำคลองไปมากแล้ว ปัญหาน้ำท่วมที่ผ่านมาบอกเราว่าต้องกลับไปหาเรือได้แล้ว มิเช่นนั้นเมื่อถึงเวลาน้ำกระชับพื้นที่ คนเราจะได้ไม่ลำบากมากเกินไปนัก 

            เขียนจดหมายมาถึงตรงนี้ ด้วยปากกาบนแผ่นกระดาษ เห็นว่าพอสมควรแก่เวลา ขอให้มีความเจริญในธรรมเถิดเทอญ. 


                                                                                               สมณะจันทเสฏโฐ 
                                                                                                   (ท่านจันทร์)


หมายเหตุ : ท่านสามารถดูสำเนาลิขิตของท่านจันทร์ หน้าที่ 1 คลิ้กที่นี่ 
                    ท่านสามารถดูสำเนาลิขิตของท่านจันทร์ หน้าที่ 2 คลิ้กที่นี่ 
                    ท่านสามารถดูสำเนาลิขิตของท่านจันทร์ หน้าที่ 3 คลิ้กที่นี่ 
                    ท่านสามารถดูสำเนาลิขิตของท่านจันทร์ หน้าที่ 4 คลิ้กที่นี่ 
                    ท่านสามารถดูสำเนาลิขิตของท่านจันทร์ หน้าที่ 5 คลิ้กที่นี่ 
                    ท่านสามารถดูสำเนาลิขิตของท่านจันทร์ หน้าที่ 6 คลิ้กที่นี่ 
                    ท่านสามารถดูสำเนาลิขิตของท่านจันทร์ หน้าที่ 7 คลิ้กที่นี่ 
                    ท่านสามารถดูสำเนาลิขิตของท่านจันทร์ หน้าที่ 8 คลิ้กที่นี่ 
                    ท่านสามารถดูสำเนาลิขิตของท่านจันทร์ หน้าที่ 9 คลิ้กที่นี่ 
                    ท่านสามารถดูสำเนาลิขิตของท่านจันทร์ หน้าที่ 10 คลิ้กที่นี่ 









  


แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ ๐๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ เวลา ๑๑:๔๙ น.
 
Powered by DiTC.Valid XHTML and CSS.
Creative Commons License